81864

ม.พายัพจัดงานเปิดศูนย์ศิลปวัฒนธรรม & CAD Academy 

วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพายัพ ร่วมกับมูลนิธิเชียงใหม่ซีเอดี สมาคมสตรีนครเชียงใหม่ จัดงานเปิดศูนย์ศิลปวัฒนธรรม & CAD Academy มหาวิทยาลัยพายัพ ตั้งแต่เวลา 9.30 น. – 20.00 น. โดยภายในงานมีประชาชน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาร่วมเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก . ภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการ “พ่อหนาน ดำรงค์ ชัยเพ็ชร์” , กิจกรรม Worlshop การทำคลองตึ่งโนง ปี่แน และการปรับแต่งเสียงฆ้อง , การจัดกาดหมั้วครัวฮอมตลอดทั้งวัน รวมไปทั้งการแสดงการขับซอ ภายในงาน . ไฮไลท์สำคัญของการจัดงานครั้งนี้ ได้แก่การประกวดแข่งขันการแสดงวงกลองตึ่งโนง ชิงรางวัลมูลค่ารวม 75,000 บาท โดยมีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆเข้าร่วมการประกวดจำนวนมาก รวมไปถึงการเสวนาในหัวข้อกลองตึ่งโนง  . จากนั้นช่วงค่ำจะเป็นพิธีเปิดป้ายศูนย์ศิลปวัฒนธรรม […]

เชียงใหม่จัดงานเสวนา “ฟื้นใจบ้าน ฟื้นใจย่าน ฟื้นชีวิตเมือง”

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่วังท่าเจดีย์กิ่ว (สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่เดิม) นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเสวนาฟื้นใจบ้าน ฟื้นใจย่าน ฟื้นชีวิตเมือง เปิดบ้านเรียนรู้ เชื่อมผู้คน ฟื้นฟูย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์:Opening Learning Houses,Connecting People,Revitailzing Craft Districts ภายในงาน “วังท่าเจดีย์กิ่ว ศรีนครา ดาราฯนิวาส“. ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดขึ้น โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, ดร.อัคค์สัจจา ดวงสุภาสิญจ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์สัมพันธ์ มทร.ล้านนา, รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนงานและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนตัวแทนหน่วยงาน องค์กร ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก . นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อเราพูดถึงเมืองเชียงใหม่ […]

อบจ.เชียงใหม่ จับมือ ธนารักษ์ ชุบชีวิตประวัติศาสตร์ เปิดวังท่าเจดีย์กิ่ว

อบจ.เชียงใหม่ จับมือ ธนารักษ์ ชุบชีวิตประวัติศาสตร์ 112 ปี เปิดงาน “วังท่าเจดีย์กิ่ว ศรีนครา ดาราฯนิวาส” มุ่งสร้างแหล่งเรียนรู้ล้านนาที่มีชีวิต วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 18.00 น. นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวสนับสนุนการจัดงาน วังท่าเจดีย์กิ่ว “112 ปี ศรีนครา ดาราฯนิวาส” ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง อบจ.เชียงใหม่ และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น” ระหว่างวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2569 โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ วังท่าเจดีย์กิ่ว (สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เดิม) ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่คุณค่าทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจ ในรากเหง้าทางวัฒนธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้แบบบูรณาการ […]

