ลือเป็นวันสุดท้าย! คลินิกบัตรทองแพร่แน่น คนไข้แห่ใช้สิทธิ์ วอนรัฐทบทวน หวั่นรพ.ไกล คิวยาว ค่าใช้จ่ายพุ่ง
บรรยากาศวันสุดท้ายคึกคัก! ประชาชนชาวแพร่จำนวนมากแห่เดินทางไปใช้สิทธิ์บัตรทองที่คลินิกเอกชนในโครงการกันตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 หลังมีกระแสว่าจะเป็นวันสุดท้ายของการให้บริการ ทำให้หลายแห่งมีผู้ป่วยมาต่อคิวจำนวนมาก บางคนได้คิวรักษา แต่บางรายมาช้า ต้องยอมควักเงินรักษาเอง หรือจำใจเดินทางกลับบ้าน
ชาวบ้านต่างสะท้อนเสียงตรงกันว่า การรักษาผ่านคลินิกมีความสะดวก รวดเร็ว และช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ ที่ไม่ต้องเสียทั้งเวลาและค่าเดินทางไปโรงพยาบาลซึ่งอยู่ไกล อีกทั้งยังไม่ต้องเผชิญกับปัญหาคิวตรวจที่ยาวนาน
นางรัตนา สิงห์แก้ว อายุ 49 ปี ชาวบ้านสันกลาง ตำบลป่าแดง อำเภอเมืองแพร่ เปิดเผยว่า วันนี้โชคดีที่ได้ใช้สิทธิ์เป็นวันสุดท้าย อยากให้โครงการดี ๆ แบบนี้ดำเนินต่อไป เพราะช่วยให้เข้าถึงการรักษาได้ง่าย ไม่ต้องเดินทางไกลและเสียเวลารอคิวทั้งวัน
ด้าน นางกันยา ไข่คำ อายุ 57 ปี กล่าวว่า คลินิกให้บริการรวดเร็ว บุคลากรดูแลดี และช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย จึงไม่อยากเห็นโครงการยุติลง
ขณะที่ผู้ให้บริการคลินิกยอมรับว่า โครงการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการลดความแออัดของโรงพยาบาล และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลได้สะดวกยิ่งขึ้น จึงรู้สึกเห็นใจชาวบ้าน หากต้องกลับไปใช้บริการที่โรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว
นพ.ณัฐพล วรรคตอน เจ้าของคลินิกเวชกรรมนายแพทย์ณัฐพล เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ มีประชาชนมาใช้สิทธิ์รักษาเป็นจำนวนมาก ถือเป็นโครงการที่ช่วยลดภาระทั้งเรื่องการเดินทางและความแออัดในโรงพยาบาล โดยวันที่ 25 กรกฎาคม เป็นวันสุดท้ายของการเข้าร่วมโครงการ หลังจากนี้ประชาชนจะต้องกลับไปใช้บริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือโรงพยาบาลประจำพื้นที่ ส่วนโครงการจะมีความต่อเนื่องหรือไม่นั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการหารือ
ด้าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ (สสจ.แพร่) ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ของ “คลินิกนวัตกรรม” ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยคลินิกที่จะเข้าร่วมต้องขึ้นทะเบียนเป็นเครือข่ายกับหน่วยบริการหลัก พร้อมย้ำว่า ประชาชนยังสามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ตามปกติ ที่โรงพยาบาลและหน่วยบริการของรัฐ ขณะเดียวกัน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อยู่ระหว่างหารือแนวทางด้านมาตรฐานและการกำกับดูแล เพื่อให้เกิดความชัดเจนในอนาคต
แม้ภาครัฐจะยืนยันว่าประชาชนยังใช้สิทธิ์บัตรทองได้ตามปกติ แต่เสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการจำนวนไม่น้อย ยังคงเรียกร้องให้มีการทบทวนแนวทาง เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่สะดวก รวดเร็ว และเท่าเทียมเช่นเดิม




ร่วมแสดงความคิดเห็น