เก็บศพข้ามเขต กู้ภัยหลายหน่วยเปิดศึกยกพวกเผชิญหน้าใน รพ.- บุกสำนักงาน ประธานมูลนิธิเพชรเกษมหอบหลักฐานแจ้งความ ส่วนฝั่งคู่กรณีโต้กลับพร้อมเข้าแจ้งความด้วยเช่นกัน ผู้จัดการมูลนิธิในพื้นที่เผย 34 ปี เพิ่งเคยเกิดเรื่องเป็นครั้งแรก
เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเกิดเหตุเผชิญหน้ากันระหว่างหน่วยกู้ภัยในจังหวัดเชียงใหม่ ถึงขั้นยกพวกหลายสิบคนปิดล้อมข่มขู่กันหน้าห้องเก็บศพในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เท่านั้นยังไม่พออีกฝ่ายยังยกพวกอีกหลายสิบคนบุกไปปิดล้อมถึงสำนักงานมูลนิธิคู่กรณี ซึ่งความขัดแย้งในเรื่องนี้มีสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่ถูกอีกฝ่ายข้ามเขตเข้าไปเก็บศพผู้เสียชีวิตไปจากที่เกิดเหตุ
เหตุกระทบกระทั่งที่เกิดขึ้นเริ่มจากช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. เกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่อำเภอสารภี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุหนึ่งราย ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพชรเกษม สาขาเชียงใหม่ ได้เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุเป็นหน่วยแรก ร้อยเวรเจ้าของคดีจึงได้ออกใบส่งศพให้นำศพไปส่งที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หลังจากนั้นไม่นานหน่วยกู้ภัยรวมใจได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งหน่วยกู้ภัยเพชรเกษมอ้างว่าได้แจ้งหน่วยกู้ภัยรวมใจว่าร้อยเวรออกใบส่งศพมาให้แล้ว พร้อมกับบอกว่าให้มูลนิธิรวมใจนำศพไปส่งแทนได้เลย แต่หน่วยกู้ภัยรวมใจก็ไม่รับและเดินทางกลับออกไป
ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. หน่วยกู้ภัยเพชรเกษมได้นำศพไปส่งที่แผนกนิติเวชมหาราชนครเชียงใหม่ ระหว่างขากลับได้มีรถกู้ภัยของสมาคมกู้ภัยร่วมล้านนาเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับหน่วยกู้ภัยรวมใจขับเข้าไปที่โรงพยาบาลมหาราชและได้ขับรถขวางรถของหน่วยกู้ภัยเพชรเกษมบนถนนในโนงพยาบาล จนทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจและเกิดการกระทบกระทั่งกัน โดยในคลิปภาพจากกล้องหน้ารถจะเห็นชายคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มของหน่วยกู้ภัยเพชรเกษมเดินถือท่อนเหล็กเข้ามาข่มขู่ที่รถของหน่วยกู้ภัยสมาคมร่วมล้านนาและเกิดการปะทะคารมการขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งสองฝ่ายได้บันทึกภาพทั้งจากกล้องหน้ารถและใช้โทรศัพท์มือถือไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะแยกย้ายกันออกไปจากโรงพยาบาลเนื่องจากตำรวจเข้ามาระงับเหตุ
เหตุการณ์ยังไม่จบเท่านี้ หลังจากนั้นไม่นานทั้งฝ่ายของหน่วยกู้ภัยรวมใจก็ได้ระดมคนและหน่วยกู้ภัยพันธมิตรหลายสิบคน บุกเข้าไปที่สำนักงานของมูลนิธิเพชรเกษมสาขาเชียงใหม่ ย่านถนนช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีสายตรวจปราบปราบ สภ.เมืองเชียงใหม่ เดินทางไปดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งคู่กรณีได้เข้าไปพูดคุยเจรจากันในสำนักงาน ก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปในที่สุด
ล่าสุดในเวลา 11:00 น วันนี้ิ นายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี ประธานมูลนิธิเพชรเกษม นำหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดในระหว่างเกิดเหตุทั้งที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่และเหตุการณ์ที่ถูกปิดล้อมสำนักงานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ เมืองเชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีกับคู่กรณี ในข้อหาบุกรุกเคหะสถานและกักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมกับให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า มูลนิธิเพชรเกษมได้จดทะเบียนถูกต้องกับนายทะเบียน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 และได้เข้ามาเปิดสาขาดำเนินการที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการทำบันทึกข้อตกลงกับสมาคมกู้ภัยร่วมล้านนาเชียงใหม่ที่มอบพื้นที่ให้กับมูลนิธิเพชรเกษมได้ดำเนินการ ซึ่งเป็นการทำงานภายใต้บันทึกข้อตกลงไม่ได้ทำโดยพละการและมีขอบเขตการทำงานที่ได้กำหนดไว้ โดยในบันทึกข้อตกลงลงนามโดยนายกสมาคมกู้ภัยร่วมล้านนาผู้มีอำนาจในสมาคม
