“แพทองธาร” มอบบัตร ปชช. ให้ชาวเชียงราย เผยรัฐลดขั้นตอนการขอสัญชาติให้เร็วขึ้น

“แพทองธาร” มอบบัตร ปชช. ให้ชาวเชียงราย 72 ราย เผยรัฐลดขั้นตอนการขอสัญชาติให้เร็วขึ้น ช่วยคนไร้รัฐไร้สัญชาติได้บัตรง่ายขึ้น

วันที่ 1 ธ.ค. 67 ที่อาคารเจียงแสน ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีที่มาร่วมตรวจราชการในพื้นที่ จ.เชียงราย ได้เดินทางมาร่วมพบปะประชาชนและเป็นประธานในการมอบบัตรประชาชนแก่บุคคลที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ซึ่งในครั้งนี้มีผู้ที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาให้มีสถานะทางทะเบียน หรือได้รับบัตรประชาชน ในพื้นที่ จ.เชียงราย จำนวน 72 คน โดยในงานมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำคณะผู้บริหารจังหวัด คณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมต้อนรับเป็นจำนวนมาก

ในบรรดาผู้ที่มาต้อนรับนายกรัฐมนตรี มีตัวแทนของประชาชนที่ยังไม่ได้รับสถานะทางทะเบียนมารอพบปะกับนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเรียกร้องขอสถานะการเป็นประชาชนชาวไทย ซึ่งเป็นประตูแรกในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ และหางานที่มั่นคงให้กับตนเอง โดยนายเล่า แซ่ว่าง อายุ 25 ชาวบ้าน ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย กล่าวว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่ ต.ตับเต่า อ.เทิง เดินทางมาพบกับนายกรัฐมนตรีในวันนี้ เพื่อจะมาขอให้ทางรัฐบาลได้เร่งตรวจสอบและให้สถานะทางทะเบียน เพราะพวกตนเกิดและโตในประเทศไทย แต่ที่ผ่านมาประสบปัญหาการตกสำรวจ เพราะทางภาครัฐได้มีการสำรวจเมื่อปี 2548-2552 แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการสำรวจอีก ทำให้พวกตนซึ่งตกสำรวจ จึงยังไม่มีสถานะทางทะเบียนมาจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่บางคนโดนขึ้นบัญชีเป็นคนในพื้นที่ สปป.ลาว ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามีการผิดพลาดในขั้นตอนไหน และไม่สามารถแก้ไขได้มาจนถึงปัจจุบัน โดยในพื้นที่ ต.ตับเต่า อ.เทิง คาดว่ายังคงมีคนตกสำรวจแบบตนอยู่อีกนับหมื่นราย ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการรัฐ เด็กที่จบภาคบังคับที่ไม่มีบัตรประชาชน ก็จะไม่สามารถกู้ยืมเงิน กยศ. จึงไม่สามารถเรียนในระดับที่สูงขึ้นได้ อย่างกรณีของตนซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่ยังไม่มีบัตรประชาชน ทำให้ไม่สามารถไปสมัครงานที่ไหนได้ เพราะยังเป็นบัตรหัว 0

“อยากให้ทางภาครัฐช่วยเร่งรัดกระบวนการลงทะเบียนขอสัญชาติให้เร็วขึ้น เพื่อการเข้าถึงสวัสดิการเหมือนคนอื่นๆ” นายเล่า กล่าว

กิจกรรมในวันนี้ เมื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึงศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย ก็ได้พบปะทักทายพี่น้องประชาชนที่มารอต้อนรับ โดยมีสีสันน่ารักเล็กๆน้อยๆในระหว่างเดินเข้าไปในหอประชุม เพราะมีเด็กนักเรียนหญิงในระดับชั้นอนุบาล ในสังกัดเทศบาลนครเชียงราย จำนวน 4 คน มารอต้อนรับนายกรัฐมนตรี และกล่าวทักทายด้วยภาษาไทยและต่างประเทศ ซึ่งทุกคนก็กล่าวผ่านไปด้วยดี จนมาถึงคนสุดท้ายที่ต้องกล่าวทักทายด้วยภาษาจีน แต่เด็กหญิงเกิดตื่นเต้นจนไม่สามารถพูดได้ นายกรัฐมนตรีจึงชวนคุยและจบด้วยการทักทางด้วยการไฮไฟท์ (แตะมือ) จากนั้นจึงเดินเข้าไปรับฟังการบรรยายสรุปผลงานของเทศบาลนครเชียงราย โดยมีนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เป็นผู้บรรยายสรุป

ภายในห้องประชุม ได้มีการรำแสดงวัฒนธรรมชนเผ่า จากคณะนักเรียนสังกัดเทศบาลนครเชียงราย จากนั้นมีตัวแทนผู้รับบัตรประชาชน กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ทำการมอบบัตรประชาชนให้กับตัวแทนผู้ได้รับการมอบบัตรประชาชน จำนวน 10 คน จากคนที่ได้บัตรทั้งหมด 72 คน

