การทำธุรกิจปี 2567 ท้าทาย
สำหรับเจ้าของกิจการที่พึ่งพากำลังซื้อของคนในประเทศ อาจได้แรงหนุนบางส่วนจากภาครัฐที่ดำเนินการผ่านงบประมาณประจำปี โดยเฉพาะงบลงทุนที่เลื่อนมาจากปีก่อน และการขับเคลื่อนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ความสามารถในการใช้จ่ายของครัวเรือนและธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่ฟื้นตัว ค่าครองชีพและหนี้สินที่สะสม ทำให้การใช้จ่ายในประเทศอาจฟื้นตัวได้ช้า แต่เศรษฐกิจไทยปี 2567 อาจขยายตัวโดยการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ของการท่องเที่ยว การใช้จ่ายของภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ การส่งออกอาจเป็นไปในทางที่ดี ขึ้น แต่ในส่วนของต้นทุนธุรกิจยังมีแนวโน้มทรงตัวสูง ทั้งค่าน้ำมันค่าไฟที่เพิ่มขึ้น ค่าแรงขั้นต่ำที่ขยับขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่สูง รวมไปถึงการเตรียมรับมือกับกฎระเบียบ ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น
3 เทรนด์ธุรกิจที่ไม่ควรพลาดในปี 2567 ได้แก่
Grow Green ธุรกิจลดโลกร้อน
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้ผู้บริโภค องค์กรธุรกิจ และทางการต้องเร่งปรับตัวขนานใหญ่ เนื่องจากทางการจะออกกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและจัดเก็บภาษีคาร์บอนกับธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง

Grow Wellness ธุรกิจสำหรับสังคมสูงวัย
ผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับแทบทุกวัยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากกันขึ้นหลังการระบาดโควิด ผู้บริโภคยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการแสวงหาไลฟ์สไตล์ที่ผ่อนคลายจากความตึงเครียดรอบด้าน

Grow Digital ธุรกิจโลกไร้พรมแดน
แม้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านหลังโควิดคลี่คลาย แต่การใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากการที่ผู้บริโภคทุกช่วงวัยมีความคุ้นเคยและสะดวกที่จะใช้งาน สะท้อนผ่านสัดส่วนปริมาณธุรกรรมการชำระเงินออนไลน์ของคนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นเดียวกับฟากผู้ให้บริการก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะเทรนด์การใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่กำลังมาแรง

อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรของแต่ละธุรกิจอาจแตกต่างกันตลาดในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนและแตกย่อยมากขึ้นทำให้ไม่ว่าเจ้าของกิจการจะอยู่ในธุรกิจใด จำเป็นจะต้องไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา พร้อมปรับตัวให้รับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่เสมอ รวมไปถึงการพยายามเข้าไปครองใจผู้บริโภคผ่านการทำการตลาดที่จริงใจและเกาะไปกับกระแสความสนใจให้ได้อย่างรวดเร็ว เจ้าของกิจการที่ได้ใจลูกค้า มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จสูง
ร่วมแสดงความคิดเห็น