(มีคลิป) เปิดใจลุงอุดม คนกวาดถนนไร้บ้านย่านสะพานเหล็ก

Youtube video

เปิดใจลุงอุดม วัย 63 ปี คนกวาดถนนไร้บ้าน เก็บของเก่าขายย่านสะพานเหล็ก เจ้าตัวเผย ทำด้วยใจไม่มีเงินเดือนมาแล้วหลายปี หลังคนแชร์เรื่องราวโซเชี่ยลแห่ชื่นชม

สภาพบ้านและที่อยู่อาศัยของคุณลุง อุดม ลิมาพร อายุ 63 ปี ที่อยู่ในบริเวณตรอกซอยเล็กๆ ย่านถนนทุ่งโฮเต็ล ต.วัดเกต อ.เมืองเชียงใหม่ ใกล้กับสวนสาธารณภัยสถานีรถไฟ ที่อยู่ตามมีตามเกิด แวดล้อมไปด้วยกองขยะและของเก่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า “Patphan Tuidong” โพสต์ภาพเรื่องราว เล่าว่า เจอคุณลุงอุดม มากวาดถนนและเก็บของเก่าอยุ่เป็นประจำที่บริเวณสะพานเหล็ก และได้เข้าไปพูดคุยสอบถามเรื่องราวคราวๆ ทราบว่า เจ้าตัวไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดแต่อย่างใด แต่มาทำด้วยใจและไม่มีงานทำ จึงต้องหาเก็บขยะ อาทิ กระป๋อง และขวดแก้ว ที่กลุ่มวัยรุ่น และนักท่องเที่ยวที่มานั่งดื่มกินกันบริเวณดังกล่าวแล้วทิ้งไว้รวบรวมไปขาย เพื่อหาเงินประทงชีวิต ได้วันละ 30-40 บาท หรือสัปดาห์เพียงประมาณ 300 บาท และเมื่อเรื่องราวของคุณลุงอุดม ถูกแชร์ไปในโลกโซเชี่ยลทำให้มีคนให้ความสนใจมากหมาย อีกทั้งยังได้ช่วยเหลือบริจาคเงินให้กับคุณลุงอุดม ตามที่ปรากฏออกไปนั้น

ล่าสุดวันนี้ ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาพบกับ คุณลุงอุดม ที่บ้านตามที่ปรากฏในโพสต์โซเชี่ยล ก็พบว่า คุณลุงอุดม ได้พักอาศัยอยู่ที่บริเวณดังกล่าวจริง โดยสภาพที่อยู่อาศัยแวดล้อมไปด้วยกองขยะ และเศษของเก่าที่ทาง คุณลุงอุดม ได้เก็บรวบรวมมาแต่ละวันเพื่อที่จะนำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า นอกจากนี้ยังได้เข้าไปดูสภาพที่นอนของคุณลุงอุดม พบว่าเป็นเพียงเต้นท์เก่าๆ ที่เอาไว้นอนพัก หลบแดด หลบฝน และแมลงสัตว์ที่จะมากัดต่อยเพียงเท่านั้น ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งห้องน้ำ ต้องอาศัยเดินออกไปใช้ที่ป้อมตำรวจ ที่อยู่ห่างออกไปจากจุดที่อยู่พอสมควร อีกทั้งยังไม่มีไฟส่องสว่าง ต้องอาศัยใช้ไฟจากแบตเตอรี่ และน้ำที่ต้องหามากักเก็บไว้ใช้อย่างจำกัด

โดยในแต่ละวัน คุณลุงอุดม จะเริ่มออกจากที่พักตั้งแต่ช่วงค่ำราวๆ 2 ทุ่ม ด้วยการปั่นจักรยานเก่าๆ ที่มีตะกร้าด้านหลัง พร้อมด้วยที่ตักขยะ และไม้กวาด ออกจากที่พัก ไปยังสะพานเหล็กเพื่อที่จะไปทำความสะอาดด้วยการกวาดถนน และคอยเก็บเศษขยะที่มีคนทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ บริเวณสะพานใส่ลงยังถุงขยะ และหากเป็ดขวด หรือกระป๋อง ก็จะแยกเก็บไว้เพื่อจะรวบรวมนำไปขายเป็นเงินรายได้มาประทังชีวิต