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทางรัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด ตนเองได้พูดคุยกับตัวแทนพี่น้องชาติพันธุ์หลายคนตั้งแต่ก่อนจะเลือกตั้งแล้ว บางคนอยู่เมืองไทยมานาน รักในประเทศไทย แต่ไม่มีบัตรประชาชน ไม่ได้รับสวัสดิการต่างๆจากภาครัฐ ในวันนี้ตนรู้สึกดีใจแทนคนที่ได้มารับมอบบัตรประชาชน เพราะจะสามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการสาธารณสุข การศึกษา ฯลฯ ในฐานะรัฐบาลก็ดีใจและภูมิใจที่จะได้ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องการให้สัญชาติเป็นเรื่องที่สำคัญต่อพี่น้องประชน ที่ผ่านมาเรามีการสำรวจตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 และมีการขึ้นทะเบียนตามมติ ครม.แล้ว ซึ่งการขึ้นทะเบียนก็ต้องมีหลังเกณฑ์พิจารณา ได้แก่ ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้าน มีเลขประจำตัว 13 หลัก อยู่ในเมืองไทยมาไม่น้อยกว่า 15 ปี มีความประพฤติที่ดี ไม่เคยต้องโทษจำคุกเกิน 5 ปี หรือหากเคยต้องโทษก็ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่เกิน 5 ปี แต่ปัจจุบันก็ยังมีพี่น้องชาติพันธุ์ที่ยังไม่มีสถานะทางทะเบียนและรอการพิจารณาอยู่อีกกว่า 500,000 คน เพราะที่ผ่านมาเรามีหลักเกณฑ์การพิจารณาตรวจสอบค่อนข้างจะนาน จากเดิมในกรณีของคนที่ไม่ได้เกิดในประเทศไทย ที่ต้องใช้เวลา 270 วัน ปัจจุบันทางรัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ลดขั้นตอนและระยะเวลาพิจารณาลงเหลือเพียง 5 วัน เช่นเดียวกับกรณีของคนที่เกิดในประเทศไทย จากเดิมต้องใช้เวลาพิจารณา 180 วัน ตอนนี้ลดเหลือเพียง 5 วันเท่ากัน ทำให้พี่น้องชาติพันธุ์มีความหวังมากกว่าขึ้นที่จะเข้าถึงสวัสดิการรัฐได้อย่างทั่วถึง

“ในหลักเกณฑ์์ใหม่นี้ก็จะเพิ่มกฏเกณฑ์ในการตรวจสอบ มีความชัดเจน เพิ่มความปลอดภัย และทางรัฐบาลมีความยินดีในการสนับสนุนการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณหรือทรัพยากรที่จำเป็นต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆที่มาร่วมผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นอวค์กรระหว่างประเทศที่ให้ความร่วมมือด้วยดีกับประเทศไทยมาโดยตลอด ทั้ง UNRC, UNSCR, UNICEF และ IOM ซึ่งตัวแทนองค์กรทั้งหมดที่กล่าวมา ก็ได้มาร่วมยินดีในวันนี้ด้วย” น.ส.แพทองธาร นายกรัฐมนตรี กล่าว

หลังจากมอบบัตรประชาชน นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ร่วมถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารและประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม ก่อนเดินทางไปที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย เพื่อเดินทางกลับ กทม. เป็นอันเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ ครม.สัญจร พบปะประชาชนในครั้งนี้

ด้านนายศุภชัย เปียแลกู่ อายุ 17 ปี ชาวบ้าน ต.วาวี อ.แม่สรวย ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับบัตรประชาชน กล่าวว่า วันนี้รู้สึกกดีใจที่ได้รับมอบบัตรประชาชน เพราะตนรอมานาน โดยได้ยื่นเรื่องขอมีบัตรมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ปัจจุบันอายุ 17 ปี หลังจากนี้ตั้งใจจะไปทำงานต่างประเทศเพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว

เช่นเดียวกับนางจิ่ง อ้ายต้า อายุ 46 ปี มารดาของ ด.ช.ชานนท์ อ้ายต้า อายุ 7 ขวบ ซึ่งเป็นผู้รับมอบบัตรประชาชนที่อายุน้อยที่สุดในวันนี้ กล่าวว่า น้องชานนท์เป็นคนสุดท้ายของบ้านที่ได้รับบัตรประชาชน รู้สึกดีใจมาก อยากฝากขอบคุณไปถึงทางรัฐบาลที่ได้เร่งรัดกระบวนการจนลูกชายได้บัตรประชาชน หลังจากนี้ก็จะเข้าถึงสวัสดิการรัฐได้เหมือนคนอื่น

ร่วมแสดงความคิดเห็น