หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำสาละวิน เก็บตัวอย่างน้ำสาละวินและสัตว์น้ำในพื้นที่ที่ประชาชนอยู่อาศัย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง การปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำสาละวิน
วันที่ 5 พ.ย. 2568 ที่ นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย พร้อมด้วย นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 สำนักงานประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 เข้าร่วมหารือ การเก็บตัวอย่างน้ำสาละวินและสัตว์น้ำในพื้นที่ที่ประชาชนอยู่อาศัย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง การปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำสาละวิน ณ ห้องประชุมสาละวิน องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากนั้นได้ลงพื้นที่เก็บน้ำกลางลำน้ำสาละวินที่น้ำมีสภาพนิ่ง บริเวณ พิกัดบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และล่องไปจนถึงบ้านสบเมย
โดยนายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย เปิดเผยว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำ และสัตว์น้ำในพื้นที่ที่ประชาชนสัมผัสน้ำโดยวิถีชีวิต จำนวน 3 จุด หลังจากนี้ กรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรน้ำ จะมีเครื่องมือที่ที่สามารถพิสูจน์แล้วก็ยืนยันค่ามาตรฐานได้เก็บตัวอย่างในจุดเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน แล้วจึงส่งตรวจพิสูจน์ที่ห้อง lab อีกครั้ง ใช้เวลาในการปฎิบัติงาน 7 วันในการรอผลตรวจlab เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจนในการแจ้งเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมให้ความรู้แนวทางการปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน ตามที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเผยผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐานถึง 5 เท่าจากการสำรวจผลกระทบพบว่ามีชุมชนที่ใช้น้ำจากแม่น้ำดังกล่าว 4 ชุมชน โดยอยู่ในพื้นที่ อำเภอสบเมย 3 ชุมชน คือ บ้านแม่สามแลบ บ้านสบเมย (หย่อมบ้านพะละอี) และบ้านปู่ทา ต.แม่สามแลบ และอยู่ในพื้นที่ อำเภอแม่สะเรียง 1 ชุมชน คือ บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม
ทั้งนี้ ชุมชนริมฝั่งลำน้ำสาละวิน อาศัยน้ำสาละวินเพื่อการประมง เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ และ คมนาคมขนส่ง ไม่มีการใช้น้ำจากแม่น้ำสาละวินเพื่อการอุปโภคบริโภคโดยตรง ยกเว้นกรณีที่น้ำอุปโภคบริโภคจากประปาภูเขาไม่เพียงพอ และเฉพาะครัวเรือนที่อยู่บนเรือนแพเท่านั้นที่มีการใช้น้ำจากแม่น้ำสาละวินในกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ ซักผ้า เป็นต้น หลังเกิดกระแสข่าวชาวบ้านก็มีความวิตกกังวลที่จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่
อย่างไรก็ตามในช่วงนี้จึงได้มีการประกาศให้พี่น้องประชาชนงดสัมผัสน้ำ หรือ ใช้น้ำสาละวิน และ งดบริโภคสัตว์น้ำในแม่น้ำสาละวินไปก่อน เพื่อรอผลยืนยันให้ชัดเจนว่า ปริมาณสารหนูที่พบมากน้อยกระทบต่อสุขภาพชีวิตประชาชนหรือไม่ ซึ่งใช้เวลาในการตรวจปริมาณสารดังกล่าวฯใน 7 วัน ซึ่งกระแสข่าวสารปนเปื้อนในน้ำสาละวินได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน พ่อค้าแม่ค้าปลา และ ร้านอาหารหลายแห่งต้องสูญเสียรายได้จากการทำอาหารเมนูปลาสาละวินที่มีเนื้อปลาที่หอมและอร่อยหลายๆคนได้ลิ้มลองแล้วจะชอบทานที่สุดหากมาถึงถิ่นแล้วต้องได้ทานปลาสาละวินซึ่งห้วงนี้ต้องงดไปก่อน


















ร่วมแสดงความคิดเห็น