ลาวสกัดแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ ใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวขนไอซ์ 521 กก. รวบ 13 ผู้ต้องหา คาสนามบินหลวงพระบาง

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เฉพาะกิจกองบัญชาการป้องกันความสงบ (ปกส.) แขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สามารถสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ซึ่งใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเป็นพาหนะลำเลียงยาเสพติดออกนอกประเทศ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาชาวลาวและชาวต่างชาติรวม 13 คน และตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักรวม 521 กิโลกรัม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หลังเจ้าหน้าที่ ปกส.แขวงหลวงพระบาง ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ออกจากประเทศลาวโดยเครื่องบิน จึงวางกำลังเฝ้าติดตามและดักซุ่มบริเวณสนามบินนานาชาติหลวงพระบาง

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบเครื่องบินเจ็ตส่วนบุคคล ยี่ห้อ Learjet หมายเลขทะเบียน N73GP จอดอยู่บริเวณลานบิน หลังเดินทางมาจากประเทศมาเลเซียและลงจอดที่สนามบินหลวงพระบางเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. กระทั่งเวลาประมาณ 13.30 น. พบรถยนต์ 2 คันเดินทางมาจอดบริเวณด้านหน้าสนามบิน ก่อนมีพนักงานสนามบินหลวงพระบางช่วยกันลำเลียงกระเป๋าจำนวน 23 ใบ จากรถยนต์ขึ้นรถเข็นของสนามบิน จากนั้นรถทั้ง 2 คันได้ขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่สนามบินได้นำกระเป๋าทั้งหมดผ่านเครื่องเอกซเรย์ โดยระบบตรวจสอบระบุว่าเป็นเครื่องใช้ส่วนตัว มีน้ำหนักรวมประมาณ 180 กิโลกรัม ก่อนเข็นออกไปยังลานบินเพื่อเตรียมนำขึ้นเครื่องบินเจ็ต

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ปกส.ได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นกระเป๋าทั้ง 23 ใบอย่างละเอียด ก่อนพบว่าภายในบรรจุยาเสพติดประเภทไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีม่วง จำนวน 500 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 521 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด 13 คน ประกอบด้วย นักบินชาวฟิลิปปินส์ 1 คน ผู้ช่วยนักบินชาวสิงคโปร์ 1 คน ผู้โดยสารชาวมาเลเซีย 1 คน พนักงานบริษัทให้บริการภาคพื้นดินของสนามบินหลวงพระบางชาวลาว 3 คน และเจ้าหน้าที่สนามบินหลวงพระบางซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมเครื่องเอกซเรย์ชาวลาวอีก 7 คน

พร้อมกันนี้ได้อายัดเครื่องบินเจ็ต Learjet หมายเลขทะเบียน N73GP และรถกระบะยี่ห้อนิสสัน สีขาว หมายเลขทะเบียน ลว 9799 แขวงหลวงพระบาง ไว้เป็นของกลาง

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้ง 13 คนไปควบคุมตัว เพื่อสอบสวนและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ดังกล่าวต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น