532

เชียงใหม่จัดงานเสวนา “ฟื้นใจบ้าน ฟื้นใจย่าน ฟื้นชีวิตเมือง”

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่วังท่าเจดีย์กิ่ว (สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่เดิม) นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเสวนาฟื้นใจบ้าน ฟื้นใจย่าน ฟื้นชีวิตเมือง เปิดบ้านเรียนรู้ เชื่อมผู้คน ฟื้นฟูย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์:Opening Learning Houses,Connecting People,Revitailzing Craft Districts ภายในงาน “วังท่าเจดีย์กิ่ว ศรีนครา ดาราฯนิวาส“. ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดขึ้น โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, ดร.อัคค์สัจจา ดวงสุภาสิญจ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์สัมพันธ์ มทร.ล้านนา, รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนงานและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนตัวแทนหน่วยงาน องค์กร ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก . นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อเราพูดถึงเมืองเชียงใหม่ […]

อบจ.เชียงใหม่ จับมือ ธนารักษ์ ชุบชีวิตประวัติศาสตร์ เปิดวังท่าเจดีย์กิ่ว

อบจ.เชียงใหม่ จับมือ ธนารักษ์ ชุบชีวิตประวัติศาสตร์ 112 ปี เปิดงาน “วังท่าเจดีย์กิ่ว ศรีนครา ดาราฯนิวาส” มุ่งสร้างแหล่งเรียนรู้ล้านนาที่มีชีวิต วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 18.00 น. นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวสนับสนุนการจัดงาน วังท่าเจดีย์กิ่ว “112 ปี ศรีนครา ดาราฯนิวาส” ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง อบจ.เชียงใหม่ และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น” ระหว่างวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2569 โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ วังท่าเจดีย์กิ่ว (สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เดิม) ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่คุณค่าทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจ ในรากเหง้าทางวัฒนธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้แบบบูรณาการ […]

ผู้ว่าฯลำพูน จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ” โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน”

ผู้ว่าฯลำพูน แถลงข่าวจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์จังหวัดลำพูน ” โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน” นำโคมของเทศกาลโคมแสนดวง มาเป็นสื่อเล่าเรื่องเมืองลำพูน ผ่านเรื่องราวที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์พื้นที่และชุมชนย่านเมืองเก่าลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน, นางเกศกนก เดชมา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน, นายไชยยง รัตนอังกูล ลำพูนซิตี้แลป ร่วมกันแถลงข่าวงานโคมเล่าเรื่อง เมืองลำพูน : แสงแห่งชีวิต แสงแห่งศรัทธา ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์จังหวัดลำพูน “โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน” ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้อง ประชาชน นักท่องเที่ยวเข้าร่วมฯ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17:45 นาฬิกา ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน ถนนวังซ้าย ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน จังหวัดลำพูน เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 1,400 […]

เดินหน้าสอนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ เริ่มเทอม 1/66

จากกรณีที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมลงนามในประกาศ ศธ.เรื่องการบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มีมติเห็นชอบแนวทางขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ปีงบประมาณ 2566 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอ โดย ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. เผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ สพฐ.อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดประกาศ ศธ.เรื่องการบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเสนอให้ รมว.ศธ. พิจารณาลงนาม “ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ที่ สพฐ.ออกแบบใหม่นั้น จะมีกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย การแยกวิชาประวัติศาสตร์เป็นรายวิชาพื้นฐาน จะต้องปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ใหม่ เพราะเดิมสอนวิชาประวัติศาสตร์แบบท่องจำ แต่ต่อไปจะจัดกระบวนการเรียนประวัติศาสตร์เพื่อการพัฒนาชีวิต เพื่อนำสิ่งที่เรียนมาใช้ประกอบความคิด ใช้แก้ปัญหา และพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ดังนั้น ต่อไปจะปรับโครงสร้างวิชาประวัติศาสตร์ให้เน้นเฉพาะมากขึ้น พร้อมกับปรับวิธีการเรียนรู้ใหม่ รวมถึงปรับวิธีการวัด และประเมินผลใหม่ โดยจะประเมินความคิดนักเรียน ว่าสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ แก้ปัญหาโดยคำนึงถึงอดีต […]

