นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ
กรมการปกครอง เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่คิดว่าจะยังมีธุรกิจการนำเด็กหญิงมาเสนอขายให้ลูกค้าทั้งชาวต่างชาติ และลูกค้าชาวไทยที่มาเที่ยวสถานบริการเลือกซื้อบริการทางเพศ ไม่ต่างจากเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง

ล่าสุดศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ได้รับเรื่องจากองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ (โอ.ยู.อาร์.) ขอ
ให้กรมการปกครอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมาย กรณีพบบุคคลมีพฤติการณ์ในการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศโดยมิชอบจากเด็กหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จากการสืบสวนพบบุคคลมีพฤติการณ์เป็นนายหน้านำเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี เสนอขายบริการทางเพศให้กับนักเที่ยวที่มาใช้บริการในสถานบริการตามที่แจ้ง โดยแม่เล้าทำหน้าที่เชียร์แขกให้ดื่มเหล้าเบียร์และโฆษณาขายบริการทางเพศกับนักเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย หากลูกค้าถูกใจสามารถจ่ายค่าตัวแล้วพาเด็กออกไปร่วมประเวณีได้ทันที

ที่ผ่านๆมาการบูรณาการความร่วมมือดำเนินการจัดการ ในหลายๆแหล่ง ซึ่งพฤติการณ์ในลักษณะนี้ไม่ควรจะเกิด
ขึ้นกับเด็กเยาวชนไทย ผู้ประการการสถานบันเทิงควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม สถานบริการเป็นสถานที่ต้องห้ามมิให้ให้เยาวชนเข้าไปทำงาน หากพบมีพฤติการณ์แอบแฝงค้าประเวณีเด็กซึ่งเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ จะมีโทษตามกฎหมายสูงมากประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ขจัดการค้ามนุษย์ หากพบเห็นเบาะแส หรือการกระทำที่เข้าข่ายค้ามนุษย์ สามารถแจ้ง ผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ หรือ แจ้งเบาะแสผ่านแอปพลิเคชั่น Dopa Help

ด้าน นายสุปรีย์ เสาวิจิตร ผอ.องค์การโอ.ยู.อาร์. เปิดเผยว่า ผู้กระทำความผิด มักจะเลือกเด็ก หรือ บุคคลที่มีความ
เปราะบางอันเนื่องมาจากฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม หรือ การไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงจากผู้ปกครอง หรือ ขาดความยับยั้งชั่งใจจากการหลอกล่อของผู้กระทำความผิด โอ.ยู.อาร์.ในฐานะองค์การไม่แสวงหากำไรระหว่างประเทศ ที่จัดตั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่บังคับใข้กฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมทั้งการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในเด็ก จะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหาย และครอบครัว ในการฟื้นฟู ดูแลในระยะยาว ทั้งด้านกระบวนการยุติธรรม การศึกษา ครอบครัว และ ปัจจัยด้านอื่น ๆ ที่จำเป็น เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้ ได้มีโอกาสที่ดีกว่าในการดำเนินชีวิตต่อไป
ในขณะที่ นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครองกล่าวว่า กรมการปกครองจะรุกดำเนินรินการในทุกมิติ เพื่อให้
บรรลุเป้าหมาย การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่ ตามภารกิจ หน้าที่ เช่น การให้ความช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ประชาชน “ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้น” ขอยืนยันว่า กรมการปกครอง จะทุมเททำงานอย่างเต็มความสามารถคลี่คลายทุกปัญหาที่เป็นความทุกข์ความเดือดร้อนของ
ประชาชน

ร่วมแสดงความคิดเห็น