ไทย-กัมพูชายังตึงเครียด! นักวิชาการเผย เบื้องหลังการปะทะ

สถานการณ์การปะทะของชายแดนไทย – กัมพูชายังคงต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะจบลงได้โดยง่าย จึงเกิดการตั้งคำถามในใจประชาชนหลายคนการปะทะกันในครั้งนี้จะไปจบลงที่ตรงไหน 

.

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ผ่านการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กโดยมีใจความสำคัญว่า แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่สงครามการปะทะธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับมหาอำนาจและผลประโยชน์ท้องทะเลที่สหรัฐฯต้องการปิดล้อมจีนและก็ยังต้องการทรัพยากรธรรมชาติในอ่าวไทยด้วย จึงต้องบีบประเทศไทยให้เข้าพวก ซึ่งแสดงความเห็นว่า 

.

“ลุงแซมจำต้องได้สามประเทศที่รายล้อมอ่าวไทยถึงจะแผ่อำนาจเหนืออ่าวไทยสำเร็จ ปัจจุบันดูเหมือนว่ามาเลเซียและกัมพูชาจะไปทางลุงแซมแล้ว เหลือแต่ไทยที่ฝ่ายความมั่นคงยังขวางเพื่อรักษาเขตแดนและอธิปไตยทั้งบนบกและในทะเล รวมถึงรักษาความเป็นกลางโลก ทำให้แผนแบ่งเค้กกับกัมพูชาครึ่งๆ ผ่านนักการเมืองฉ้อฉลล้มไป ในหนนี้ลุงแซมจึงใช้พรรคสุนัขรับใช้และเครือข่ายสามนิ้วขี้ข้าบีบไทยจากภายใน” 

.

        แต่จากรายงานล่าสุด ประเทศไทยอาจจะพบแสงสว่างอีกครั้ง แสงสว่างในครั้งนี้อาจเป็นการยุติการปะทะอย่างถาวรก็เป็นได้ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม สื่อต่างประเทศได้รายงานว่า อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยืนยันว่า ทั้งกัมพูชาและไทย เห็นพ้องที่จะเข้าร่วมการประชุมพิเศษรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นี้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อเริ่มต้นการเจรจาและป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ โดยจุดมุ่งหมายการประชุมครั้งนี้คือการโน้มน้าวให้ไทยและกัมพูชา ยุติการเพิ่มความตึงเครียดตามแนวชายแดนที่มีข้อพิพาท นายอันวาร์ กล่าวต่อว่า การตัดสินใจจัดการประชุมครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากการหารือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งโทรมาแจ้งความคืบหน้าให้ทราบ และเน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญคือต้องโน้มน้าวให้พวกเขายุติการโจมตี

.

ที่มา :

.

Straitstimes, Suphanat Aphinyan

ร่วมแสดงความคิดเห็น