เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่วังท่าเจดีย์กิ่ว (สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่เดิม) นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเสวนาฟื้นใจบ้าน ฟื้นใจย่าน ฟื้นชีวิตเมือง เปิดบ้านเรียนรู้ เชื่อมผู้คน ฟื้นฟูย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์:Opening Learning Houses,Connecting People,Revitailzing Craft Districts ภายในงาน “วังท่าเจดีย์กิ่ว ศรีนครา ดาราฯนิวาส“
.
ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดขึ้น โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, ดร.อัคค์สัจจา ดวงสุภาสิญจ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์สัมพันธ์ มทร.ล้านนา, รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนงานและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนตัวแทนหน่วยงาน องค์กร ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก
.
นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อเราพูดถึงเมืองเชียงใหม่ สิ่งที่เป็นหัวใจและเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน คือ “ย่านเก่า” ซึ่งเปรียบเสมือนสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิม และความทรงจำร่วมของชุมชนเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วังท่าเจดีย์กิ่ว” หรือที่เราคุ้นเคยในฐานะอดีตสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในปีนี้มีอายุครบ 112 ปี ถือเป็นพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage) ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงและเติบโตของเมืองในปัจจุบัน ย่านเก่าหลายแห่งกำลังเผชิญกับความท้าทาย ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและโครงสร้างชุมชนที่เปลี่ยนไป ซึ่งหากเราปล่อยให้คุณค่าเหล่านี้เลือนหายไปตามกาลเวลา ก็นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง
.
การจัดงานเสวนาในวันนี้ ภายใต้ โครงการโปรแกรมบ่มเพาะและเร่งรัดกระบวนการเพื่อมุ่งสู่เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด ระยะที่ 2 ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตลอดจนภาคีท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาครัฐ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญและทันท่วงที ในการร่วมกันค้นหาแนวทาง หรือ Solution ที่เหมาะสม เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “ฟื้นใจย่าน” และ “เปิดย่าน”
.
การนำเครื่องมือด้านการพัฒนาเมืองมาปรับใช้อย่างสมดุลในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อการอนุรักษ์ตึกเก่าหรือบ้านโบราณให้คงอยู่เท่านั้น แต่คือการ “คืนชีวิต” ให้พื้นที่มรดกเหล่านี้กลับมาโลดแล่น เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายรุ่น และต่อยอดสู่การเป็น “พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และงานคราฟต์ของชุมชน” ที่สามารถสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน
.
“ผมขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ทั้งเจ้านายฝ่ายเหนือ นักวิชาการล้านนา และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ที่มาร่วมแบ่งปันมุมมองและองค์ความรู้ในวันนี้ และที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่พี่น้องในชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกท่านที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่ให้น่าอยู่และเติบโตอย่างมีรากเหง้าต่อไป”นายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าว
.
สำหรับงานเสวนาช่วงที่ 1 หัวข้อ “เล่าเรื่องบ้านเก่า คุ้มเจ้าเก่าสู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้และพื้นที่สร้างสรรค์”ผู้ร่วมเสวนามประกอบด้วย เจ้าสุรีย์ ณ เชียงใหม่ เจ้านายฝ่ายเหนือ ผู้เคยสัมผัสกับคุ้มท่าเจดีย์กิ่ว ในช่วงวัยเด็ก, อาจารย์สนั่น ธรรมธิ นักวิชาการล้านนา, พล.ต.ต.อนุ เนินหาด ผู้เขียนหนังสือเรื่องเก่าล้านนาและ พ.ต.อ.นพคุณ กิตติการกุล ผู้เขียนบทความล้านนา
.
ส่วนการเสวนาช่วงที่ 2 หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านพื้นที่ Heritage สู่พื้นที่เศรษฐกิจ Craft ชุมชน”ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพโรจน์ วรพจน์พรชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, อาจารย์ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ และผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาและ นายปรานต์ เทวภูชม CEO บริษัท PHM จำกัด โดยผู้ร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองและข้อคิดเห็นต่างๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่มารับฟังและเที่ยวชมงานจำนวนมาก







ร่วมแสดงความคิดเห็น