วิกฤติโควิด-19 ทำโลหิตขาดแคลน เชิญร่วมบริจาคทุกโรงพยาบาล

ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จ.เชียงใหม่ แจ้งว่า เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างมาก ดังนั้นเพื่อระดมจัดหาโลหิตให้เพียงพอแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่มีความจำเป็น ความต้องการใช้ทางภาคบริการฯ จึงขอความร่วมมือ ประชาชนร่วมสาดน้ำใจให้โลหิต บริจาคได้ที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จ.เชียงใหม่ (ข้าง ร.ร.ยุพราช) ระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-19.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-15.30 น. หรือกรณีนัดหมายบริจาคโลหิตเป็นหมู่คณะ ตามคอนโด หมู่บ้าน ชุมชน สามารถประสานงานให้จัดรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ได้ที่งานประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 053-418389 ต่อ 17 หรือ 089-4810111 ให้เลือดฝ่าวิกฤติโควิต-19 ไปด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม กรณีกลุ่มบุคคลที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หลังจากกักตัว 14 วัน จะครบกำหนดบริจาคโลหิต หากนับจากวันที่กลับมา นับไป 4 สัปดาห์ สามารถบริจาคโลหิตได้ โดยต้องผ่านการคัดกรอง ตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเหตุให้ผู้บริจาคโลหิตกังวลในการเดินทางมาบริจาคโลหิต ทำให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลง ส่งผลต่อปริมาณโลหิตไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่รักษาในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า 160 แห่ง ที่ต้องใช้โลหิตในการผ่าตัด รวมทั้งผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องใช้โลหิตเป็นประจำ

ปัจจุบันมีการเบิกขอใช้โลหิตมายังศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตทั่วประเทศ เฉลี่ยวันละ 5,400 ยูนิตต่อวัน แต่สามารถจ่ายเลือดให้ได้เฉลี่ย 2,400 ยูนิตต่อวัน หรือร้อยละ 44 เท่านั้น จึงต้องจัดหาโลหิตให้เพียงพอต่อความต้องการอย่างเร่งด่วน หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป จะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาเลือดขาด

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถหาสารประกอบใดมาใช้ทดแทนโลหิตได้ดี เมื่อยามที่ร่างกายเสียโลหิตจากอุบัติเหตุ ผ่าตัด หรือโรคที่จำเป็นต้องรักษา ต้องรับบริจาคโลหิตจากบุคคลหนึ่ง เพื่อนำไปให้ช่วยเหลือชีวิตให้ทันท่วงที กว่า 77% ที่ได้รับบริจาคถูกนำไปใช้เพื่อทดแทนโลหิตที่สูญเสียไปในภาวะต่าง ๆ อาทิ อุบัติเหตุ การผ่าตัด การคลอดบุตร ฯลฯ อีก 23% เป็นการนำโลหิตไปใช้เฉพาะโรคเลือด อาทิ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย เกล็ดโลหิตต่ำ ฮีโมฟีเลีย เป็นต้น

ความต้องการโลหิต ต้องจัดหาโลหิตให้ได้วันละ 1,800-2,000 ยูนิต เดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 58,000 ยูนิต จึงจะเพียงพอจ่ายให้กับผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยหมู่โลหิตที่จำเป็นต้องจัดหาเฉลี่ยในแต่ละวัน หมู่เอ วันละ 500 ยูนิต หมู่บี วันละ 550 ยูนิต หมู่โอ วันละ 800 ยูนิต และหมู่เอบี วันละ 150 ยูนิต

กระบวนการบริจาคโลหิตตั้งแต่เริ่มลงทะเบียน จนกระทั่งบริจาคโลหิตเสร็จสิ้นใช้เวลาประมาณ 20 นาที ผู้บริจาคโลหิตต้องมี อายุระหว่าง 17-70 ปี บริจาคโลหิตได้ทุก 3 เดือน ผู้บริจาคโลหิตจะได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานรับบริจาค โดยสามารถติดต่อขอบริจาคโลหิตได้ตามโรงพยาบาลจังหวัดทุกแห่งตั้งแต่บัดนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น