“ม่อนจ๊อกป๊อก” พระตำหนักเจ้าดารารัศมีที่โลกลืม

จากภาพเก่าในอดีตเมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา ณ ศาลาพระราชชายา ที่เชิงบันไดทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อ.เมืองเชียงใหม่ เกี่ยวกับภาพเรื่องราวของ ” พระตำหนักม่อนจ๊อกป๊อก ” ของ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง จากประวัติ “พระตำหนักม่อนจ๊อกป๊อก”ตำหนักพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ เป็นพระตำหนักไม้สักโปร่งขนาดใหญ่ ในขณะที่พระองค์ทรงริเริ่มและสนับสนุนการปลูกกุหลาบทั่วนครเชียงใหม่ และหัวเมืองใกล้เคียง ภายหลังทรงพบกุหลาบขนาดใหญ่พันธุ์หนึ่ง ซึ่งมีสีชมพูระเรื่อ ส่งกลิ่นหอมตลอดเวลา ทำให้ทรงหวนระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสวามีที่เสด็จสวรรคตไปแล้ว จึงทรงพระราชทานนามกุหลาบสีชมพูกลิ่นหอมพันธุ์นี้ ถวายแด่พระราชสวามี ว่า ”จุฬาลงกรณ์” ทรงเพาะพันธุ์ปลูก กุหลาบจุฬาลงกรณ์ ในแปลงเพาะพันธุ์บนพระตำหนักม่อนจ็อกป็อก บนดอยสุเทพ ซึ่งมีอากาศเย็นทั้งปี อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ออกประทับรับรอง พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ ในพระบรมราชจักรีวงศ์หลายพระองค์ด้วย พระตำหนักม่อนจ๊อกป๊อก ที่โลกลืม แม้แต่ชาวเชียงใหม่น้อยคนนักที่จะรู้จักสถานที่แห่งนี้ เมื่อเดินทางไปตามถนนดอยสุเทพ ผ่านโค้งขุนกัน หรือ โค้งกันชนะนันท์ เลี้ยวซ้ายที่ป้อม อปพร.เข้าไป ก่อนจะถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ประมาณ 200 เมตร ขึ้นไปเป็นทางลาดชันประมาณ 300 […]

ศธ.ปรับสอนประวัติศาสตร์ ปลูกฝังหวงเเหนเเผ่นดินเกิด

วันที่ 31 ตุลาคม 65 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มอบหมายกระทรวงศึกษาธิการให้พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ เพื่อให้เด็กและนักเรียนได้เรียนรู้ถึงสถานบันหลักของชาติ การต่อสู้ของบรรพบุรุษ ความสามัคคีของคนไทยในเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้รับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและได้ให้นโยบายแก่ผู้บริหารการศึกษาในระดับต่างๆ โดยเน้นย้ำการให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ควบคู่ไปกับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชนให้สามารถรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันและอนาคตได้  โดยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 65 รมว.ศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำในการประชุมชี้แจงนโยบายและการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนของโรงเรียนเอกชนว่า กระทรวงศึกษาสนับสนุนให้สถานศึกษานำหลักสูตรฐานสมรรถนะต่างๆ เข้ามาพัฒนาทักษะของนักเรียน กระตุ้นให้เด็กเกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาเป็น รู้เท่าทันสื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันโรงเรียนและครูผู้สอนต้องมีการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรมซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากสอนให้เด็กเก่งแล้วยังต้องปลูกฝังให้เด็กเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมถึงเสริมสร้างวิถีชีวิตความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ในวันเดียวกัน รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ก็ได้มีการเน้นย้ำถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้มีความทันสมัย มีความน่าสนใจควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นอกจากการให้นโยบายกับผู้บริหารการศึกษาแล้ว กระทรวงศึกษาธิการยังดำเนินโครงการลักษณะค่ายเยาวชนเพื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียนในภูมิภาคต่างๆ โดยล่าสุดได้เตรียมจัดโครงการค่ายพัฒนาผู้นำเยาวชนและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จังหวัดสงขลา […]

