ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.15 ยืนยัน! สัตว์ปริศนาทำลายต้นกล้วย ที่เชียงแสนไม่ใช่หมี สั่งประสานผู้นำชุมชนสำรวจสัตว์เลี้ยงในหมู่บ้าน
วันที่ 17 ม.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ชาวบ้านห้วยเกี๋ยง ม.8 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ไปพบร่องรอยของสัตว์ไปทำลายต้นกล้วย ของชาวบ้านล้มเกือบ 10 ต้น แถมยังพบร่องรอยเท้าของสัตว์ที่คาดว่าจะตัวใหญ่พอประมาณ และมีขนสีขาวของสัตว์ปริศนา ใกล้กับจุดที่พบต้นกล้วยหักล้ม จนสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เพราะไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ชนิดไหน จนพากันลือไปต่างๆนาๆ ว่าอาจจะเป็นสัตว์จำพวกหมี เพราะพื้นที่สวนกล้วยที่พบร่องรอยสัตว์ปริศนาอยู่ ไม่ห่างจากพื้นที่ป่ามากนัก ด้วยเหตุที่ยังไม่พบตัวสัตว์ปริศนา ชาวบ้านจึงยังอยู่ในอาการหวาดผวา ไม่กล้าออกไปไร่สวน เพราะหวั่นถูกสัตว์ป่าเข้ามาทำร้าย
ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสอบถามกับ นายสมเกียรติ ปูกา ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยว่า หลังจากได้ทราบเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดลงพื้นที่ ประสานงานกับผู้นำชุมชน เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น และให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปดูที่จุดพบร่องรอยสัตว์แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานฯได้ตรวจสอบร่องรอบที่ต้นกล้วย และถ่ายรูปรอยเท้าของสัตว์ปริศนา ส่งไปให้หน่วยงานที่เชี่ยวชาญตรวจสอบ พบว่ารอยเท้าไม่ตรงกับสัตว์จำพวกหมีตามที่ชาวบ้านกังวล ประกอบกับขนสัตว์ที่พบซึ่งมีสีขาว จึงคาดว่าสัตว์ที่มาทำลายต้นกล้วยครั้งนี้ น่าจะเป็นสุนัขสายพันธุ์ต่างประเทศ ที่มีน้ำหนัก 30 กก.ขึ้นไป เนื่องจากมี จนท.ของอุทยานฯ ได้ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ตม.ที่เคยไปวิ่งออกกำลังกายที่ถนนสายดังกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ บอกว่าเคยเห็นมีสุนัขพันธุ์ต่างประเทศตัวใหญ่มาวิ่งเล่นบริเวณดังกล่าว จึงคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของสุนัขมากกว่า ส่วนต้นกล้วยที่หักล้มคาดว่าอาจเกิดจากการที่สุนัขไปเจอสัตว์ หรือแมลงขนาดเล็ก แล้ววิ่งไล่กวดจนทำให้ต้นกล้วยล้ม หรืออาจจะเป็นช่วงที่สุนัขดังกล่าว กำลังติดสัดและวิ่งไล่ผสมพันธุ์กับสุนัขเพศเมียก็อาจเป็นไปได้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่หมีอย่างที่ชาวบ้านวิตกกังวลแน่นอน!

“อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการคลายความวิตกกังวลของชาวบ้าน ตนจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อติดตามในกรณีดังกล่าวโดยเร่งด่วน และจะเข้าไปประสานกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ให้ทำการประกาศเสียงตามสายประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ ให้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในการดูแลให้รัดกุมแน่นหนาให้มากกว่านี้ เพราะถ้าหากหลุดไปข้างนอกแล้ว เกิดไปทำให้คนตกใจจนเกิดอุบัติเหตุ หรือไปทำร้ายผู้คนจนผลเสียตามมา และจะให้ทางชุมชนได้จัดเวรยามเฝ้าระวัง เพื่อจับตาสัตว์ร้ายและคลายความกังวลของชาวบ้าน” ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าว
หลังจากทราบเรื่องที่ทาง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้ยืนยันว่าร่องรอยสัตว์ที่พบไม่ใช่หมีอย่างที่หวาดวิตกแล้ว แต่ชาวบ้านในพื้นที่เกิดเหตุ ก็ยังไม่คลายความวิตกกังวล เพราะยังไม่เจอตัวของสัตว์ปริศนา และคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่ก็ยังคิดว่า น่าจะเป็นร่องรอยของ “หมีขอ” มากกว่า จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ตามหาตัวสัตว์ปริศนาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้ออกไปทำมาหากินอย่างไร้ความวิตกกังวล


ร่วมแสดงความคิดเห็น