สังเกตอย่างไรให้รู้ ลูกซนตามวัยหรือสมาธิสั้น

🔍สังเกตอย่างไรให้รู้ ลูกซนตามวัยหรือสมาธิสั้น

เด็กสมาธิสั้น หรือ Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder (ADHD) เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง ส่งผลให้เด็กมีปัญหาในการควบคุมพฤติกรรมและสมาธิ อาการที่พบนั้นมักจะแสดงออกในทุกสถานที่ ไม่ใช่เฉพาะที่บ้านหรือโรงเรียน หรือเฉพาะบางสถานการณ์

❇️อาการของเด็กสมาธิสั้น

  1. ขาดสมาธิ :
    o ไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมได้นาน
    o ทำงานไม่เสร็จตามเวลา
    o มักลืมของบ่อย ๆ เช่น ของเล่นหรืออุปกรณ์การเรียน
  2. ซนเกินไป หรือ Hyperactivity:
    o เคลื่อนไหวตลอดเวลา นั่งนิ่งไม่ค่อยได้
    o ชอบพูดหรือทำสิ่งต่าง ๆ อย่างรีบเร่ง
    o มักจะมีปัญหาในการควบคุมการเล่น หรือทำกิจกรรมเบา ๆ
  3. หุนหันพลันแล่น (Impulsivity):
    o ทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่คิดหรือหยุดยั้ง เช่น การพูดแทรกคนอื่น
    o เล่นแรงเกินไป ทำให้เกิดการบาดเจ็บบ่อย
    o มักมีปัญหาในการรอคอยตามลำดับ

❇️สาเหตุที่ทำให้เด็กสมาธิสั้น

  • พันธุกรรม : ผู้ปกครองหรือญาติใกล้ชิดมีประวัติภาวะสมาธิสั้น
  • ความผิดปกติของสมอง : การทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพฤติกรรมและสมาธิ
  • ปัจจัยสิ่งแวดล้อม : เช่น การสัมผัสสารพิษระหว่างตั้งครรภ์ การบาดเจ็บของสมองตั้งแต่วัยเยาว์
  • ปัจจัยกระตุ้น : เช่น การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง อาจไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่เป็นปัจจัยเสริมให้สมาธิแย่ลงได้

❇️วิธีสังเกตว่าเด็กซนตามวัยหรือสมาธิสั้น

  • เด็กซนตามวัย :
    o ทำกิจกรรมได้ตามคำสั่งของพ่อแม่หรือครู
    o สามารถควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมได้ดีตามวัย
    o เข้ากับเพื่อนหรือคนรอบข้างได้ ไม่มีปัญหาในการเข้าสังคม
  • เด็กสมาธิสั้น :
    o ไม่มีสมาธิในการทำกิจกรรมหรืองานที่ต้องใช้เวลา
    o ควบคุมตัวเองได้ยาก มักทำอะไรหุนหันพลันแล่น
    o มีปัญหาในการเข้าสังคมหรือการทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น

❇️แนวทางการดูแลเด็กสมาธิสั้น

  • ปรับพฤติกรรม : ฝึกวินัยในการใช้ชีวิต ช่วยให้เด็กควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม เช่น การตั้งกฎเกณฑ์ในกิจกรรมประจำวัน การฝึกให้ทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความใจเย็นและเป็นขั้นตอน
  • การรักษาด้วยยา : การใช้ยาที่ช่วยเพิ่มสมาธิ ช่วยให้เด็กสามารถมีสมาธิและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตหรือการเรียนในระยะยาว

❇️บทบาทของครอบครัว
ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการดูแลและส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสมของเด็ก ควรให้เวลากับลูกมากขึ้นและจัดกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น การวาดรูป การออกกำลังกาย หรือการอ่านนิทาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้ใช้พลังงานในทางที่ดี สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ใช้สื่อเกินจำเป็นและควบคุมเวลาอย่างเหมาะสม
หากพบว่าเด็กมีปัญหาการควบคุมสมาธิหรือพฤติกรรมที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและคำแนะนำในการดูแลรักษาต่อไป

ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/Opej3

ขอบคุณข้อมูลจาก : รศ.พญ.นงลักษณ์ บุญชูดวง อาจารย์ประจำสาขาวิชาพัฒนาการและพฤติกรรม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

ร่วมแสดงความคิดเห็น