
วันที่ 9 กันยายน 2567 ที่่ผ่านมา เชียงใหม่ได้มีการประกาศเจตจำนง ให้เชียงใหม่เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ (Chiang Mai Low Carbon City) โดยเป็นการร่วมมือของ 4 ภาคส่วน ได้แก่ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ณ ห้องทองกวาว สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Uniserv)

นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการ “Chiang Mai Low Carbon City” พร้อมทั้งเป็นตัวแทนภาครัฐ ร่วมกับตัวแทนภาคสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาชน ประกาศเจตจำนงที่จะร่วมขับเคลื่อนสู่การเป็น Chiang Mai Low Carbon City และภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการ สร้างพื้นที่ให้เหล่าผู้มีหัวใจสีเขียว ได้มานำเสนอโปรเจคที่ตนได้กำลังทำอยู่ เพื่อแสดงถึงเป้าหมายเดียวกัน ที่จะร่วมทำให้โลกของเรานั้นเป็นโลกสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นบูธจากสภาลมหายใจ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และอีกมากมาย



มีปาฐกถาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ รวมกว่า 250 คน หนึ่งในนั้นคือ นาย ทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงเจตจำนงของจังหวัดเชียงใหม่ ในเรื่องการให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความพร้อมของจังหวัดเชียงใหม่ที่จะก้าวไปสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ
“ถ้าเราไม่ทำอะไร ไม่มีความตระหนัก ไม่ตื่นตัว เราอาจจะมีสถานการณ์เหมือนน้ำที่พัด เหมือนน้ำที่กระเด็นกระดอน ไปคนละทิศ คนละทาง ช่วงนี้มีโปรเจคเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเยอะมาก ของเราก็ Go Low Carbon และพร้อมจะก้าวไปสู่ Net Zero ในต่อไป อยู่ที่พลังความร่วมมือของพวกเรา เชียงใหม่เราไม่รอแล้ว เราต้องขยับ เรามีทั้งกายภาพ และหลาย ๆ มิติ พร้อมที่จะดำเนินไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

การจัดงานสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายเขียว สวยหอม และสภาลมหายใจเชียงใหม่ โดยมีศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพ จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวแทน


เป้าหมายการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากเพื่อเป็นเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ แนวทางปฏิบัติด้านการขับเคลื่อนจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำแล้ว การจัดงานในครั้งนี้ยังได้จัดขึ้นเพื่อให้ทุกภาคส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีองค์ความรู้ ทราบถึงสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไข เพื่อนำไปสู่การตระหนักด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น ในเรื่องความสำคัญของการดำเนินการเชิงนโยบาย และเกิดการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในการรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตระหนัก และให้ความสำคัญกับการเร่งปัญหาทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น จึงได้มีการปรับกระบวนทัศน์การพัฒนา และขับเคลื่อนตามนโยบายระดับประเทศ คือ การขับเคลื่อนไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการรับมือ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จังหวัดเชียงใหม่จึงมีการพัฒนา มาตรการลดก๊าซเรือนกระจก 30 มาตรการ และมาตรการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหากดำเนินการได้ครบถ้วน และบรรลุผลสำเร็จตามแผนที่กำหนดไว้ จะช่วยให้จังหวัดเชียงใหม่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีพ.ศ.2573 ลงได้มากถึงร้อยละ 21 ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องได้รับการร่วมมือของทุกภาคส่วนไม่ว่าจะภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสถาบันการศึกษา และภาคประชาชน เพื่อโลก เพื่อเรา

ร่วมแสดงความคิดเห็น