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ คุณลุงอุดม และเจ้าตัวได้เล่าว่า ตนเป็นเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไปอยู่ที่ กทม. หลังจากที่คุณพ่อเสียก็จึงกลับมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งประมาณปี 2557 ซึ่งเมื่อก่อนตอนอยู่ กทม.ตนก็ได้ลงสมัครเลือกตั้ง สส. สมัย พลตรี จำลอง ศรีเมือง และเป็น สส.อยู่ประมาณ 4 ปี หลังจากนั้นก็ได้กลับมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็กลับมาอยู่ที่ดินของตัวเองที่มีอยู่ แต่ด้วยความที่ตนไม่ได้มีเงินหรือมีทรัพย์สิน ที่จะมาปรับปรุงสร้างบ้าน จึงต้องอาศัยอยู่แบบตามมีตามเกิด และอาศัยหารายได้เลี้ยงชีพด้วยการเก็บขยะของเก่าเรื่อยมา โดยปัจจุบันรายได้ก็ไม่มากนัก อาทิตย์ละ 300-400 กว่าบาท แล้วแต่ปริมาณของที่รวบรวมมาขายได้ ซึ่งแต่ละวันก็จะขับรถจักรยานยนต์ ไปทำความสะอาดแล้วเก็บรวบรวมขยะที่ได้มาขาย และที่ทำทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีค่าจ้างหรือเงินเดือนแต่อย่างใด แต่ตนทำด้วยจิตศรัทธา และบางครั้งก็มีบางคนที่เห็นตนซื้อน้ำ ขนม หรืออาหารมาฝาก

ส่วนจุดเริ่มต้นที่มาทำแบบนี้ ก็มาจากก่อนหน้านั้นได้ปั่นจักรยานมาแถวสะพานเหล็กแล้วเห็นว่า มีชาวบ้านมักเอาอาหาร เครื่องดื่มมานั่งกินกัน หลังจากนั้นก็มักจะเอาวางทิ้งไว้เรี่ยราดตามโคนต้นไม้ และบริเวณรอบๆ ซึ่งตอนนั้นตนก็พยายามไปติดต่อกับทางแขวงกาวิละ เพื่อหาถุง หรือถังขยะมาวางประจำไว้ให้คนเอาขยะทิ้ง แต่ก็ไม่มีการช่วยเหลือ ต่อมาตนจึงได้เอาถุงขยะที่วางตามที่ต่างๆ ที่ยังใส่ขยะไม่เต็มมารวมใส่ถุงเดียวให้เต็ม แล้วเอาส่วนที่เหลือมาห้อยไว้ตามตะแกรง และจุดที่คนมักจะเอาอาหารมากินกัน หลังจากช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ตนไปอยู่แถวประตูท่าแพ ก็จะกลับมาที่ขัวเหล็ก แล้วมารวบรวมขยะให้เป็นถุงเดียวกัน และแยกขบะที่พอจะเอาไปขายได้ออก โดยต้องทำให้ทันก่อนที่รถเก็บขยะจะมาเก็บไป

ทุกอย่างที่ทำอยู่นี้ตนถือเป็นการทำเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ และไม่มีค่าจ้าง เงินเดือน หรือเงินช่วยเหลือแต่อย่างใด และทำด้วยใจ แต่บางครั้งก็ทีคนที่เห็นตนทำซื้อน้ำ ซื้อขนมมาให้ โดยที่ตนทำไปก็ยึดตามคำสอนของในหลวง ร.9 ที่ตนเคยได้ยินเรื่องราวการทรงงานของท่าน ตนจึงอยากที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคมบ้าง นอกจากนี้ตนยังเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มงกุฎชั้นที่ 5 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2533 และ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นที่ 5 สมัยที่ตนเป็น สส. ด้วย

คุณลุงอุดม บอกอีกว่า ทุกวันนี้ยังไม่มีหน่วยงาน หรือเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลความเป็นอยู่ของคนแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนของตนนั้นในตอนนี้อยากได้รับการช่วยเหลือในเรื่องของที่พัก เนื่องจากเต้นท์ที่นอนก็เริ่มชำรุดทรุดโทรม และเรื่องของไฟฟ้า รวมถึงน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภค เพียงเท่านั้น และอยากขอบคุณกำลังใจที่ปรากฎบนโลกโซเชี่ยล รวมทั้งที่ได้โอนเงินเข้ามาช่วยเหลือตน ซึ่งเงินที่ได้ตนก็จะเอามาเป็นเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและยังชีพ

ทั้งนี้ผู้ที่มีจิตรศรัทธา หรืออยากช่วยเหลือคุณลุงอุดม สามารถโอนเงินเข้าบัญชีของคุณลุงโดยตรง โดยเลขบัญชี 020167107414 ชื่อบัญชี นายอุดม ลิมาพร

ร่วมแสดงความคิดเห็น