การขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค บริโภค ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ จากการคาดการณ์ปัญหาภัยแล้งปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงกว่าทุกปี โครงการหลวงจึงได้เร่งเตรียมการรองรับปัญหาที่ส่งผลต่อการผลิตพืชของเกษตรกรในความรับผิดชอบ

จากพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะทำงานโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จ.กาญจนบุรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 มีใจความสำคัญสรุปได้ว่า การรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้อย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นั้น จะต้องทำให้คนในชุมชนมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับป่า ดูแลรักษาป่าให้ดำรงความอุดมสมบูรณ์ตลอดไป ผู้รับผิดชอบส่วนต่าง ๆ ต้องศึกษาปัญหา และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ภูมิประเทศ ป่าไม้ แหล่งน้ำ เส้นทางคมนาคม รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการดัดแปลงพื้นที่ โดยไม่ให้เสียความสมดุลทางธรรมชาติ และเป้าหมายหลักในการดำเนินการ

ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ราบ แนวทางของโครงการหลวงในการพัฒนาชุมชนชาวเขา ซึ่งอาศัยอยู่ในแหล่งต้นน้ำลำธารของประเทศ จึงมุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างจิตสำนึก รักษาป่า รักษ์สิ่งแวดล้อม เป้าหมายเพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุล สามารถจัดการการใช้พื้นที่เกษตร และพื้นที่ป่าอย่างเหมาะสม ไม่ให้ทั้งสองส่วนรุกล้ำกัน โดยการดำเนินการพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และในปี 2563 ได้สนับสนุนงบประมาณ และได้เร่งดำเนินการ เพื่อลดผลกระทบภัยแล้ง

โครงการหลวงได้จัดทำแผนงานร่วมกับ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมพัฒนาที่ดิน และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ในการจัดหาอุปกรณ์กักเก็บน้ำ ปรับปรุงระบบกระจายน้ำ สนับสนุนระบบท่อส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก และถังเก็บน้ำบ่อวงเพื่อการอุปโภค-บริโภค รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด รวมถึงหารือกับเกษตรกรปรับลด และยกเลิกแผนการปลูกพืชบางชนิด และเก็บรักษาหัวพันธุ์ไว้ในห้องเย็น เพื่อชะลอการปลูก ในเดือน เมษายน-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฝนแล้ง ยิ่งไปกว่านั้น โครงการหลวงยังได้ร่วมกับ สวพส. ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร จึงได้จัดสรรงบประมาณเร่งด่วนเพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านบาท

เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเร่งก่อสร้างและซ่อมแซมบ่อและอ่างกักเก็บน้ำในชุมชน ขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขิน สร้างฝายชะลอน้ำ จัดทำระบบการกระจายน้ำสู่แปลงเกษตร ส่งเสริมการใช้ระบบการให้น้ำในแปลงเพาะปลูกแบบประหยัด รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์สำหรับนำน้ำจากแหล่งธรรมชาติ มาไว้ใช้ในชุมชนให้เพียงพอ โดยขณะนี้มีเกษตรกร 101 ชุมชน ในเขต 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา และตาก ได้ลงทะเบียนเพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว 1,386 ราย



ร่วมแสดงความคิดเห็น