แม่ทัพน้อยที่ 3 ลงพื้นที่พะเยา–เชียงราย รับฟังแนวทางบริหารจัดการไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ปี 2569 เน้นบูรณาการทุกภาคส่วนสู่ผลลัพธ์ยั่งยืน
วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569 พลโทชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า พร้อมด้วย อาจารย์ไพศาล จั่วทอง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้แทน วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาภาคเหนือ 1 ได้เข้าเยี่ยมคำนับ นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ณ ศาลากลางจังหวัดพะเยา และเข้าเยี่ยมคำนับ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังแนวทางการบริหารจัดการและมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี พ.ศ. 2569
การลงพื้นที่ในครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และองค์กรภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่มักทวีความรุนแรงในช่วงฤดูแล้งของพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัด พะเยา และ เชียงราย ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและพื้นที่ป่าไม้จำนวนมาก
ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงแผนปฏิบัติการเชิงรุก อาทิ การจัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง การเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์สนับสนุนภารกิจดับไฟป่า การจัดตั้งจุดตรวจและด่านควบคุมการเผาในที่โล่ง ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดควบคู่กับการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน
นอกจากนี้ ยังได้เน้นการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ในการประเมินความเสี่ยงพื้นที่ การวิเคราะห์ทิศทางลมและการกระจายตัวของฝุ่นละออง การใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) เพื่อกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างแม่นยำ
อาจารย์ไพศาล จั่วทอง ในฐานะผู้แทนภาควิชาการ ได้เสนอแนวทางสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีเพื่อช่วยเสริมการตัดสินใจเชิงนโยบายและการวางแผนปฏิบัติการให้มีความเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิผลในการควบคุมสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองจังหวัดได้รายงานถึงมาตรการสำคัญในปี 2569 ได้แก่ การกำหนดช่วงเวลาห้ามเผา การจัดทำแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า การสนับสนุนอาชีพทางเลือกเพื่อลดการเผาในภาคการเกษตร รวมถึงการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
โอกาสดังกล่าว มีหัวหน้าส่วนราชการทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนในพื้นที่เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนือ และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป.



ร่วมแสดงความคิดเห็น