ตรวจสอบการเก็บค่าเทอม และเกณฑ์การรับสมัครนักเรียนใหม่ฯ

ป.ป.ช. และชมรม STRONG เชียงราย ตรวจสอบการเก็บค่าเทอมและเกณฑ์การรับสมัครนักเรียนใหม่ โรงเรียน ท.7 (ฝั่งหมิ่น)

วันที่ 28 ก.พ. 67 นายกิตติศักดิ์ พิมสาร ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.เชียงราย มอบหมายให้ นายนั้ง แสงเพชรไพบูลย์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงราย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยว ข้อง ร่วมกับ นางวันดี ราชชมภู ประธานชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.เชียงราย และคณะกรรมการชมรมฯ ระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจสอบการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงการศึกษา (ค่าเทอม) และเกณฑ์การรับสมัครนักเรียนใหม่ ณ โรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ม.6 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย โดยมี นายณรงศักดิ์ เตือนสกุล รองนายก ทน.เชียงราย นายเจตณรงค์ อินกัน ท้องถิ่น จ.เชียงราย และนางนงค์ลักษณ์ ดุริยพันธ์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ร่วมให้ข้อมูล

การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ป.ป.ช.เชียงราย และชมรม STRONGฯ สืบเนื่องมาจากมีผู้ตั้งข้อสงสัยถึงการเรียกเก็บค่าเทอมของโรงเรียนเทศบาล 7 ว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ และอยากให้ทาง ป.ป.ช.เชียงราย ได้มาทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเอกสารที่ทางโรงเรียนได้นำมาประกอบการชี้แจง ให้กับเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. พบว่า ทน.เชียงราย มีโรงเรียนในสังกัดจำนวน 8 โรงเรียน ถือเป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาลักษณะพิเศษ ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย มีนักเรียนรวมทั้งหมดประมาณ 8,000 กว่าคน โดยโรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น มีการเปิดสอนนักเรียนเพื่อความเป็นเลิศด้านภาษาอังกฤษ โดยนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล 1-3 จะเปิดสอนหลักสูตร MIni English Program (MEP) และตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจะเป็นการเรียนการสอนตามหลักสูตร English Program (EP) และจะคัดเลือกนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล 3 ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินของทางโรงเรียน เพื่อให้เข้าเรียนในระดับชั้น ป.1 หากนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์มีจำนวนเท่าไหร่ ก็จะนำไปหักลบจากจำนวนสูงสุดที่โรงเรียนสามารถรับได้คือจำนวนชั้นปีละ 105 คน แบ่งการเรียนการสอนเป็น 3 ห้องๆละ 35 คน อย่างเช่น กรณีปีการศึกษา 2567 มีนักเรียนในระดับชั้น อ.3 ที่ผ่านเกณฑ์เข้าเรียนชั้น ป.1 จำนวน 49 คน และที่เหลืออีก 56 ที่นั่ง จะเป็นการสอบประเมินพัฒนาการจากนักเรียนในพื้นที่ จ.เชียงราย ที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น โดยจะไม่มีการขึ้นบัญชีสำรองเผื่อกรณีนักเรียนที่สอบได้ขอสละสิทธิ์ในภายหลังแต่อย่างใด

