อุบัติเหตุรถชนกัน จำนวน 3 คัน บริเวณทางโค้งสะพานห้วยลึก เกือบตายหมู่ทั้ง 3 คัน

YouTube video

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เวลา 13.30 น. ร.ต.อ.สุวัฒร์ชัย เปี่ยมทวีศักดิ์ พงส.สภ.ภูเพียง จ.น่าน ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน แจ้งว่า มีเหตุมีเหตุอุบัติเหตุรถชนกัน จำนวน 3 คันเป็นรถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน รถยนต์เก๋ง จำนวน 1 คัน ที่บริเวณทางโค้งสะพานห้วยลึก เชื่อมระหว่างบ้านราษฎร์สามัคคี หมู่ 8 ต.เมืองจัง อ.ภูเพียง จ.น่าน กับบ้านเมืองหลวง หมู่ 4 ต.เมืองจัง อ.ภูเพียง จ.น่าน ทางหลวงหมายเลข 1169 กม.ที่ 14-15 ถนนสาย น่าน-สันติสุข ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จึงรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบ รถทีมกู้ชีพกู้ภัย อบต.เมืองจัง ทีมกู้ชีพกู้ภัยน่าน รถโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์น่าน ทีมกู้ชีพกู้ภัย อบจ.น่าน ทีมงานตำรวจบ้าน อบต.เมืองจัง และเคลื่อนที่เร็วอำนวยความสะดวกแขวงการทางน่านที่ 1 กำลังให้ความช่วยเหลือ คนขับและผู้โดยสารที่มากับรถโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน ผพ 1375 ชลบุรี ซึ่งมีคนขับและผู้โดยสารนั่งมาด้วยกัน 8 คน โดยมี 1. นายธวัชชัย อินต๊ะยศ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 88/226 หมู่ที่ 1 ต.หนองกะขะ อ.พานทอง จ.ชลบุรี เป็นคนขับ ผู้โดยสารประกอบด้วย 2. นายทวี อินต๊ะยศ อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 52 บ้านหนองเต่า หมู่ 3 ต.ม่วงตึ๊ด อ.ภูเพียง จ.น่าน (พ่อ) 3. นางกัญญา อินต๊ะยศ อายุ 60 ปี (แม่) 4. นางสาวแววดาว อุ่นเรือน อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 88/226 หมู่ที่ 1 ต.หนองกะขะ อ.พานทอง จ.ชลบุรี 5. ด.ญ.กชกร ฟ้าสาร อายุ 12 ปี บ้านเลขที่ 72 ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 6. นางสาวฤทัยรัตน์ อินต๊ะยศ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 52 บ้านหนองเต่า หมู่ 3 ต.ม่วงตึ๊ด อ.ภูเพียง จ.น่าน (ลูกสาว) 7. ด.ช.ชยานนท์ อินต๊ะยศ อายุ 12 ปี บ้านเลขที่ 88/226 หมู่ที่ 1 ต.หนองกะขะ .เภอพานทอง จ.ชลบุรี (ลูกชาย) และ 8. ด.ช.ชิษณุพงษ์ อินต๊ะยศ อายุ 12 ปี บ้านเลขที่ 88/226 หมู่ที่ 1 ต.หนองกะขะ อ.พานทอง จ.ชลบุรี (ลูกชาย) โดยรถถูกชนเข้าที่เพลาขับล้อหลังข้างขวาจนเพลาขาด ประมาณ 30 เมตร
คันที่ 2 รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ขพ 4697 ชลบุรี คนขับรถยนต์และผู้โดยสารมาด้วยจำนวน 2 คน ซึ่งมีนายไสว สัตยวงค์ อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 228 หมู่ 8 บ้านราษฎร์สามัคคี ต.เมืองจัง อ.ภูเพียง จ.น่าน และนางเนียร สัตยวงศ์ อายุ 50 ปี บ้านเลขที่เดียวกัน ซึ่งเป็นภรรยา ได้รับบาดเจ็บ
และคันที่ 3 รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฟอร์ด โฟกัส สีขาว ทะเบียน 3 กผ 5913 กทม. ถูกชนประสานงาพังยับทั้ง 2 คัน อยู่ตรงบริเวณหัวสะพานห้วยลึกฝั่งขาออกจาก จ.น่าน ไปอ.สันติสุข ซึ่งมีคนขับและผู้โดยสารมาด้วยกัน 4 คน โดยมี 1. นายเดชา สายะพงษ์ อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 170 หมู่ 4 ต.ป่าแลวหลวง อ.สันติสุข จ.