กลุ่มนายจ้างแม่ริม แฉ! แรงงานต่างด้าวในพื้นที่โดนเหมือนกัน ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจ รีดไถมานานหลายเดือนแล้ว

กลุ่มนายจ้างแม่ริม แฉ! แรงงานต่างด้าวในพื้นที่โดนเหมือนกัน ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็น จนท.ตำรวจ รีดไถมานานหลายเดือนแล้ว ทำทีเป็นจู่โจมบุกขอตรวจบัตรประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน แม้ถูกต้องครบถ้วนยังหาเรื่องเอาผิดจนได้ พร้อมเรียกเก็บเงินค่าปรับ หากไม่มีจะถูกควบคุมตัวไปกักไว้ใกล้สถานที่ราชการในตัวอำเภอและให้ติดต่อนายจ้างมาเจรจา จนสุดท้ายต้องยอมจ่ายเงิน รายละตั้งแต่หลายพันไปจนถึงหลายหมื่น อ้างเป็นค่าปรับเข้าหลวงแต่ไม่มีใบเสร็จ

วันที่ 19 กค 69 รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า จากกรณีนางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานศูนย์ภิบาลช้างภาคเหนือ และผู้ก่อตั้ง Elephant Nature Park ซึ่งเป็นปางช้างชื่อดังอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนายทุน อิ อายุ 36 ปี แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่เป็นคนงานเลี้ยงช้างของปางช้าง หลังเมื่อคืนวันที่ 14 ก.ค.69 นายทุน อิ ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนเส้นทางถนนในหมู่บ้านใกล้กับปางช้าง แล้วถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านลอยเรียกตรวจ และถูกควบคุมตัวไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ ที่ถูกนำขึ้นรถยนต์กระบะขับออกไปจากพื้นที่ ก่อนที่ต่อมาจะพบตัวนายทุน อิ ในสภาพที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสถูกทิ้งไว้ข้างทาง

ซึ่งล่าสุดอาการยังอยู่ในขั้นโคม่า ขณะเดียวกันมีการระบุว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยงานตำรวจแห่งหนึ่งและมักจะทำการตั้งด่านลอยในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ เพื่อเรียกตรวจกลุ่มแรงงานต่างด้าวเป็นเป้าหมายหลัก

โดยที่ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.69 ทางกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ได้มีการออกแถลงการณ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าในวันเวลาดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวจริง และตั้งคณะกรรมการสืบสวนพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวแล้ว พร้อมกับได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวเข้าให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนและเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏและไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังความรุนแรงในการกดขี่ข่มแหง

วันนี้(19 ก.ค.69) กลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งมีการจ้างงานแรงงานต่างด้าวและดำเนินการขออนุญาติทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้ทำงานในพื้นที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า นอกจากในพื้นที่อำเภอแม่แตง ที่เกิดกรณีดังกล่าวแล้วนั้น ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่าในพื้นที่อำเภอแม่ริม มีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และออกตระเวนไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อขอเข้าทำการตรวจสอบกลุ่มแรงงานต่างด้าวอยู่เป็นประจำเกือบทุกวัน โดยมักจะจู่โจมเข้าไปทำการขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวที่กำลังทำงานอยู่ในพื้นที่ที่เป็นสวนหรือแปลงเกษตรอยู่ในหุบเขา ซึ่งระหว่างการตรวจจะทำการยึดโทรศัพท์มือถือของแรงงานต่างด้าวเอาไว้ทั้งหมด รวมทั้งหากพบว่าบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดก็ทำการปิดหรือถอดหน่วยความจำของกล้องออกก่อนที่จะทำการตรวจสอบและพูดคุยกับแรงงานต่างด้าว ทั้งนี้แม้ว่าแรงงานต่างด้าวจะมีบัตรประจำตัวหรือหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนถูกต้อง แต่ในที่สุดแล้วทางกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะอ้างเหตุผลต่างๆ นานา เพื่อระบุว่า แรงงานต่างด้าวมีความผิดตามกฎหมายจนได้ เช่น แรงงานต่างด้าวมีใบอนุญาตทำงานเกษตรกรรม แต่พบว่าในช่วงเวลานั้นกำลังยกผลผลิตทางการเกษตรขึ้นท้ายกระบะรถยนต์แล้วขับรถย้ายไปอีกจุดหนึ่งในบริเวณเดียวกัน ก็จะถูกแจ้งว่ามีความผิดเรื่องทำงานไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต เป็นต้น และถูกเรียกเก็บเงินตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งด้วยความหวาดกลัวทำให้แรงงานต่างด้าวยอมจ่ายเงินให้ โดยไม่ได้รับใบเสร็จใดๆ

