แก๊งฉ้อโกง หมอกระต่าย หมอฟันลำพูนสูญเงิน 68 ล้าน ทางแก๊งฉ้อโกงแพ้คดี ศาลลำพูนตัดสินลงโทษโทษหนัก ร่วมกัน 3 คนฉ้อโกงและฟอกเงิน ติดคุกรวม 26 ปี จำเลยที่ 1 น.ส.กบ คนเดียว 15 ปี หมอฟันเปิดหน้าขอให้เหยื่อที่ถูกฉ้อโกงมาชี้ตัวเอาผิดเพิ่ม เชื่อว่ามีกระบวนการอีกหลายคนที่จะเชื่อมโยง ยื่นคัดค้านการประกันตัวทันที
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 มี.ค.2568 ที่ศาลจังหวัดลำพูน ได้พิจารณาคดี อาญาหมายเลขดำที่ อ456/2566 หมายเลขแดที่ อ463/2567 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดลำพูน พร้อมโจทก์รวม คือผู้เสียหาย นางสาวจิตรลดา กัลยาธง หรือ หมอกระต่าย ฟ้องร้อง น.ส.กบ (นามสมมติ) พร้อมพวก รวม 3 คน ตกเป็นจำเลยในคดีข้อหาร่วมกันฉ่อโกง และคดีร่วมกันฟอกเงิน
คดีดังกล่าว สืบเนื่องจาก น.ส.กบ จำเลย พร้อมพวกรวม 3 คน อ้างจะขอซื้อที่ดินข้างคลินิกของ หมอกระต่าย ที่เปิดคลินิกหมอฟันอยู่ย่านตัวเมืองลำพูน และเป็นเพื่อนมัธยมหมอกระต่ายมาก่อน โดยอ้างว่าได้เปิดบริษัทรับซื้อหน้ากากอุตสาหกรรมตามโรงงานย่านนิคมอุตสาหกรรม ต่อมาหมอกระต่ายประกาศขายที่ดิน 6 ไร่ในราคา 7.8 ล้าน น.ส.กบ จึงบอกกับหมอกระต่าย ว่าสนใจซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวเพื้อสร้างบริษัท ต่อมาหมอกระต่ายจึงได้ขายให้โดยโอนที่ดินไปก่อนเพื่อให้ น.ส.กบ นำเอกสารโฉนดที่ดินนำไปเข้าธนาคารเพื่อสร้างบริษัท หลังจากนั้น น.ส.กบ ยื่นกู้จากธนาคารได้ 10 ล้านบาท นำเงินให้หมอกระต่ายเพียง 3.9 ล้านบาท ค้างเงินอีก 3.9 ล้านบาท แต่เงินที่เหลือ น.ส.กบ กลับนำเงินไปจ่ายหนี้กับเจ้าหนี้รายอื่น ต่อมา น.ส.กบ ได้หลอกหมอกระต่าย ลงทุนค้าหน้ากากอนามัย ลงทุนค้าเหล็กและค้าทองแดง โดยสร้างสตอรี่และสร้างตัวละครหลอกหมอกระต่ายโอนเงิน รวมความเสียหายกว่า 68 ล้านบาท
จากนั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา หมอกระต่าย รู้ว่าถูกหลอกจึงแจ้งความดำเนินคดีฉ่อโกงและฟอกเงิน มีการฟ้องร้องคดีเป็นต้นมา รวม 7 ปี
วันนี้ (วันที่ 27 มี.ค.68) ศาลชั้นต้น ศาลจังหวัดลำพูน ได้เรียกโจทก์ คือ หมอกระต่าย และจำเลย คือ น.ส.กบ พร้อมพวก รวม 3 คน เข้ารับฟังการตัดสินคดี โดยจำเลยที่ 1 ได้นั่งรถเบนซ์หรูราคาหลายล้านมาฟังการพิจารณาคดี ผลการตัดสินคดี ได้มีสื่อมวลชนจำนวนมากเดินทางมาทำข่าว และขออนุญาตทางศาลเพื่อบันทึกภาพที่หน้าศาลด้วยทางศาลได้อนุญาต
รวมเวลาที่ศาลพิจารณาคดี และตัดสิน รวม 2 ชม. เสร็จสิ้่นการตัดสินของศาลชั้นต้น ต่อมาทางศาลจังหวัดลำพูน นำข่าวแจกสื่อมวลชน (ระบุตามเอกสารว่า) “ ข่าวแจกสื่อมวลชน
แถลงความคืบหน้าการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ๔๕๖/๒๕๖๖ หมายเลขแดงที่ อ๔๖๓/๒๕๖๗
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา o๙.oo นาฬิกา ศาลจังหวัดลำพูน
นัดฟังคำพิพากษา คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ๔๕๖/๒๕๖๖ หมายเลขแดงที่ อ๔๖๓/๒๕๖๗ ระหว่าง
นักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ น.ส.กบ จำเลยที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ จำเลยที่ ๓ มีความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ประกอบมาตรา ๘๖ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕ (๓), ๖๐ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและ
ปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕ (๑) (๓), ๖๐ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานฉ้อโกง จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๒ ปี ฐานร่วมกันฟอกเงิน
จำคุกจำเลยที่ ๑ กระทงละ ๑ ปี รวม ๑๒ กระทง ตามฟ้องข้อ ๑.๒ ถึง ๑.๑๓ เป็นจำคุก ๑๒ ปี จำคุก
จำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ตามฟ้องข้อ ๑.๑๐ จำคุกจำเลยที่ ๓ กระทงละ ๑ ปี รวม ๘ กระทง ตามฟ้อง