น่าน เป็นคนขับ 2. นางศรีแพร โชครุ่งอายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 3/235 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 3. นายพีรชัย โชครุ่ง อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 3/235 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และ 4. นางแจ่ม สายะพงษ์ อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 170 บ้านป่าอ้อยหมู่ 4 ต.ป่าแลวหลวง อ.สันติสุข จ.น่าน ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ปานกลาง และสาหัสทีมกู้ชีพกู้ภัย รีบนำตัวผู้ได้รับเจ็บส่งโรงพยาบาลน่าน อย่างเร่งด่วน
ร.ต.อ.สุวัฒร์ชัย เปี่ยมทวีศักดิ์ พงส.สภ.ภูเพียง จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเบื้องต้นทราบว่านายไสว รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน มาจากบ้านเมืองหลวง เพื่อเข้ามาในเมืองได้ขับขี่แซงรถ จยย. ในทางโค้งที่เกิดเหตุรถยนต์ได้เสียหลักพุ่งชนรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า จนเพลาท้ายล้อหลังขาดรถกลับหน้ากลับหลัง และยังไปพุ่งรถยนต์เก๋ง ที่ขับตามหลังรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า พังยับทั้ง 3 คัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จึงได้บันทึกและถ่ายภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานพร้อมได้ดำเนินการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์โดยใช้เครื่องเป่ากับนายธวัชชัย ผู้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ในที่เกิดเหตุ วัดปริมาณได้ 0% โดยไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด หลังจากนั้นจึงได้ไปดูผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลน่าน พร้อมได้ประสานให้เจ้าที่โรงพยาบาลน่าน เจาะเลือดเพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของนายไสว คนขับรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ และนายเดชา คนขับรถเก๋ง เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคนไม่สามารถให้การได้อยู่ในระหว่างรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU
ในเวลาต่อมา พล.ต.ต.สัณห์​ โพธิ์รักษา ผบก.จ.น่าน พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิระศักดิ์​ ฝอยทอง ผกก.สภ.ภูเพียง ได้นำทีมตำรวจเข้าสอบสวนในที่เกิดเหตุ โดยที่พล.ต.ต. สัณห์​ โพธิ์รักษา ผบก.จ.น่าน กล่าวว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ราย จากการสอบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตที่ขับขี่มีประวัติดื่มสุราก่อนเกิดเหตุจำนวน 7 ราย และจากการสอบสวนพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุพบสาเหตุการเสียชีวิต มีการจัดงานรำวง งานบุญพระธาตุ โดยชุมชนต่าง ๆ หลายชุมชนในหลายอำเภอ มากกว่าปีก่อน ๆ ทำให้มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างหมู่บ้านต่างตำบลมาดื่มสุราแล้วเดินทางกลับบ้าน มีเสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ 7 รายจาก 9 ราย เกิดอุบัติเหตุซึ่งน่าจะเกิดจาก ผู้ขับขี่อาจจะเมาสุราจนเกินขนาด ทำให้ไม่สามารถหักหลบหรือป้องกันตนเองได้ อีกทั้งส่วนใหญ่มีพฤติกรรมไม่ใส่หมวกนิรภัยอีกด้วย ซึ่งในการตรวจพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุและหาแนวทางการป้องกันอุบัติเหตุจราจรต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น