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่มูลนิธิเพชรเกษมได้เข้าไปให้การสนับสนุนในที่เกิดเหตุและได้รับการร้องขอจากพนักงานสอบสวนขอให้นำศพไปส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งร้อยเวรได้ออกหนังสือใบส่งศพให้แล้ว แต่หลังจากนั้นก็ถูกหน่วยกู้ภัยหลายหน่วยรวมตัวกันมาปิดล้อมรถที่ไปส่งศพที่โรงพยาบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พยายามที่จะหลบเลี่ยงแล้วแต่ก็ยังถูกเอารถมาขวางไว้ ส่วนที่มีภาพเจ้าหน้าที่ถือท่อนเหล็กเข้าไปหานั้นเป็นเพราะต้องการป้องกันตัว หลังจากนั้นยังถูกยังตามไปคุกคามข่มขู่ถึงสำนักงาน ซึ่งเรื่องนี้ทางมูลนิธิยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกเคหสถานและกักขังหน่วงเหนี่ยวก็ถือว่าเป็นผู้ถูกกระทำ และนอกจากแจ้งความที่สภเมืองเชียงใหม่แล้วจะเข้าแจ้งความที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่อีก 1 คดี
ผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุที่เกิดการกระทบกระทั่งกันเนื่องจากทางมูลนิธิเพชรเกษมได้ออกไปดำเนินการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของตัวเองใช่หรือไม่ นายสหชาติบอกว่ามูลนิธิเป็นองค์กรการกุศลไม่หวังผลกำไรที่เพื่อสนับสนุนการทำงานของตำรวจ ถ้าพนักงานสอบสวนร้องขอก็จะทำงานเพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
เพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนางสุมาลี เงินถา ผู้จัดการมูลนิธิรวมใจเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่าโดยหลักการทำงานของหน่วยกู้ภัยในจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่จะมีการแบ่งพื้นที่การรับผิดชอบให้กับแต่ละหน่วย ซึ่งที่ผ่านมาทางมูลนิธิก็ปฏิบัติตามกฎระเบียบและทำงานร่วมกับหน่วยกู้ภัยหน่วยอื่นๆกันเป็นอย่างดี มีการช่วยเหลือสนับสนุนกันในแต่ละกรณีที่เกิดขึ้น และที่ผ่านมาหลายสิบปีก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งแบบนี้มาก่อน กรณีที่เกิดขึ้นทราบว่าหลังเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนได้ร้องขอมายังมูลนิธิรวมใจเพื่อให้ไปรับศพส่งชันสูตร ซึ่งทางมูลนิธิก็ได้ส่งรถไปแต่กลับพบว่าหน่วยกู้ภัยหน่วยอื่นมาถึงก่อนและอ้างว่าพนักงานสอบสวนให้นำศพไปส่ง ซึ่งทางมูลนิธิก็ไม่ได้ขัดข้อง ปัญหาพวกนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าหากทุกหน่วยทำงานร่วมกันภายใต้กฎกติกาที่กำหนดไว้
ด้าน นายไพโรจน์ พรหมธารา รักษาการนายกสมาคมกู้ภัยร่วมล้านนาเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในรถตู้ซึ่งเข้าไปในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ตามคลิปภาพ เปิดเผยว่า หลังจากที่มูลนิธิเพชรเกษมได้นำศพออกจากที่เกิดเหตุไปส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้รับการประสานงานจากรถกู้ภัยรวมใจขอให้ตามเข้าไปโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เพื่อสอบถามเหตุผลว่าทำไมถึงไปรับศพข้ามเขต โดยขับรถเข้าไปเพียงคันเดียว ยืนยันว่าไม่ได้ปิดล้อมเพราะไปแค่คันเดียว ในรถก็มีตนเองกับอาสาสมัครเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งนั่งไปด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าไม่พอใจเรียกพวกมาเพิ่มจนกลายเป็นเหตุการณ์คลิป ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองเป็นฝ่ายที่ถูกคุกคามและยืนยันจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาข่มขู่คุกคาม
นายไพโรจน์ยังบอกด้วยว่า บันทึกข้อตกลงหรือ MOU ที่ทางมูลนิธิเพชรเกษมนำมาอ้างเป็นหลักฐานในการทำงานถือว่าเป็นเอกสารที่ไม่มีผล เนื่องจากนายกสมาคมกู้ภัยร่วมล้านนาเชียงใหม่ที่ลงนามมอบพื้นที่ในเอกสารดัง เปล่าได้หมดวาระไปตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา แต่กลับไปลงนามในวันที่ 9 ธันวาคม 2567 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่หมดวาระไปแล้วจึงไม่มีอำนาจในการลงชื่อในนามของสมาคม โดยในตอนนี้ตนเองทำหน้าที่เป็นรักษาการนายกสมาคมอยู่และไม่เคยไปทำบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานใด
ด้าน พันตำรวจเอก ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรณีที่มีการแจ้งความทางตำรวจจะเรียกทั้งสองฝ่ายมาสอบถามปากคำแล้วจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายโดยจะมีการดำเนินคดีประจำพยานหลักฐานที่ปรากฏและหลังจากนี้ก็จะมีการพูดคุยกับทั้งสองฝ่ายเพื่อป้องกันและหาทางออกไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

















ร่วมแสดงความคิดเห็น