ตำรวจไซเบอร์ กก.4 บก.สอท.4 จับแหล่งจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ขายออนไลน์ กระจายส่งทางเดลิเวอรี่
วันที่ 27 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการปราบปรามผู้ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ทางกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) โดย กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.คมสัน มีภักดี ผกก.4 บก.สอท.4 ได้สังการให้ชุดจับกุมนำโดย ร.ต.อ.ปิยะณัฐ แปงใจ รอง สว.กก.4 บก.สอท.4 ร.ต.อ.เพลินพสิษฐ์ พรหมเผ่า รอง สว.กก.4 บก.สอท.4 และพวก ดำเนินการสืบสวนหาข่าวตามสื่อโซเซียลและจากกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พบเบาะแสมีการขายบุหรี่ไฟฟ้าทางเฟสบุ๊ก โดยมีการยิงแอดโฆษณาทางเฟสบุ๊ก ซึ่งกลุ่มลูกค้าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา เยาวชน วัยรุ่น
ต่อมา กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 ได้ทำการล่อซื้อบุหรี่ไฟฟ้า และทำการสืบสวนจบพบบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นจุดที่กระจายสินค้า โดยจะมีการจัดส่งสินค้าทางเดลิเวอรี่ ซึ่งมีทั้งไรเดอร์รับจ้างโดยตรงจากผู้ขายและไรเดอร์ที่ลงทะเบียนถูกต้องตามแพลตฟอร์มต่างๆ มารอรับสินค้าในช่วงเวลาเที่ยงวันถึงกลางดึกเป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงราย ที่ ค.75/2568 ลงวันที่ 27 ก.พ. 68 เพื่อเข้าตรวจค้นจับกุม
ผลการตรวจค้นพบ นายอธิโชค (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ที่อยู่ ต.บึงคำสร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางจำนวนมาก วางอยู่ที่ชั้นวางของบริเวณห้องโถงภายในบ้าน ประกอบด้วย หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ KS แบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 9 ชิ้น บุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อง INFY แบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 4 ชิ้น คอยน์หัวบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ SMOK จำนวน 16 อัน บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ MARBO 9K แบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 8 ชิ้น หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ MARBO แบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 10 ชิ้น บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ VAZER 9000 PUFFH แบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 4 ชิ้น ตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ KS จำนวน 3 เครื่อง ตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ RELX จำนวน 2 เครื่อง ตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ SP2 จำนวน 2 เครื่อง แท่นชาร์จบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ RELX จำนวน 1 เครื่อง น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ MARBO จำนวน 4 ชิ้น หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ FEEL+ แบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 2 ชิ้น บุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ ONE แบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 2 ชิ้น บุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ KS QUIK 6000 แบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 3 ชิ้น และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ KS จำนวน 6 ชิ้น อีกทั้งยังได้ทำการจับกุมคนส่งสินค้าซึ่งรับจ้างส่งโดยตรง จำนวน 2 ราย
ผลการสืบสวนสอบสวนพบว่า นายอธิโชคไม่ได้เปิดเป็นหน้าร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า แต่ได้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม และมีคนส่งสินค้าขาประจำมารอรับ โดยส่งสินค้าให้กับลูกค้าจะได้รับค่าส่ง 40-200 บาทต่อครั้ง แล้วแต่ระยะทาง กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 จึงได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันเป็นผู้ขายหรือจัดหาด้วยประการใดๆ หรือเสนอ หรือชักชวนให้มีการขาย ให้บริการ หรือจัดหาด้วยประการใดๆ ซึ่งสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า หรือน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงิน หรือผลประโยชน์อื่นอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นผู้นำเข้าซึ่งสินค้าต้องห้าม (ตามมาตรา 5 (1) และมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและนำเข้ามาราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522) และร่วมกันซ่อนเร้นหรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีศุลกากร ซึ่งสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ยาสูบ) (บุหรี่ไฟฟ้า หรือน้ำยาเติม หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ร่วมกัน) ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 246” และทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง
3 ราย พร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น