วันที่ 28 พ.ค. 63 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 23 พ.ค. 63 ถึงปัจจุบัน (28 พ.ค. 63) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง 13 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร และกำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครราชสีมาภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาทและสระบุรี รวม 27 อำเภอ 57 ตำบล 91 หมู่บ้านบ้านเรือนเสียหาย 412 หลังผู้เสียชีวิต 2 ราย ปัจจุบันสถานการณ์ภัยคลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ในช่วงวันที่ 23 พ.ค. 63 จนถึงปัจจุบัน (28 พ.ค. 63) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 จังหวัด รวม 27 อำเภอ 57 ตำบล 91 หมู่บ้านบ้านเรือนเสียหาย 412 หลังผู้เสียชีวิต 2 ราย (อำนาจเจริญ,นครสวรรค์) แยกเป็น ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร และกำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครราชสีมา ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท และสระบุรี ปัจจุบันสถานการณ์ภัยคลี่คลายแล้วทุกจังหวัด

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภค-บริโภค กระเบื้องมุงหลังคาและวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือน เป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
ร่วมแสดงความคิดเห็น