ในเอกสารประกาศรายชื่อนักเรียนที่ผ่านการประเมินพัฒนาการ เพื่อเข้าเรียนในระดับชั้น ม.1 ของโรงเรียน ท.7 ได้มีการแจ้งค่าใช้จ่ายจำนวน 9 รายการ รวมจำนวน 27,250 บาท ซึ่งทางผู้ปกครองที่ร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช.เชียงราย ได้ตั้งข้อสงสัยในค่าใช้จ่ายจำนวน 3 ข้อ ได้แก่ ข้อ 2 ค่าบริจาคสมทบสมาคมท้องถิ่น ผู้ปกครอง และครู ภาคเรียนละ 5,000 บาท แบ่งย่อยเป็น ค่าจ้างครูต่างชาติและบุคคลากรสนับสนุนการเรียนรู้ จำนวน 4,000 บาท ค่าสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักเรียนและบุคลากร 500 บาท และค่าจัดหาสื่อและเทคโนโลยีการสอน 500 บาท ข้อ 3 ค่าสมัครสมาชิกชมรมท้องถิ่นผู้ปกครองและครู (จ่ายครั้งเดียว) 100 บาท และข้อ 4 ค่าบำรุงสมาคมท้องถิ่นผู้ปกครองและครู ปีการศึกษาละ 500 บาท ซึ่งที่ 3 ข้อ เป็นรายจ่ายที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บนักเรียนเพื่อนำไปจ่ายให้กับสมาคมฯ ตามข้อตกลงร่วมกันของคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหารเทศบาล และผู้ปกครอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้พิจารณาค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บแล้ว เห็นว่าอยู่ในระดับที่ไม่แพงจนเกินไป หากเทียบกับโรงเรียนอื่นที่จัดการศึกษาในหลักสูตร EP เหมือนกัน แต่ทาง ป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกตุว่า “สมาคมท้องถิ่นผู้ปกครองและครู” มีสถานะเป็นหน่วยงานเอกชน การเรียกเก็บเงินนักเรียนโดยผ่านทางโรงเรียน ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ และออกใบเสร็จในนามสมาคมฯ ไม่น่าจะสามารถกระทำได้ตามกฏหมาย และการใช้คำว่า “บริจาค” ก็น่าจะเป็นไปโดยความสมัครใจและตามความสามารถของผู้ปกครอง ไม่ควรกำหนดยอดเงินตายตัว

และทาง ป.ป.ช.เชียงราย ยังตั้งข้อสงสัยถึงการรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนชั้น ป.1 ซึ่งทางโรงเรียน ท.7 จะใช้วิธีการคัดเลือกนักเรียนที่เรียนในระดับชั้น อ.3 ที่เรียนในโรงเรียน ท.7 และผ่านเกณฑ์การประเมินพัฒนาการเพื่อเข้าเรียนชั้น ป.1 และที่เหลือก็จะเปิดทดสอบจากนักเรียนในพื้นที่ จ.เชียงราย ให้ครบตามจำนวนห้องเรียนละ 35 คน จำนวน 3 ห้อง รวมเป็น 105 คน โดยไม่มีการขึ้นบัญชีสำรองผู้สอบได้ ทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.แสดงความเป็นห่วงถึงกรณีดังกล่าว เพราะหากมีนักเรียนที่สอบได้คนไดคนหนึ่งแสดงความประสงค์จะสละสิทธิ์ เพราะไปสอบได้ที่โรงเรียนอื่น จะทำให้มีที่นั่งว่าง เป็นช่องโหว่ในการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ปกครองเพื่อนำลูกหลานเข้าเรียนแทนที่ และผู้ปกครองคนอื่นที่เสียผลประโยชน์ไป คนที่ลูกหลานสอบไม่ได้ หรือนักเรียนที่สอบได้ในระดับคะแนนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะถูกเรียกตัวในครั้งแรก ก็อาจจะเสียประโยชน์ที่ควรจะได้ ก็อาจจะมีร้องเรียนเพื่อตรวจสอบถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการรับนักเรียนในครั้งนั้นๆได้ ซึ่งทางผู้บริหารโรงเรียนชี้แจงว่า จำนวนนักเรียนที่กำหนดไว้ห้องเรียนละ 35 คนนั้น เป็นจำนวนสูงสุดที่สามารถจะรับได้แล้ว ที่จริงตามเกณฑ์ความเหมาะสม แต่ละห้องเรียนควรมีนักเรียนไม่เกิน 30 คน ซึ่งทางโรงเรียนเห็นว่าได้รับสมัครในอัตราสูงสุดที่พอรับได้ไปแล้ว หากจะมีนักเรียนที่สละสิทธิ์ไปบ้าง ทางโรงเรียนก็จะจัดการเรียนการสอนไปตามนั้น จะไม่เรียกรับนักเรียนที่มีชื่อสำรองมาเพิ่ม

ซึ่งทั้งประเด็นการเก็บเงินค่าเทอม และเกณฑ์การรับนักเรียน ทาง ป.ป.ช.เชียงราย และชมรม STRONGฯ ได้แนะนำให้ทางโรงเรียนได้มีการพูดคุยกันระหว่างคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และผู้บริหารเทศบาล เพื่อแก้ไขให้เป็นไปตามกฏระเบียบ โปร่งใส ไม่ขัดกับข้อกฏหมายของทางราชการ และจะได้เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งในอนาคต

ร่วมแสดงความคิดเห็น