มาแล้ว! ปฏิทินเมือง 2569 ฤกษ์ดีรับปีใหม่ เสริมสิริมงคลชีวิต

เทศกาลสิ้นปีและปีใหม่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว เมื่อปีใหม่ใกล้เข้ามาก็ต้องเริ่มต้นวันดี ๆ หรือโชคชะตาดี ๆ ให้กับชีวิต โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องโชคลางของชาวล้านนา .         ความเป็นมาของความเชื่อและศรัทธาในสังคมล้านนามีวิวัฒนาการ ก่อนที่คนล้านนาจะหันมานับถือพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด คนล้านนาเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ เชื่อเรื่องวิญญาณ นับถือผี บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าสามารถปกป้องคุ้มครองผู้คนในชุมชนให้อยู่เย็นเป็นสุข เวลาที่คนล้านนาจะประกอบกิจกรรมใด จึงยึดถือในสิ่งที่เป็นสิริมงคล เชื่อในฤกษ์ยามเป็นหลัก วันไหนวันดี วันไหนไม่ดี วันไหน ยามใด ข้างขึ้นหรือแรม เดือนอะไร ทั้งหมดนี้เป็นสำเหนียกของคนล้านนาโบราณเสมอมาจึงเกิด “ปฏิทินล้านนา” ขึ้น . ปฏิทินล้านนา (ปฏิทินเมือง / จุลศักราชล้านนา) เป็นระบบความเชื่อเรื่องเวลาที่ผสมผสานระหว่างพุทธศาสนา พราหมณ์ และคติพื้นบ้าน เพื่อใช้กำหนดวันดี–วันเสีย สำหรับการดำเนินชีวิต เช่น การแต่งงาน การเดินทาง การขึ้นบ้านใหม่ หรือทำพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งตอนนี้สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดทำปฏิทินล้านนา ปี 2569 ไว้แล้วเพื่อดูฤกษ์งามยามดีที่หมาะสมในแต่ละกิจกรรม สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ที่ เว็บไซต์ของสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ […]

ยิ่งกินยิ่งเสริม” กับ 3 อาหารคาวและความเชื่อของคนเมือง 

อาหารล้านนา ถือเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์ของชาวล้านนาที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและประเพณีได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมความเชื่อก็ยังคงสะท้อนให้เห็นผ่านอาหารในรูปแบบต่าง ๆ คนล้านนามีความเชื่อเกี่ยวกับอาหารมงคลและไม่มงคลมากมาย ซึ่งวันนี้เชียงใหม่นิวส์จะพาทุกคนไปเดินตลาดประตูเชียงใหม่ และไปดูว่าอาหารมงคลที่สามารถหาซื้อได้ในตลาดนี้ มีอะไรบ้าง  1.ยำจิ้นไก่ ตามความเชื่อของชาวล้านนา ยำจิ้นไก่จะทานหลังพิธีกรรมสู่ขวัญ สืบชะตา เลี้ยงผี หรืองานบุญต่าง ๆ เพราะใช้ไก่ที่เหลือจากการเซ่นไหว้มาทำเป็นอาหารเลี้ยงแขกผู้มาร่วมงาน เชื่อกันว่าจะช่วยสืบดวงชะตาและช่วยให้ขวัญคงอยู่กับเราไปนาน ๆ  2.แก๋งบะหนุน (แกงขนุน) และต๋ำบะหนุน (ตำขนุน) ชาวล้านนามีความเชื่อว่า แก๋งบะหนุน จะช่วยให้ เกื้อหนุนให้มีโชคลาภวาสนา มีความเจริญรุ่งเรือง มีคนคอยค้ำจุนหนุนนำตลอดทั้งปี  3.ลาบ ชาวล้านนาจะนิยมรับประทานกันในหลากหลายโอกาส โดยอย่างยิ่งโอกาสมงคลหรืองานบุญต่าง ๆ ซึ่งมีความเชื่อกันว่าเมื่อทานแล้วจะได้โชคได้ลาภ  รายการอ้างอิง : KRUA.CO , อุทยานหลวงราชพฤกษ์

“การฟื้นคืนจิตวิญญาณเมืองเชียงใหม่ เพื่อปักหมุดล้านนาในแผนที่โลก”

