นายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา กล่าวว่า จังหวัดพะเยา กำลังเข้าสู่ภัยแล้งก็จะเกิดการมีฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm2.5 เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพอากาศที่แห้งแล้ง เรื่องของการเผาป่า สวน ไร่ นา ฝุ่นจากการก่อสร้าง ฝุ่นจากยานพาหนะ ซึ่งในฝุ่นเหล่านี้ก็จะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน โดยหลัก ๆ ก็จะมีอยู่ 4 กลุ่มโรคด้วยกัน ประกอบด้วยกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ กลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด การอักเสบของผิวหนัง และตาอักเสบ

ซึ่งจากสถานการณ์ในหลายปีที่ผ่านมา ภาพรวมของจังหวัดพะเยาก็ไม่ได้มีผู้ป่วยที่มากขึ้นเมื่อเทียบเคียงในแต่ละปี แต่ทางสาธารณสุขจังหวัดพะเยา ก็ได้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องใน5 มาตรการหลัก ๆ คือ
มาตรการที่ 1 การเฝ้าระวังแจ้งเตือนสถานการณ์ โดยได้มีการใช้ข้อมูลการแจ้งเตือนของกรมควบคุมมลพิษแจ้งเตือนในทุกเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานีวิทยุการประชาสัมพันธ์ต่างๆการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานสาธารณสุข ที่รับผิดชอบทั้งอสม. รพ.สต. รวมถึงโรงพยาบาลทุกแห่ง เพื่อแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้รับทราบอย่างทั่วถึง
มาตรการที่ 2 ก็เป็นเรื่องของการเฝ้าระวังการเจ็บป่วยและสอบสวนโรค ใน 10 กลุ่มโรคในปัจจุบันใหญ่ใหญ่และจะขยายเป็น 13 กลุ่มโรค ซึ่งจะมีการเฝ้าระวังการวิเคราะห์หาสาเหตุ เพื่อที่จะได้แก้ไขหรือรักษาได้ทันท่วงที

มาตรการที่ 3 คือการสื่อสารและการสร้างความรู้ การปฏิบัติตนที่ถูกต้องเรามีระยะในเรื่องของความรุนแรงของค่า pm ในการแจ้งเตือนประชาชน ถ้าต่ำกว่า 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เรียกว่าระยะเฝ้าระวัง ระยะที่ 2 มีค่าตั้งแต่ 38 – 50 ค่าสูงควรระวังไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ระยะที่ 3 เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นระยะหลังภัยจะต้องมีการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนมีการปฏิบัติตัว ถ้าออกไปในสถานที่โล่งแจ้งก็ต้องมีการระวังมีการสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่ถ้ามีการเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเกินกว่าสามวัน ก็จะมีการเปิดศูนย์ปฎิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน เพื่อที่จะได้ดำเนินตามขั้นตอนต่าง ๆ ระยะต่อไป เตือนภัยระยะที่สอง ต่ำกว่า 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จนถึงระยะสุดท้าย หรือเรียกว่าระยะวิกฤต คือมากกว่า 91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งเป็นระยะที่ค่อนข้างรุนแรง






ร่วมแสดงความคิดเห็น