ไทยย้ำว่ายัง “ไม่มีข้อตกลงหยุดยิง” หลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษวันที่ 22 ธ.ค. เพื่อหารือปมความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเตรียมกลับสู่โต๊ะหารือภายใต้กรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) ในวันที่ 24 ธ.ค. นี้ เพื่อหากลไกควบคุมสถานการณ์ต่อไป
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศได้โพสต์แถลงการณ์การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ (Special ASEAN Ministers’ Meeting: Special AMM) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย โดยมีรายละเอียดว่านายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมี ดาโตะ เซอรี อูตามา ฮาจี โมฮามัด บิน ฮาจี ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเนื้อหาในการประชุมสามารถสรุปเป็นประเด็นใจความสำคัญได้ทั้งหมด 5 ประเด็น ดังนี้
1.ไทยขอขอบคุณมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษครั้งนี้ ซึ่งไทยได้แสดงความพร้อมที่จะเข้าร่วมตั้งแต่ต้น ด้วยเห็นว่า อาเซียนจะสามารถมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในเรื่องนี้บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง รวมถึงขอขอบคุณความปรารถนาดีของประเทศสมาชิกอาเซียนที่ร่วมหารืออย่างสร้างสรรค์ และแสดงความประสงค์อย่างแรงกล้าให้ไทยและกัมพูชากลับสู่กระบวนการเจรจา รวมถึงผ่านกลไกทวิภาคี และดำเนินการเพื่อนำไปสู่การยุติการสู้รบทุกรูปแบบ
2.ไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการบรรลุสันติภาพที่แท้จริง ยั่งยืน และตั้งอยู่บนการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ที่ผ่านมา ไทยได้ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด แต่ไทยไม่อาจเพิกเฉยต่อการละเมิดข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ รวมถึงการวางทุ่นระเบิด ซึ่งยังก่อให้เกิดความสูญเสียและเป็นภัยต่อพลเรือนและทหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่ทหารไทยสูญเสียขา เป็นครั้งที่ 8 จากการลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ของฝ่ายกัมพูชา
3.ไทยได้ชี้แจงให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทราบถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแจ้งจุดยืนของไทย โดยเฉพาะเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการที่จะนำไปสู่การหารือเพื่อลดระดับความตึงเครียดที่จะนำไปสู่สันติภาพ ได้แก่ (1) กัมพูชาจะต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อน (2) การหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชาจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง โดยจะต้องมีการตรวจสอบโดยฝ่ายทหารตามความเป็นจริงในพื้นที่ และ (3) ฝ่ายกัมพูชาจะต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับฝ่ายไทยอย่างจริงจัง
4.ที่ประชุมฯ ยินดีที่ทั้งสองฝ่ายจะหารือเพื่อนำไปสู่การกลับมาหยุดยิงและการยุติการเป็นปรปักษ์ โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ในวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการ ขั้นตอน และการตรวจสอบการหยุดยิงในรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ สอดคล้องกับท่าทีของฝ่ายไทย ที่ย้ำว่า การหยุดยิงไม่สามารถเกิดขึ้นจากการประกาศฝ่ายเดียว ต้องเกิดจากเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ เพื่อให้การหารือที่จะนำไปสู่การหยุดยิง สะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่และมีความยั่งยืน
5.รัฐบาลไทยพร้อมที่จะหารือบนพื้นฐานของผลประโยชน์ อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติเป็นสำคัญ ไทยยังคงปรารถนาสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนจะต้องมาพร้อมกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทย ซึ่งฝ่ายไทยหวังที่จะเห็นความจริงใจของกัมพูชาที่สะท้อนผ่านการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงสันติภาพที่อยู่บนกระดาษเท่านั้น
ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ

ร่วมแสดงความคิดเห็น