ชมต้นมะแพร้วญาติมะพร้าว ต้นไม้ไทยใกล้สูญพันธ์ จับมือส่งต่อมรดกพรรณไม้ไทยเสี่ยงสูญพันธ์

ชมต้นมะแพร้วญาติมะพร้าว ต้นไม้ไทยใกล้สูญพันธ์ ทต.สันผีเสื้อ จับมือช้างทองเฮอริเทจอนุรักษ์พรรณไม้โบราณส่งต่อมรดกพรรณไม้ไทยเสี่ยงสูญพันธ์

แน่นอนว่าทุก ๆ คนคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักต้นมะพร้าว ต้นไม้ที่พบเห็นได้ทั่วทุกที่ในประเทศไทย แต่วันนี้ผู้สื่อข่าวพาไปชม “ต้นมะแพร้ว” ญาติของมะพร้าวที่เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยได้ยินชื่อและปัจจุบันเป็นต้นไม้ที่อยู่ในสถานะหายากและใกล้สูญพันธ์ไปจากประเทศไทย โดยต้นมะแพร้ว 5 ต้นนี้ ถูกนำมาปลูกและอนุรักษ์ไว้ที่ “ช้างทองเฮอริเทจ” แหล่งรวมและแหล่งเรียนรู้ต้นไม้โบราณหายากหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่

โดยต้นมะแพร้ว จริง ๆ แล้วก็คือต้นมะพร้าวโบราณที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนหรือที่เรียกว่ามะพร้าวกลายพันธ์ ทำให้มะแพร้วไม่มีหางหนู และ ดอกเพศผู้ ดอกเพศเมียหรือผลอ่อนจะเกิดอย่างหนาแน่นบนแกนกลางหรืองวงโดยตรง มะแพร้วจะติดผลน้อยกว่ามะพร้าว คือเพียง 4-5 ผลต่อทะลาย นั่นเป็นเพราะไม่มีดอกเพศผู้หรือมีดอกเพศผู้น้อยกว่าปกติหรือมีดอกตัวเมียมากเกินไป ส่วนลูกมะแพร้วจะมีลักษณะก้นแหลม แต่ให้น้ำมะแพร้วที่เหมือนกันน้ำมะพร้าวและประโยชน์หลายอย่าง เช่น น้ำของมะแพร้วจะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยทำให้ผิวพรรณกระชับ ลดการเกิดริ้วรอย ช่วยรักษาอาการไอ ช่วยรักษาอาการอ่อนเพลียเนื่องจากการสูญเสียน้ำภายในร่างกายจากโรคท้องร่วง ช่วยรักษาอาการอาเจียนเป็นเลือด ช่วยรักษาอาการเมาค้าง ช่วยถอนพิษเบื่อเมา รักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ ช่วยขับปัสสาวะ เป็นต้น

นายบุญรักษ์ ธนเจริญโรจน์ นักออกแบบและจัดสวนผู้เชี่ยวชาญด้านพรรณไม้ใหญ่ขุดล้อมสำหรับงานภูมิทัศน์ของเมืองไทย เจ้าของช้างทองเฮอริเทจปาร์ค บอกว่า ต้นมะแพร้วในอดีตพบกระจายพันธ์ทั่วไปทางภาคใต้ แต่ปัจจุบันเหลือน้อยมากและแทบไม่มีคนรู้จักอีกต่อไป โดยมะแพร้ว 5 ต้นนี้นำมาจาก อ.สวี จ.ชุมพร ตั้งใจอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจได้มาชมและเรียนรู้ศึกษา

ต้นไม้ใหญ่อายุมากกว่าร้อยปี ต้นไม้หายากใกล้สูญพันธ์ และ ต้นไม้รูปร่างแปลกไม่เหมือนใคร รวมแล้วกว่า 2,000 ต้น ที่ถูกรวบรวมไว้บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ในโครงการช้างทองเฮอริเทจพาร์ค เป็นส่วนหนึ่งของบันทึกความร่วมมือกับเทศบาลตำบลสันผีเสื้อในการสนองพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจะมีการ

เก็บรวบรวมทรัพยากรท้องถิ่น อนุรักษ์และปลูกรักษาทรัพยากรท้องถิ่น มีเป้าหมายรวมเพื่อพัฒนาบุคลากรอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์กับชุมชนและเป็นแหล่งเรือนรู้ให้นักเรียน นักศึกษา และ ผู้ที่สนใจ

นายภาวิต บุญชละ รองนายกเทศมนตรีตำบลสันผีเสื้อ บอกด้วยว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ เทศบาลตำบลสันผีเสื้อจะให้การสนับสนุนข้อมูลและอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์พรรณไม้หายาก โดยทางเทศบาลฯ ได้ขึ้นบัญชีพรรณไม้หายาก เสี่ยงสูญพันธ์ และ พันธุ์ไม้ที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รวมทั้งหมดแล้วประมาณ 350 ชนิด ในจำนวนนี้มี “ต้นสีเสื้อ” หรือ ต้นผีเสื้อหลวง ซึ่งเป็นไม้หมายเมืองประจำถิ่นของตำบลสันผีเสื้อที่ตอนนี้ทั้งตำบลเหลืออยู่เพียง 3 ต้น ซึ่งจะมีการอนุรักษ์และขยายพันธ์เพื่อให้กลับมาเป็นต้นไม้ประจำถิ่นอีกครั้ง รวมทั้งอนุรักษ์ต้นลิ้นจี่โบราณอายุ 100 ปี ให้เป็นมรดกของชาวเชียงใหม่

ร่วมแสดงความคิดเห็น