🔍สังเกตอย่างไรให้รู้ ลูกซนตามวัยหรือสมาธิสั้น
เด็กสมาธิสั้น หรือ Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder (ADHD) เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง ส่งผลให้เด็กมีปัญหาในการควบคุมพฤติกรรมและสมาธิ อาการที่พบนั้นมักจะแสดงออกในทุกสถานที่ ไม่ใช่เฉพาะที่บ้านหรือโรงเรียน หรือเฉพาะบางสถานการณ์
❇️อาการของเด็กสมาธิสั้น
- ขาดสมาธิ :
o ไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมได้นาน
o ทำงานไม่เสร็จตามเวลา
o มักลืมของบ่อย ๆ เช่น ของเล่นหรืออุปกรณ์การเรียน - ซนเกินไป หรือ Hyperactivity:
o เคลื่อนไหวตลอดเวลา นั่งนิ่งไม่ค่อยได้
o ชอบพูดหรือทำสิ่งต่าง ๆ อย่างรีบเร่ง
o มักจะมีปัญหาในการควบคุมการเล่น หรือทำกิจกรรมเบา ๆ - หุนหันพลันแล่น (Impulsivity):
o ทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่คิดหรือหยุดยั้ง เช่น การพูดแทรกคนอื่น
o เล่นแรงเกินไป ทำให้เกิดการบาดเจ็บบ่อย
o มักมีปัญหาในการรอคอยตามลำดับ
❇️สาเหตุที่ทำให้เด็กสมาธิสั้น
- พันธุกรรม : ผู้ปกครองหรือญาติใกล้ชิดมีประวัติภาวะสมาธิสั้น
- ความผิดปกติของสมอง : การทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพฤติกรรมและสมาธิ
- ปัจจัยสิ่งแวดล้อม : เช่น การสัมผัสสารพิษระหว่างตั้งครรภ์ การบาดเจ็บของสมองตั้งแต่วัยเยาว์
- ปัจจัยกระตุ้น : เช่น การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง อาจไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่เป็นปัจจัยเสริมให้สมาธิแย่ลงได้
❇️วิธีสังเกตว่าเด็กซนตามวัยหรือสมาธิสั้น
- เด็กซนตามวัย :
o ทำกิจกรรมได้ตามคำสั่งของพ่อแม่หรือครู
o สามารถควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมได้ดีตามวัย
o เข้ากับเพื่อนหรือคนรอบข้างได้ ไม่มีปัญหาในการเข้าสังคม - เด็กสมาธิสั้น :
o ไม่มีสมาธิในการทำกิจกรรมหรืองานที่ต้องใช้เวลา
o ควบคุมตัวเองได้ยาก มักทำอะไรหุนหันพลันแล่น
o มีปัญหาในการเข้าสังคมหรือการทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น
❇️แนวทางการดูแลเด็กสมาธิสั้น
- ปรับพฤติกรรม : ฝึกวินัยในการใช้ชีวิต ช่วยให้เด็กควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม เช่น การตั้งกฎเกณฑ์ในกิจกรรมประจำวัน การฝึกให้ทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความใจเย็นและเป็นขั้นตอน
- การรักษาด้วยยา : การใช้ยาที่ช่วยเพิ่มสมาธิ ช่วยให้เด็กสามารถมีสมาธิและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตหรือการเรียนในระยะยาว
❇️บทบาทของครอบครัว
ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการดูแลและส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสมของเด็ก ควรให้เวลากับลูกมากขึ้นและจัดกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น การวาดรูป การออกกำลังกาย หรือการอ่านนิทาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้ใช้พลังงานในทางที่ดี สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ใช้สื่อเกินจำเป็นและควบคุมเวลาอย่างเหมาะสม
หากพบว่าเด็กมีปัญหาการควบคุมสมาธิหรือพฤติกรรมที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและคำแนะนำในการดูแลรักษาต่อไป
ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/Opej3
ขอบคุณข้อมูลจาก : รศ.พญ.นงลักษณ์ บุญชูดวง อาจารย์ประจำสาขาวิชาพัฒนาการและพฤติกรรม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

ร่วมแสดงความคิดเห็น