ข้อ. ๑.๓, ๑.๖, ๑.๗, ๑.๘, ๑.๑, ๑.๑๐, ๑.๑๒ และ ๑.๑๓ เป็นจำคุก ๘ ปี รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๕ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี และจำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๑๐ ปี กับให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วม ๓๘,๘๕๒,๕๕๖.๔๑ บาท (สามสิบแปดล้านแปดแสนห้าหมื่นสองพันห้าร้อยห้าสิบหกบ้าน) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๕ ต่อปี นับจากวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ หรือดอกเบี้ยอัตราใหม่ตามที่เปลี่ยนแปลงโดยพระราชกฤษฎีกาบวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ ๒ ต่อปี นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่การคิดดอกเบี้ยจะต้องไม่เกินอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ตามที่โจทก์ร่วมขอ
ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนแพ่งให้เป็นพับ ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ในข้อหาฉ้อโกง ส่วนที่โจทก์มีคำขอให้นับโทษจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๗๑/๒๕๖๕ ของศาลนี้นั้น เมื่อปรากฏว่าในคดีดังกล่าวผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์และศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความไปแล้ว
จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้./
สรุปคดีร่วมกันฉ้อโกง และคดีร่วมกันฟอกเงิน ทางโจกท์ คือ หมอกระต่าย ศาลตัดสินให้ชนะคดี เอาผิด น.ส.กบ จำเลยที่ 1 จำคุก รวม 15 ปี จำเลยที่ 2 จำคุก รวม 1 ปี และ จำเลยที่ 3 จำคุก รวม 10 ปี และชดใช้เงินให้หมอกระต่าย รวม 38,852,556.41 บาท ( กว่า 38 ล้าน) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 บาทต่อปี ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2566 เป็นต้นมา
หลังเสร็จสินการพิจารณาคดี นางสาวจิตรลดา กัลยาธง หรือหมอกระต่าย เดินออกจากศาล กล่าวดีใจหน้าศาลทั้งน้ำตา พร้อมสามี และญาติที่มาให้กำลังใจจำนวนมาก กล่าวว่า “เราถูกพรากเงินเก็บทรัพย์สิน รวมทั้งเครดิตของเราทั้งหมดไปจากเพื่อนคนนี้ ยังสร้างสถานการณ์เพื่อให้เราเติมเงินต่อยอด เอาเงินจากญาติและรับผิดชอบชดใช้หนี้ด้วยตัวเองตลอด เพื่อเราก็หวังได้เงินที่ติดค้างจะได้คืนมาทั้งหมด ก็หาเงินให้จนติดกันเป็นร่างแห จนต้องมีการดำเนินคดีและหาหลักฐานสู้คดีจนชนะคดีได้ในวันนี้
“ที่ผ่านมา หมออยู่มาได้ทุกวันนี้เพราะใจที่เข้มแข็งมากและเพราะกำลังใจครอบครัว และเข้าใจได้เลยถึงคนที่คิดจะฆ่าตัวตายว่าเป็นอย่างไร แต่อยู่ได้มาเพราะด้วยวิชาชีพที่มีอยู่ หมอยังกู้เงินจากเงินกู้ดอกเบี้ยโหดหมอก็กู้มาใช้หนี้แล้ว ใครจะว่าอย่งไรก็ตามหมอขอขอบคุณเงินกู้ดอกเบี้ยโหดด้วยที่ได้มีเงินให้ใช้หนี้มาจนถึงวันนี้ และวันนี้ น.ส.กบ ก็ต้องชดใช้กรรมตามที่กระทำแล้ว” หมอกระต่าย กล่าว
ส่วนทางสามีคุณหมอกระต่าย (สงวนนาม) บอกว่า ยอมรับว่ากระบวนการยุติธรรมมีจริง จากปัญหานี้กระทบครอบครัวอย่างยิ่ง ลูกสาวคนโตสอบติดแพทย์ แต่ไม่มีทุนการศึกษาต่อทางแพทย์ ส่วนลูกสาวคนเล็ก ได้รับผลกระทบจากจิตใจตอนนี้ใช้ยาคลายเครียด เพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หวังว่าจากนี้ไปอะไรๆก็จะดีขึ้น และขอฝากถึงผู้ตกเป็นเหยื่อขบวนการแก๊งฉ้อโกงแก๊งฟอกเงินกลุ่มขบวนการนี้ ทำตัวเหมือนซาลาเปาใส้ดำ ข้างนอกดูดีขาวสะอาก แต่ข้างในจิตใจดำ และขอแจ้งประชาชนหากรู้ว่าถูกแก๊งนี้หลอก ให้มาชี้ตัวและเอาผิดกับ น.ส.กบ พร้อมพวกได้ เชื่อมทำเป็นขบสนการ และวันนี้ก็ได้แจ้งต่อศาลลำพูน เพื่อคัดค้านการประกันตัวไปแล้ว เพราะวงเงินที่ต้องชดใช้สูงมาก สามีหมดกระต่าย กล่าว.



ร่วมแสดงความคิดเห็น