ผู้ว่าฯ น่าน สั่งทุกอำเภอตั้ง One Stop Service ดูแลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้ว่าฯ น่าน สั่งทุกอำเภอตั้ง One Stop Service ดูแลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต
กำชับบูรณาการทุกหน่วยงานอำนวยความสะดวกผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ลดความแออัดจุดบริการ ก่อนมอบเงินช่วยเหลือกว่า 26,000 บาท พร้อมถุงยังชีพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

น่าน – นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการให้บริการประชาชนที่มาติดต่อดำเนินการเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ ที่ว่าการอำเภอปัว พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์และสั่งการให้อำเภอทั้ง 15 แห่ง เร่งจัดตั้ง ศูนย์ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการยืนยันสิทธิ การยื่นอุทธรณ์ และการรับคำปรึกษาเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดความแออัดของผู้มาใช้บริการ และยกระดับการให้บริการอย่างทั่วถึง

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยมีนายอำเภอทั้ง 15 อำเภอเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อรับนโยบายและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้กำชับให้ทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ สามารถยืนยันสิทธิผ่านกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือดำเนินการได้ที่ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย สาขาใกล้บ้าน เพื่อลดความหนาแน่นของผู้มาใช้บริการในแต่ละจุด

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 พร้อมเร่งจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ให้ครบทุกอำเภอ รวมทั้งตรวจสอบกรณีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกสวมชื่อเปิดบริษัทหรือบัญชีม้า เพื่อให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนสามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐได้อย่างเป็นธรรม

ภายหลังการประชุม นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ได้เดินทางไปมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวของ นางเงา รกไพร อายุ 69 ปี ชาวอำเภอปัว ซึ่งเสียชีวิตภายหลังเดินทางมาติดต่อยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ ธ.ก.ส. สาขาปัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย

การช่วยเหลือในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือจากผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จำนวน 5,000 บาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาปัว 10,000 บาท เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน 3,000 บาท กิ่งกาชาดอำเภอปัว 2,000 บาท สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) อำเภอปัว 3,000 บาท สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน 3,000 บาท รวมเป็นเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 26,000 บาท พร้อมมอบถุงยังชีพจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย จำนวน 1 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านย้ำว่า จังหวัดจะเดินหน้ายกระดับการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการเข้าถึงสิทธิของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ควบคู่กับการดูแลด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้มาใช้บริการ เพื่อให้การดำเนินงานของภาครัฐเกิดประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน.

ร่วมแสดงความคิดเห็น