ผู้สื่อข่าวรายงาน การแถลงข่าวเทศกาลฟื้นคืนจิตวิญญาณเมืองเชียงใหม่ 2567 Chiang Mai Spirituality Revival Festivals 2024 และพิธีไหว้ครูภูมิปัญญาล้านนา วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2567 เวลา 9.30-12.00 น. ที่พิพิธภัณฑ์เฮือนโบราณล้านนา สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ​เนื่องด้วยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีหนังสือคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเชียงใหม่เมืองเทศกาล (Chiang Mai Festival City) ลงวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2566 โดยประกอบไปด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดงานเทศกาลที่หลากหลายภายใต้ร่มใหญ่คือ ‘เชียงใหม่เมืองเทศกาล’ ทั้งงานเทศกาลทางศิลปวัฒนธรรม มรดกภูมิปัญญาล้านนา งานสร้างสรรค์ร่วมสมัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และงานระดับนานาชาติ โดยแต่ละหน่วยงาน องค์กร ผู้ประกอบการ ภาคีเครือข่าย จะดำเนินการจัดเทศกาลตามภารกิจ งบประมาณ และความเชี่ยวชาญของตนเอง ในช่วงเวลาเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2567 […]

เปิดตัวโครงการลำพูนเมืองแห่งประวัติศาสตร์

เปิดตัวโครงการลำพูนเมืองแห่งประวัติศาสตร์พร้อมชู 2 แหล่งเรียนรู้เมืองแห่งโคม และรถไฟ เทศบาลเมืองลำพูน จัดแถลงข่าว เปิดตัว“โครงการลำพูนเมืองแห่งประวัติศาสตร์และการส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิม สู่ภูมิปัญญาท้องถิ่น” พร้อมชู 2 แหล่งเรียนรู้เมืองแห่งโคม และรถไฟเป็นศูนย์เรียนรู้นำร่อง แล้วจึงขยายผล ไปสู่การพัฒนาแหล่งเรียนรู้แหล่งอื่นๆ ที่บริเวณด้านหน้า อาคารเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน นายประภัสร์ ภู่เจริญนายกเทศมนตรีเมืองลำพูน เป็นประธาน พร้อมด้วยนางสุภาภรณ์ มานะรักษ์ เครือข่ายกลุ่มทำโคมล้านนา นายนเรนทร์ ปัญญาภู เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นล้านนา และนายสรรเสริญ แสนสมบูรณ์ สารวัตรรถจักรเทศบาลเมืองลำพูน ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว“โครงการลำพูนเมืองแห่งประวัติศาสตร์และการส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิม สู่ภูมิปัญญาท้องถิ่น” ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ตัวแบบเมืองแห่งการเรียนรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ รวมถึงสื่อมวลชนท้องถิ่น ให้ความสนใจและเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเทศบาลเมืองลำพูน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เมืองเก่า จึงได้ผลักดันให้มี การดำเนินโครงการฯ ดังกล่าวขึ้น เป็นโครงการที่สำคัญในการสนับสนุนให้เกิดเมืองแห่งการเรียนรู้เป็นกรอบการทำงานที่ท้องถิ่นมีอำนาจและสามารถทำได้ ทั้งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสและส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต และการศึกษาที่ค้นคว้าได้ในพื้นที่มากมาย ที่ไม่ได้อยู่เฉพาะในห้องเรียน เป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในประชากรกลุ่มเปราะบาง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในที่สุดและการดำเนินการจัดกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ ในปีนี้ เทศบาลเมืองลำพูน ได้เลือกแหล่งเรียนรู้ จำนวน 2 […]

