ป้าโวยลั่นหน้าหน่วยไม่เจอชื่อออกเสียงประชามติ กปน.เช็ควุ่นพบไม่ได้ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า

เลือกตั้งคึกคัก คนตื่นเช้ารอหน้าคูหาตั้งแต่ 7 โมงเช้า ป้าโวยลั่นหน้าหน่วยไม่เจอชื่อออกเสียงประชามติ กปน.เช็ควุ่นพบไม่ได้ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า

บรรยากาศเลือกตั้งและออกเสียงประชามติที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มขึ้นอย่างคึกคัก ที่โรงเรียนบ้านหนองโค้ง ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง ซึ่งมี 6 หน่วยเลือกตั้ง 4 หน่วยออกเสียงประชามติ มีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดกว่า 3,500 คน มากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตื่นตัวพากันออกมาตรวจบัญชีรายชื่อและรอเข้าคูหากาบัตรตั้งแต่ 7 โมงเช้า โดยบอกว่าตั้งใจมาตั้งแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงรถติดในช่วงสายและมาอยากใช้สิทธิหนึ่งเสียงหวังได้รัฐบาลในดวงใจมาแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศให้เดินหน้าไปมากกว่านี้

สำหรับการเลือกตั้งในช่วงเช้าในส่วนของการเลือก สส. ยังไม่พบปัญหา แต่การออกเสียงประชามติ ได้มีนางสายชล อายุ 59 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก แสดงความไม่พอใจโวยวายกับเจ้าหน้าที่หลังจากไม่พบชื่อของตัวเองในบัญชีที่ติดบอร์ด โดยบอกว่าตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.พิษณุโลก ก่อนหน้าได้ลงทะเบียนเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้านอกเขตและได้ไปใช้สิทธิแล้วเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยก่อนมาเลือกตั้งยืนยันว่าได้ลงทะเบียนและมีรายชื่อพร้อมระบุสถานที่ออกเสียงประชามติที่โรงเรียนบ้านหนองโค้ง อ.สันกำแพง แต่มาในวันนี้กลับไม่พบชื่อของตัวเองในบัญชีรายชื่อหน้าหน่วยทำให้เสียสิทธิไม่สามารถออกเสียงประชามติได้

กรณีที่เกิดขึ้น กปน.ได้เข้ามาสอบถามรายละเอียด ก่อนนำหมายเลขบัตรประชาชนไปตรวจสอบรายชื่อในแอพลิเคชั่น smart vote พบชื่อนางสายชลเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ สถานที่ออกเสียงที่ศาลาเอนกประสงค์ sml ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสต์ จ.พิษณุโลก ซึ่งคาดว่านางสายชลจะไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงนอกเขตไว้ ซึ่ง กปน.ได้ชี้แจงให้กับนางสายชลได้ทราบ แต่นางสายชลก็ยังไม่พอใจ ยืนยันว่าระบบ กกต.ผิดพลาด ก่อนที่จะเดินทางกลับ โดยตำหนิการสื่อสารประชาสัมพันธ์ของ กกต. ว่าไม่มีใครบอกว่าให้ลงทะเบียนแยกกัน ทำให้เข้าใจว่าลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งเดียวจะรวมถึงการออกสียงประชามติไปด้วย

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่แบ่งเป็น 10 เขตเลือกตั้ง มีหน่วยเลือกตั้ง 2,789 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด รวม 1,354,271 กว่าคน โดย กกต.ตั้งเป้ามีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 83 เพิ่มขึ้นจากเลือกตั้งในปี 2566 ที่มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 81.98 ส่วนบัตรเสียตั้งเป้าให้ลดลงเหลือร้อยละ 3 จาการเลือกตั้งครั้งก่อนที่มีบัตรเสียร้อยละ 4

ร่วมแสดงความคิดเห็น