ชาวบ้านลุกฮือ ถือป้ายไม่เอาโรงไฟฟ้า หลังพบมีหลายอย่างไม่โปร่งใส

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในพื้นที่บ้านสันติสุข ม.11 ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ได้รวมตัวขับไล่ตัวแทนผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งหนึ่งที่ได้เข้ามาขอประชุมทำความเข้าใจในการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ต.ฝายกวาง กว่า 6 หมู่บ้าน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่พอใจที่ทางตัวแทนเข้ามาพูดคุยถึงเรื่องแต่ผลดีไม่ยอมพูดถึงเรื่องผลเสียรวมทั้งก่อนหน้านั้นชาวบ้านบางรายได้บอกว่าช่วงปี 66 ตอนที่เข้ามากลับเอาเพียงเฉพาะแค่บางกลุ่มไปดูงานรวมทั้งไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้านให้ได้ทราบเรื่องราวของการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งนี้ด้วย

โดยอลงกรณ์ ซิวสารี อายุ 44 ปี ชาวบ้านสันติสุข ได้เปิดเผยว่า ในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ที่ทางตัวแทนบริษัทโรงไฟฟ้ากล่าวอ้างว่าช่วงปี 66 ได้เข้ามาประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้านได้ทราบว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้านั้นตนเองยืนยันว่าทุกคนไม่เคยได้รับรู้มาก่อนแถมยังมีการนำชาวบ้านและผู้นำเฉพาะบางกลุ่มไปศึกษาดูงานโดยไม่มีการแจ้งให้ทุกคนได้รับทราบอีกด้วย จนเวลานี้พวกตนได้ทำการยื่นเรื่องการคัดค้านสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทดังกล่าวไปยังกรรมาธิการด้านพลังงาน กระทรวงพลังงานและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งได้ถวายฎีกาต่อในหลวงในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนี้ด้วย ทั้งนี้ทางชาวบ้านได้มีการเรียกร้องให้เปิดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นจำนวน 3 ครั้งแต่ผ่านมาแล้ว 2 ครั้งนั้นชาวบ้านต่างไม่พอใจและไม่ขอยอมรับการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่แห่งนี้ซึ่งมองว่าการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นั้นภายในระยะ 3 กม.ไม่ได้ครอบคลุมในเรื่องที่จะส่งผลดีต่อชาวบ้านอีกทั้งตนเองยังหวั่นในเรื่องการขุดเจาะน้ำบาดาลที่จะนำมาใช้อาจจะเป็นแหล่งน้ำใต้ดินที่มีจำนวนมหาศาลเกรงว่าจะเกิดผลเสียในอนาคต และในวันนี้ก็ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ทางแทนบริษัทที่จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้เข้ามารับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านซึ่งเป็นแบบการประชุมย่อยทั้ง 6 หมู่บ้านและถือเป็นครั้งสุดท้ายในรูปแบบ GOP ไฟนอลด้วยโดยจะเป็นข้อสรุปที่ทางตัวแทนบริษัทจะยื่นขออนุญาตต่อ กกพ.ในเรื่องของการสร้างต่อไป

ด้านนายบุญบูชา ชลชัยรุ่งเรือง ผู้จัดการโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ได้กล่าวว่า สำหรับการเดินทางมาครั้งนี้ตนได้เห็นภาพที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าทำให้รู้สึกว่าอยากทำความเข้าใจกับชาวบ้านมากกว่านี้เพราะสิ่งที่จะตามมานั้นมีข้อดีมากกว่าข้อเสียอีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้นรวมไปถึงการใช้ไฟฟ้าอนาคตจะกลายเป็นพลังงานสะอาดที่สามารถทดแทนระบบถ่านหินลิกไนซ์ได้อีกด้วย โดยโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นั้นจะตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งจะอยู่ในเขตการปกครองของ ทต.ฝายกวาง โดยจะมีพื้นที่โครงการตามกรรมสิทธิ์ที่ดินประมาณ 1,321,988.00 ตารางเมตร หรือ ประมาณ 826.24 ไร่ พื้นสำหรับพื้นที่การศึกษาโดยรอบโครงการ รัศมีไม่น้อยกว่า 3 กิโลเมตร จากขอบเขตพื้นที่ตั้งโครงการประกอบด้วยพื้นที่ 1 จังหวัด 2 อำเภอ 1 เทศบาลตำบล 1 องค์การบริหารส่วนตำบลและ 7 หมู่บ้าน โดยในส่วนของ ทต.ฝายกวาง นั้นจะมี หมู่ที่ 8 บ้านแวนโค้ง, หมู่ที่ 9 บ้านใหม่เจริญไพร, หมู่ที่ 11 บ้านสันติสุข, หมู่ที่ 13 บ้านใหม่นาสา, หมู่ที่ 14 บ้านศิวิไล, หมู่ที่ 16 บ้านฐานพัฒนา และในส่วนของเขต อบต.งิม อ.ปง จ.พะเยาจะมี หมู่ที่ 7 บ้านปางผักหม เป็นต้น ทั้งนี้โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเทคโนโลยีแผงโฟโตโวลเทอิกหรือเซลล์แสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตามนโยบายให้การสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก ดังนั้นการมาครั้งนี้ตนถือว่าชาวบ้านในพื้นที่จะได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ ซึ่งการประชุมย่อยในครั้งนี้จะมีด้วยกันทั้งหมด 7 เวที ตนและทีมงานจะพยายามสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้านให้ได้มากที่สุดถึงแม้ว่าจะถูกชูป้ายขับไล่ก็ตาม

นายธวัช จรัสวรภัรทร นายอำเภอเชียงคำ ได้เปิดเผยสั้น ๆ ว่า การที่ผู้ประกอบการสร้างโรงไฟฟ้าเดินทางเข้ามาในพื้นที่ครั้งนี้ไม่มีการแจ้งให้ทางอำเภอได้ทราบถึงข้อมูลที่มาที่ไป ทำให้การประชาสัมพันธ์ที่ถูกกล่าวอ้างถึงนั้นไม่สามารถจะชี้แจงให้ชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้านได้ทราบว่าจะมีการก่อสร้างในครั้งนี้ด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น