(มีคลิป) ประเพณี 4 เป็งตานข้าวใหม่ ตานหลัวหิง(ผิง)ไฟพระเจ้า

เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2567 วันนี้เป็นวันศีลใหญ่ หรือวันขึ้น 15 ค่ำ ชาวล้านนาเรียกกันว่าเป็นวัน “ประเพณี 4 เป็ง ตานข้าวใหม่ ตานหลัวผิงไฟพระเจ้า” โดยจะมีชาวบ้านชาวภาคเหนือ จะไปทำพิธีกันที่วัดที่จัดขึ้นแต่ละวัดใกล้บ้าน ที่วัดล่ามช้าง ต ศรีภูมิ อ เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดหนึ่งที่ได้จัดให้มีประเพณีดังกล่าวและจัดให้มีตลาดนัดในวัดด้วยเนื่องจากย่านนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเยอะมาก ทางวัดได้จัดพิธีการประเพณี 4 เป็งตานข้าวใหม่ ตานหลัวผิงไฟพระเจ้าด้วย พระครูปลัดอานนท์ วิสุทโธ เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ประเพณี 4 เป็งตานข้าวใหม่ ตานหลัวหิง(ผิง)ไฟพระเจ้า ซึ่งเป็นประเพณีล้านนาที่สืบทอดกันมายาวนาน ในช่วงหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวใหม่ รวมทั้งการนำหลัว หรือฟืน ตานเพื่อเป็นการสุมไฟคลายหนาวให้พระพุทธเจ้า วันเพ็ญเดือน 4 ยังเป็นช่วงที่ล้านนามีอากาศหนาวเย็น ชาวบ้านเชื่อว่าพระเจ้า ซึ่งคือพระพุทธรูปที่อยู่ในโบสถ์-วิหาร ก็ต้องหนาวเย็นเหมือนกับคน จึงช่วยกันหาฟืนมาสุม ก่อเป็นกองไฟสร้างความอบอุ่นให้กับพระเจ้าและเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพ บุรุษ ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว ตามความเชื่อของคนล้านนา พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเห็นต่างสอบถามและร่วม นำข้าวใหม่ ซึ่งเป็นข้าวเปลือก และฟืนจำนวนมากเข้าถวายวัดเพื่อเป็นการสุมไฟคลายหนาวให้พระพุทธเจ้า เป็นการสืบทอดประเพณี  […]

เชียงใหม่ยกระดับงานยี่เป็ง นำร่องล้านนาซอฟต์พาวเวอร์

ทางจังหวัดเชียงใหม่ สนองนโยบายส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น ขับเคลื่อนเมืองทุกมิติด้วยงานเทศกาล วันที่(7 พ.ย. 66) ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย อาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับนายสุวัชชัย นิมมนาเทวินทร์ ผอ.สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ สสปน. นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมการค้าวิศิษฏ์ล้านนาเพื่ออุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว แถลงถึง การยกระดับเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่สู่กลไกการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมสร้างความแตกต่างให้นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลลอยกระทงของไทย ในงานประเพณียี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤศจิกายน 2566 บริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด ”เทศกาลแห่งแสงไฟที่สะท้อนวิถีชีวิตล้านนาอย่างร่วมสมัย” โดยการชูวัฒนธรรมยี่เป็งแห่งล้านนา เล่าเรื่องผ่านกิจกรรมวิถีถิ่น เช่น การจุดผางประทีบ ล่องสะเปา จัดทำเส้นทางเดินชมเมืองใหม่ยามค่ำคืน ตอกย้ำ เมืองแห่งเทศกาลและอีเว้นท์โลก การันตีได้จากรางวัล IFEA World Festival & Event City Award 2022 พร้อมตอบสนองนโยบายส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น กิจกรรมเด่นภายในงาน จะเป็นการประดับไฟตามประเพณีในพื้นที่สาธารณะและเส้นทางในเมือง (Yi-Peng Illumination) บริเวณถนนช้างม่อยและประตูท่าแพ […]

