เทศบาลนครเชียงใหม่ นำเทคโนโลยีเหยี่ยววิทยุบังคับระยะสั้น มาใช้ไล่นกพิราบ ที่เกาะตามกำแพงเมือง

เทศบาลนครเชียงใหม่ นำเทคโนโลยีเหยี่ยววิทยุบังคับระยะสั้น มาใช้ไล่นกพิราบ ที่ยังหลงเหลือ เกาะตามกำแพงเมือง ข่วงประตูท่าแพ กลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งก็ได้ผลว่านกพิราบกลัว และยังคุมเข้มห้ามให้อาหารนก


เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ทดลองนำเหยี่ยววิทยุบังคับ มาใช้ไล่ฝูงนกพิราบ ที่ยังบินมาเกาะ ตามกำแพงเมืองและพื้น ข่วงประตูท่าแพ กลางเมืองเชียงใหม่ ที่ยังหลงเหลืออยู่ไม่มาก รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ มาเดินถือป้ายข้อห้าม ทั้งห้ามให้อาหารนก ห้ามบ้วนน้ำลาย ห้ามดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่ เพื่อเป็นการรักษาความสะอาด ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ข่วงประตูท่าแพ เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม มีความสะอาด และปลอดภัย


นายวิสาขะ ปัญญาช่วย รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครเชียงใหม่ บอกว่า ที่ผ่านมา มีการเข้มงวด ในเรื่องห้ามขายอาหารนกและห้ามนักท่องเที่ยว นำขนมหรืออาหาร มาล่อนกพิราบ บินลงมากิน เพื่อถ่ายภาพ ปัจจุบันหลังมีการประชาสัมพันธ์ ติดป้าย และประกาศเสียง ผ่านโทรโข่ง หรือมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เดินถือป้ายชู ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เข้าใจ ทำให้ฝูงนกพิราบ หายไปกว่าร้อยละ 90 และเหลือจำนวน นกพิราบไม่มาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าใจมากขึ้น ซึ่งทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ทดลองนำเหยี่ยวปลอม มาบินไล่นก จะเป็นเพราะเสียง หรือรูปลักษณ์ของเหยี่ยว ทำให้นกกลัว ซึ่งก็ได้ผล แต่ต้องไปปรับเปลี่ยน ตัวเหยี่ยวให้ดีกว่านี้


อย่างไรก็ตาม พื้นที่ข่วงประตูท่าแพ และแนวกำแพงเมือง เป็น 1 ในสถานที่ ขอขึ้นทะเบียนต่อยูเนสโก เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม และผู้เชี่ยวชาญสภาการโบราณระหว่างประเทศ หรือ อีโคโมส ได้ลงพื้นที่ตรวจประเมิน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะนำผลสรุป ไปพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งทุกคนลุ้น เพื่อรอฟังข่าวดี ซึ่งจะมีการประกาศผลในปี 2570

ร่วมแสดงความคิดเห็น