ในอดีตถนนสายสันกำแพง เคยเป็นแหล่งหัตถกรรมที่มีชื่อเสียง ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าหัตถกรรม โดยเฉพาะร้านจำหน่ายผ้าไหมสันกำแพง สินค้าหัตถกรรมเคยที่มีชื่อเสียงระดับโลก หลังอาภัสรา หงสกุล อดีตนางงามจักรวาลคนแรกของประเทศไทย สวมผ้าซิ่นไหมก่าน ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมสันกำแพง เข้าร่วมประกวดเวทีดังกล่าวด้วย แต่ระยะหลังชื่อเสียงของผ้าไหมสันกำแพงกลับค่อย ๆ เลือนหายไป
ล่าสุด นายสุนทร วาณิชย์มงคล ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด ได้ลุกขึ้นมาปัดฝุ่นรื้อฟื้นถนนสายสันกำแพงให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยการเปิดโรงงานให้เป็นศูนย์เรียนรู้ผ้าไหมแบบครบวงจร ภายใต้ชื่อ”ไทยซิลค์วิลเลจ” ตั้งอยู่บนถนนสายสันกำแพง หมู่ 3 ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

โดยทุก ๆ วันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ เดินทางมาเยี่ยมชมและเรียนรู้การผลิตผ้าไหม ที่เริ่มตั้งแต่การเพาะเลี้ยงหม่อนไหม การสาวไหม และการทอผ้าไหมลวดลายต่าง ๆ รวมไปถึงกิจกรรมเวิร์คช็อป ดีไอวาย “จ่าย หยิบ ย้อม” เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และเปิดประสบการณ์ การมัดย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ เช่น จากเปลือกขนุน ต้นฝาง ฯลฯ
ซึ่งขั้นตอนการย้อมก็ไม่ยาก เพียงนำผ้าที่มัดด้วยหนังยาง เพื่อให้ได้ลวดลายตามที่ต้องการไปต้มในย้อมผ้าสีต่าง ๆ จากนั้นจึงนำไปแช่ในน้ำยาปรับผ้านุ่ม และแกะหนังยางออกก่อนนำไปตากให้แห้ง ก็จะได้ผ้าไหมมัดย้อมลวดลายและสีสันที่สวยงาม เหมาะสำหรับเป็นผ้าคลุมไหล่ หรือผ้ากันแดด สำหรับรายได้จากกิจกรรม”จ่าย หยิบ ย้อม” ส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาคให้กับวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดสระบุรี

นายสุนทร เล่าว่า บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจก่อตั้งในปี 2534 โดยเปิดเป็นทางการในชื่อ “เลอบอมบิกซ์” เป็นหนึ่งในร้านค้าหัตกรรมที่มีชื่อเสียง ในบรรดาร้านค้าดั้งเดิมในย่านถนนสันกำแพง ขณะนั้นร้านค้ามุ่งเน้นขายปลีกเฉพาะผู้เดินทางในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาในปี 2540 จึงมีโอกาสขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยการเข้าร่วมในนิทรรศการทั้งในประเทศและต่างประเทศ กระทั่งเริ่มส่งออกสินค้าไปยังประเทศสำคัญ ๆ ทั่วโลก โดยใช้ชื่อว่า “ไทยซิลค์ วิลเลจ”

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ในธุรกิจผ้าไหม บริษัทฯ ได้พยายามเก็บรวบรวมภูมิปัญญาการผลิตผ้าไหมของท้องถิ่นไว้ให้คงอยู่ จึงเกิดแนวคิดต่อยอดเปิดศูนย์เรียนรู้ผ้าไหมขึ้น เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว และรื้อฟื้นภูมิปัญญาดั้งเดิม ไม่ให้เลือนหายไปจากถนนสายสันกำแพง รวมทั้งคงไว้ซึ่งงานหัตถกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น แม้จะเริ่มเปิดโรงงานให้เป็นศูนย์เรียนรู้เมื่อต้นปีนี้ แต่ก็ได้รับการตอบรับจากประชาชน และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้ถนนสายสันกำแพงกลับมามีสีสัน และมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
นายสุนทร กล่าวอีกว่า ในอนาคตบริษัทฯเตรียมเปิดฟาร์ม ภายใต้ชื่อ โคคูนฟาร์ม บาย ไทยซิลค์วิลเลจ ที่เรียกได้ว่า เป็นฟาร์มเรียนรู้การผลิตผ้าไหมแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศ ที่ตั้งของฟาร์มอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ของชาวยอง ในอำเภอสันกำแพง ซึ่งที่นี่จะมีตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม การผลิตผ้าไหม ร้านอาหาร โฮมสเตย์ เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้เข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้ทั้งแบบระยะสั้น และระยะยาว













ร่วมแสดงความคิดเห็น