ทม.แม่โจ้ จัดงาน ฟื้นฟูงานสิบสองเป็งล้านนา

ทม.แม่โจ้ จัดงานของดี อ.สันทราย ฟื้นฟูงานสิบสองเป็งล้านนา ตามวิถีพุทธวิถีธรรม ผู้ว่าฯ นำร่องซอฟท์เพาเวอร์ ตามนโยบาย “เศรษฐา” เที่ยวได้ทุกฤดูกาลตลอดปี เมื่อเย็นวันที่ 30 กันยายน 2566 ที่วัดศรีดอนชัยป่าตึงงาม (วัดแม่แก้ดน้อย) ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีพุทธ วิถีธรรม  งานมหกรรมพื้นบ้านและงานแสดงสินค้าศิลปหัตถกรรมล้านนา 0TOP ของดี อ.สันทราย เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวจังหวัดภายใต้การสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ มีนายไชยยันต์ วิริยา นายกเทศมนตรีตำบลป่าไผ่ ในฐานะประธานชมรมองค์กรปกครองท้องถิ่น อ.สันทราย นายประหยัด ทรงคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่โจ้ น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ หรือจีน ส.ส.เชียงใหม่ เขต 4 พรรคก้าวไกล(ก.ก.) นายวิทยา ทรงคำ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมผู้บริหารท้องถิ่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน […]

ส่องแฟชั่นหญิงล้านนาในอดีตผ่าน “ทรงผม”

ในเกือบทุก ๆ วัฒนธรรมมักให้ความหมายและความสำคัญกับเส้นผมเป็นพิเศษ ทรงผมจึงไม่ใช่เรื่องของเสน่ห์ความงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังเล่าถึงวิวัฒนาการ การแลกเปลี่ยนและรับอิทธิพลของวัฒนธรรมอื่นเข้ามากลมกลืนกับอัตลักษณ์ดั้งเดิมของตน โดยในอดีต ‘แม่ญิง’ หรือหญิงชาวล้านนามักนิยมไว้ผมยาวตั้งแต่วัยเด็กและไม่นิยมตัดผม ทำให้บางคนมีผมยาวจรดพื้น การ ‘เกล้า’ หรือ ‘มวยผม’ จึงเป็นวิธีการเก็บผมเพื่อความเรียบร้อย สวยงาม และสะดวกในการดูแลรักษาความสะอาด มวยผมของหญิงชาวล้านนาจึงมีหลายแบบ แบบเรียบง่ายที่นิยมทำกันมากสุดคือการเอาผมยาวไปขมวดพันกันเป็นมวยค่อนไปทางท้ายทอย จากนั้นใช้หวีสับหรือปิ่นปักให้มวยผมอยู่ทรง นอกจากนี้ยังมีทรงอื่น ๆ ที่นิยมทำกันได้แก่ • ‘เกล้าผมวิดว้อง’ คือการเกล้ามวยสูงกลางศีรษะ โดยดึงผมปอยหนึ่งมาทำเป็น ‘ว้อง’ (คำว่า ‘ว้อง’ ภาษาเหนือหมายถึง วงหรือห่วง) กลางมวยผมดังที่เห็นในภาพเขียนโบราณตามจิตรกรรมฝาผนังวัด เกล้าผมทรงวิดว้องของสตรีไทยลื้อ • ‘เกล้าผมอั่วซ้อง’ หรือบางพื้นที่เรียกทรง ‘บ่มจ๊อง’ คือ การนำเอาผมปลอมปอยหนึ่ง (จ๊อง-ซ๊อง) ใส่เข้าไปในมวยผมเพื่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น • ‘เกล้าผมอี่ปุ่น’ คือการเกล้าแบบสตรีญี่ปุ่นโบราณ เป็นทรงผมที่นิยมมากในสมัยพระราชชายาเจ้าดารารัศมี โดยเกล้าผมขึ้นโดยใช้หมอนรองโคนผมด้านหน้าเป็นกระบังยกสูงขึ้น ผมตรงท้ายทอยอาจดึงให้ตึงหรือโป่งแล้วแต่ความพอใจของผู้แต่ง เรียกว่าทรง ‘อี่ปุ่น’ ด้วยได้รับแบบแผนและต้นแบบมาจากประเทศญี่ปุ่น ต่อมาผมทรงนี้ได้รับความนิยมแพร่หลายในแวดวงสังคมชั้นสูงยุค Edwardian และแผ่อิทธิพลมาถึงราชสำนักไทยโดยภริยาทูตญี่ปุ่นในยุคสมัยนั้น ก่อนจะกลายเป็นผมทรงนิยมของแม่ญิงล้านนาบางทีเรียกว่า […]