ชาวบ้านร้องสื่อและตำรวจหลังพบบุคคลกล่าวอ้างเป็นอาสา ออกเรี่ยไรหลายอำเภอ

ชาวบ้านร้องสื่อและตำรวจหลังพบบุคคลกล่าวอ้างเป็นอาสา ออกเรี่ยไรหลายอำเภอ ล่าสุดจนมุมตำรวจก่อนนำตัวสอบสวนและขับออกนอกพื้นที่

วันที่ 21 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ทั้งในพื้นที่ อ.ปง อ.ภูซาง และ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ได้มีชาวบ้านพร้อมทั้งพระสงฆ์ร้องเรียนกับทางผู้สื่อข่าวมาว่ามีบุคคลอ้างตัวเองว่าเป็นอาสามาขอเรี่ยไรรับบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือน้ำท่วม เด็กพิการ เด็กยากจนรวมทั้งอุปกรณ์งานกู้ภัย ซึ่งชาวบ้านหลายคนมองว่าน่าจะเป็นมิจฉาชีพ เพราะส่วนใหญ่อาสากู้ภัยจะไม่มีการเรี่ยไรใด ๆ ในพื้นที่อย่างเด็ดขาด ล่าสุดช่วงบ่ายที่ผ่านมาทาง พ.ต.ท.วีรศักดิ์ ชาวริม รอง ผกก.ป.สภ.ภูซาง รษก.ผกก.สภ.ภูซาง รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ป่าสัก อ.ภูซาง ว่าพบบุคคลแอบอ้างว่าเป็นอาสามาเรี่ยไร่ทั้งในวัดและร้านค้า จึงได้สั่งการให้ทาง พ.ต.ท.สันต์ชัย หินทราย สว.สส.สภ.ภูซาง ร.ต.ต.ณรงค์ บุญทา รอง สว.ป.สภ.ภูซาง และตำรวจสายตรวจลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว ก่อนที่ในเวลาต่อมาพบรถยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อ นิสสัน นาวาร่า สีดำ ป้ายทะเบียน จ.น่าน ตามที่ชาวบ้านแจ้งมา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สกัดรถคันดังกล่าวก่อนจะเชิญตัวคนขับและคนที่มาด้วยลงจากรถ ซึ่งเป็น ชาย 1 หญิง 1 อ้างว่ามาจาก จ.น่าน

จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีเอกสารการขออนุญาตในเรื่องของการเรี่ยไรเงินทำบุญในพื้นที่ อ.ภูซาง และยังสังเกตบัตรที่ห้อยคออายุบัตรออกเพียง 3 เดือนต่างจากบัตรอาสาทั่วไปที่จะต้องมีอายุบัตรไม่ต่ำกว่า 1 ปี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ภูซาง เพื่อทำการสอบถามกับชายหญิงคู่นี้อีกครั้ง นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจพะเยาสำนักงานใหญ่ อ.เชียงคำ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างพะเยาสำนักงานใหญ่ อ.ภูซาง ได้เข้าร่วมทำการตรวจสอบก็พบว่าสมาคมที่ทางชายหญิงคู่นี้กล่าวอ้างนั้นมีการร้องเรียนและถูกเตือนภัยจากพื้นที่ต่าง ๆ มากมายรวมทั้งเมื่อค้นในเว็ปไซร์ google ก็มีข้อมูลในด้านการแอบอ้างเรี่ยไรทำพื้นที่เสียหาย

ร.ต.ต.ณรงค์ กล่าวว่า วันนี้มีชาวบ้านส่งข้อมูลมาเป็นจำนวนมากในเรื่องของชายหญิงคู่นี้ที่กล่าวอ้างตัวเองว่าเป็นอาสาออกเรี่ยไรในพื้นที่ อ.ภูซาง อีกทั้งยังมี อ.ปง และ อ.เชียงคำ ซึ่งทางตำรวจได้รวบรวมข้อมูลและออกติดตามจนเจอในที่สุดและได้นำตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.ภูซาง ซึ่งเอกสารที่นำมานั้นไม่มีเอกสารจากทางนายอำเภอและทางผกก.ในพื้นที่ที่จะอนุญาตให้ทำการเรี่ยไรเงินบริจาค อีกทั้งยังมีข้อมูลถึงเรื่องที่คนในหลายจังหวัดก็โดนชายหญิงคู่นี้เรี่ยไร โดยไม่มีเอกสารจากทางราชการทางตำรวจจึงได้ทำการสอบสวนโดยละเอียดก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำการเรี่ยไรโดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487” พร้อมทั้งสั่งปรับและขับพ้นพื้นที่ต่อไป

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างพะเยาสำนักงานใหญ่ อ.ภูซาง ได้เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสมาคมที่ทางชายหญิงคู่นี้นำมาเรี่ยไรนั้นได้ตรวจสอบไปทาง กทม.แล้วก็พบว่าเป็นสมาคมที่ชาวบ้านร้องเรียนเป็นอย่างมากในเรื่องของการเรี่ยไรข้ามพื้นที่ ทั้งนี้ในเรื่องของการเรี่ยไรนั้นกู้ภัยทั่วประเทศจะไม่มีนโยบายเรี่ยไรเงินบริจาคทั้งในพื้นที่และข้ามจังหวัดรวมทั้งเรี่ยไร่แบบเคาะตามบ้านหรือตามร้านค้า ด้วยหากชาวบ้านจะทำบุญจริงก็จะให้มาที่จุดบริการของทางกู้ภัยที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น