ขณะที่แรงงานต่างด้าวบางส่วนที่ไม่มีเงินหรือไม่ยอมจ่ายเงิน จะถูกควบคุมตัวนำไปไว้ที่อาคารหลังหนึ่งด้านหลังสถานที่ราชการแห่งหนึ่งในตัวอำเภอแม่ริม แล้วให้ทำการติดต่อกับนายจ้างเพื่อเรียกให้มาทำการพูดคุยเจรจากัน โดยมีการกล่าวอ้างเหตุผลต่างๆ นานาอีกเช่นกันเพื่อทำให้ทั้งนายจ้างและแรงงานต่างด้าวรู้สึกเกรงกลัวและเข้าใจว่าจะมีความผิดตามกฎหมาย จนในสุดต้องยินยอมจ่ายเงินให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเพื่อจบปัญหา ซึ่งมีนายจ้างหลายรายที่ถูกกระทำเช่นนี้ ต้องยอมจ่ายเงินรายละหลายพันบาทไปจนรายละหลายหมื่นบาท โดยการดำเนินการดังกล่าวนี้ทางกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่าเป็นไปตามนโยบายของผู้กำกับในการเข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าว และเงินดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นค่าปรับ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อจ่ายเงินให้แล้วไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินของทางราชการให้แต่อย่างใดและรับเฉพาะเงินสดท่านั้น ซึ่งจากพฤติกรรมดังกล่าวที่าต่อเนื่องมาตลอดหลายเดือน สร้างความเดือดร้อนให้กับแรงงานต่างด้าวและนายจ้างในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน ทั้งที่ได้ดำเนินการขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยมีความพยายามเจรจาร้องขอความเห็นใจจากทางกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าอยากให้ผ่อนผันหรือลดความเข้มข้นในการออกปฏิบัติการลักษณะนี้ลงบ้าง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ พร้อมยืนยันว่าเป็นนโยบายของผู้กำกับ และหากพบว่ามีคนกระด้างกระเดื่องจะยิ่งเอาให้หนักกว่าเดิม ทำให้ก่อนหน้านี้ที่เคยมีความคิดว่าจะยื่นหนังสือร้องเรียนถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จึงจำเป็นต้องล้มเลิกไป เพราะหวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ประกอบการรายนี้ บอกว่า ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่กรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ตั้งด่านลอยและทำร้ายคนงานของปางช้างชื่อดังที่เป็นแรงงานต่างด้าวอย่างโหดร้ายทารุณจนบาดเจ็บสาหัสอาการโคม่า พบว่าทางกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยุติการเข้ามาจู่โจมตรวจในพื้นที่แล้ว ทั้งๆ ที่ปกติมักจะเข้ามาเกือบทุกวัน ขณะที่จากการติดตามข่าวสารที่มีการเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ แล้วนั้น ไม่แน่ใจว่ากลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่อำเภอแม่แตง มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องหรืออาจจะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ เพราะจากการสังเกตพบว่าผู้ก่อเหตุมีกลุ่มเป้าหมายเป็นแรงงานต่างด้าวและมีพฤติกรรมเรียกรับเงินเหมือนกัน รวมทั้งพบด้วยว่ารถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายกันด้วย แต่มีจุดต่างกันอยู่ตรงที่ในพื้นที่อำเภอแม่ริม มีการควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวนำไปกักไว้ที่อาคารหลังหนึ่งด้านหลังสถานที่ราชการแห่งหนึ่งในตัวอำเภอแม่ริม เพื่อรอเรียกตัวนายจ้างมาพูดคุยเจรจา แต่ยังไม่ถึงขั้นใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกาย ทั้งนี้จึงอยากถือโอกาสนี้เรียกร้องไปถึงทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยตรวจสอบไปพร้อมกันด้วยและดำเนินการให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรมกับประชาชน โดยแม้ว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองกรณีอาจจะเป็นคนละกลุ่มกัน แต่เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สำราญ
นวลมา รอง ผบ.ตร. จะได้เดินทางมาเชียงใหม่ กรณีภารกิจ เชียงใหม่ทลายเครือข่ายนอมินี ในวันจันทร์ที่ 20 กค 69

โดยในช่วงเช้า เวลา 07.00 น ปล่อยแถวกำลังพล
07.30 ตรวจพื้นที่ปฏิบัติหน้างานจริง
09.00 ร่วมแถลงข่าว ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 ภ.จว.เชียงใหม่
09.30 เสร็จภารกิจ

ร่วมแสดงความคิดเห็น