ตำรวจท่องเที่ยว–สภ.แม่ปิง รวบคาห้อง! พร้อมหมายจับ หนุ่มแคนาดาคดีข่มขืน ก่อนเตรียมบินออกนอกประเทศ

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 และ พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว กก.2 บก.ทท.2 นำโดย พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.กก.2 บก.ทท.2 บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ เร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับชาวต่างชาติ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการประสานจาก สถานกงสุลอังกฤษประจำจังหวัดเชียงใหม่ กรณีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษแจ้งว่าได้รับความเสียหายจากเหตุล่วงละเมิดทางเพศ โดยผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมาท่องเที่ยวและพบปะสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน รวมถึงผู้ต้องหา และมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกัน ก่อนเกิดเหตุล่วงละเมิดทางเพศขึ้น

ต่อมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานนำตัวผู้เสียหายเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องหา

ต่อมา ช่วงสายวันนี้ (23 ก.ย.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กก.2 บก.ทท.2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุม นายอาวโด้ (ขอสงวนชื่อนามสกุลจริง) อายุ 38 ปี สัญชาติแคนาดา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น” โดยสามารถควบคุมตัวได้ภายในห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

จากการตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งปรากฏว่าผู้ต้องหา เตรียมเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในช่วงเช้าของวันที่ 23 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามและเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ภายในห้องพัก ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเดินทางออกนอกประเทศ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น