“เงินแถบ” เงินรูปีอินเดียในประวัติศาสตร์ล้านนา

ไผ่ตันฮู้จักผ่อง!! “เงินแถบ”เงินรูปีอินเดียในประวัติศาสตร์ล้านนา “เงินรูปีอินเดีย” หรือชาวล้านนาเถูกนำเข้ามาใช้ซื้อขายสินค้าในล้านนาโดยชาวอังกฤษเป็นผลมาจากการค้าไม้สักของบริษัทชาวอังกฤษและการเปิดเสรีการค้าระหว่างชายแดนล้านนากับพม่า (เมียนมาร์) จนทำให้เงินรูปีอินเดียได้กลายเป็นเงินสกุลหลักที่ใช้หมุนเวียนและผูกพันกับระบบเศรษฐกิจของล้านนาเกือบศตวรรษรวมถึงการค้าในขบวนพ่อค้าวัวต่าง ม้าต่าง ลาต่าง ของชุมชนผู้คนที่เดินทางค้าขายต่อกันเมื่อคราที่ยังไม่มีแบ่งกั้นพรมแดนก็ใช้เงินสกุลนี้เป็นตัวกลางการค้า และเป็นการผลักดันให้ล้านนาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของตลาดโลกทั้งการนำเข้าและการส่งออก อิทธิพลของเงินรูปีอินเดียในล้านนาส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อรัฐบาลสยาม ซึ่งพยายามพัฒนาและปรับประเทศให้ทันสมัย เงินรูปีอินเดียเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงการปะทะกันทางสังคมเศรษฐกิจในล้านนา ระหว่างล้านนากับกลุ่มต่างๆรวมทั้งอังกฤษในสยามและอังกฤษแห่งอินเดียด้วย ทั้งนี้มูลค่าของเงินรูปีอินเดียเป็นสิ่งดึงดูดให้กลุ่มชนต่างแดนหลายกลุ่มชาติพันธุ์เข้ามาปะทะสังสรรค์ในล้านนาอีกระลอกหนึ่งโดยสามารถกล่าวได้ว่าคลื่นของการย้ายถิ่นฐานของหลายกลุ่มชนสู่ล้านนาเป็นผลสืบเนื่องมาจากเงินรูปีอินเดีย เงินรูปีอินเดียของอังกฤษคือโลหะเงินที่ชาวล้านนานิยมนำมาทำเป็นเครื่องเงินมากกว่าสะสมเป็นเงินตรา ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงนำมาร้อยเป็นเครื่องประดับ ที่ช่างมักจะนำไปหลอมทำเครื่องประดับต่างๆเส้นต่างหู สร้อยแหวน กำไล เข็มขัด(บางทีก็แค่ทำห่วงแล้วเชื่อมเงินแถบนี้ติดกันเป็นเข็มขัด)พวกชนเผ่าชาวเขามักนิยมเจาะรูแล้วเย็บประดับลงบนเสื้อผ้า หมวกหรือเครื่องประดับศีรษะเพื่อความสวยงามและแสดงสถานะทางสังคม ทางการรักษาของคนล้านนาโบราณก็จะให้เงินแถบนี้บ่มในไข่ไก่ที่ต้มสุขแล้วเอาไข่แดงออกใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อแล้วนำไปถูไถ่บนตัวผู้ที่ป่วยไข้เรียกว่า”การแฮกตุ่ม”แต่ต้องมีการร่ายคาถากำกับ ไข้ที่ถูกจับออกมาจะติดอยู่ที่เงินแถบจนเป็นสีดำ จะต้องทำการขัดด้วยขี้เถ้าแล้วบ่มในไข่ทำแบบนี้จนไข้หมด ซึ่งสังเกตที่เงินว่าจะไม่ดำอีก สำหรับปัจจุบันเงินรูปีอินเดียในล้านนากลายเป็นประวัติศาสตร์แต่ในสาธารณรัฐอินเดียนั้น ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและในฐานะเจ้าของสกุลเงิน อินเดียในยุคอาณานิคมอังกฤษ Cr.อภิรัฐ คำวัง

(มีคลิป) แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง มรดกโลกก่อนยุคประวัติศาสตร์

แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญเห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2535  ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 16 ภายใต้เกณฑ์คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล ข้อที่ 3  เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานทางวัฒนธรรม หรือ อารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน หรือที่สาบสูญไปแล้ว แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ตั้งอยู่บนเนินดินสูง รูปยาวรี ตามแนวตะวันออก – ตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ที่ยังคงปรากฎ ร่องรอยการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ4,300 ปี ก่อนคริสตกาล โดยแสดงให้เห็นพัฒนาการในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะความรู้ความสามารถและภูมิปัญญา ในด้านต่างๆ อาทิ หม้อเขียนสี และเครื่องมือเครื่องใช้สำริดและโลหะ ปัจจุบันโบราณวัตถุที่ขุดพบส่วนใหญ่ได้ถูกรวบรวมและจัดแสดง ไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงในพื้นที่

(มีคลิป) “รุ่งอรุณแห่งความสุข” เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย – เมืองบริวาร

เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาตร์ศรีสัชนาลัย และ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร สุโขทัยราชธานีเก่าแก่ของไทย ที่ยังคงปรากฏร่องรอยหลักฐานของอารยธรรมอันรุ่งเรืองในอดีต สะท้อนให้เห็นภาพของความเป็น “รุ่งอรุณแห่งความสุข” เป็นต้นกำเนิดของประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ได้พัฒนาเป็นรัฐสำคัญของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-20 ด้วยคุณค่าความโดดเด่นที่ปรากฏ ส่งผลให้เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก เมื่อปี พ.ศ. 2534 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 15 ภายใต้หลักเกณฑ์คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล จำนวน 2 ข้อ คือ ข้อที่  1 เป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ ด้านศิลปกรรมที่มีความงดงาม และเป็นผลงานชิ้นเอก ที่ได้รับการสร้างสรรค์จากอัจฉริยภาพด้านศิลปะอย่างแท้จริง ข้อที่ 2 เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่ง หรือเป็นหลักฐานแสดงขนบธรรมเนียมประเพณี หรืออารยธรรมซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ หรืออาจสูญหายไปแล้ว โบราณสถานและโบราณวัตถุ ที่ปรากฏในเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวและมีอิทธิพลต่อศิลปไทยในยุคต่อมา เช่น เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ และพระพุทธรูปปางลีลา เป็นต้น ปัจจุบัน เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย และเมืองบริวาร ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยมีการกำหนดและบริหารจัดการ การใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างชัดเจน และมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม และช่วยกันดูแลรักษาให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าตกทอดสู่รุ่นหลังสืบไป