ไอ้โม่ง 4-5 คนบุกบ้านสวนแม่ลาว ล็อกตัวรุมกระทืบหนุ่มวัย 34 ฟันหัก 3 ซี่ เจ็บสาหัส เจ้าตัวสงสัยปมซื้อขายที่ดิน ตำรวจเร่งตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ผู้เสียหายเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวและมูลนิธิเพื่อสันติภาพ หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 4-5 คน สวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้าและมีอาวุธครบมือ บุกเข้าไปภายในบ้านสวนในพื้นที่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ก่อนควบคุมตัวและรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ฟันหัก 3 ซี่ มีบาดแผลฟกช้ำหลายแห่ง ขณะที่ผู้เสียหายสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการซื้อขายที่ดินกับชายชาวจีนรายหนึ่ง จึงประสานมูลนิธิเพื่อสันติภาพเข้าช่วยเหลือด้านกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 11.20-11.30 น. วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ภายในบ้านสวนไม่มีเลขที่ พื้นที่หมู่ 6 ซอย 24 บ้านห้วยส้านพลับพลา ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สภ.แม่ลาว
จากการสอบถาม น.ส.สุธาสิณี อายุ 41 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุได้พบกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 4-5 คน สวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า บุกเข้าไปในบ้านสวน โดยหนึ่งในกลุ่มเข้าไปทำร้ายเจ้าของบ้านภายในบ้าน ส่วนคนอื่นเฝ้าอยู่ด้านนอก เมื่อตนพยายามเข้าไปดูเหตุการณ์กลับถูกขัดขวางบอกให้ออกไป โดยชักปืนออกมาขู่ ถูกจับล็อกแขนไพล่หลังและผลักล้มไปด้านหน้า ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านได้
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่าบ้านสวนดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดจอดรถประมาณ 500 เมตร ต้องเดินเท้าลัดเลาะผ่านทุ่งนาเข้าไป โดยจะมีเส้นทางเข้าพื้นที่อีกจุดซึ่งต้องผ่านที่ดินของชาวบ้านซึ่งมีประตูล็อกกุญแจและติดป้ายห้ามบุกรุก (วันเกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวน่าจะขับรถเข้าทางนี้)
นายประเสริฐศักดิ์ อายุ 34 ปี ผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า ขณะพักอยู่ภายในบ้านสวน มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 4-5 คน สวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้า บุกเข้ามาควบคุมตัว พร้อมสอบถามหาบุคคลชื่อประเสริฐศรี บุญใหญ่ แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้ชื่อดังกล่าว และได้ถามกลุ่มชายดังกล่าวว่ามาจากหน่วยงานไหน มาเพื่อจุดประสงค์อะไร โดยตนพยายามนำบัตรประชาชนมาแสดงเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทว่ากลุ่มชายดังกล่าวไม่สนใจ ก่อนลงมือรุมทำร้ายอย่างรุนแรง ทั้งเตะบริเวณก้านคอทั้งสองข้าง ใช้เท้าถีบหน้าอก และชกต่อยหลายครั้ง จนมีเลือดออกบริเวณปาก ฟันหัก 3 ซี่ และมีร่องรอยฟกช้ำบริเวณหน้าอกและร่างกายหลายแห่ง แถมยังบอกอีกว่าตนทำให้พวกเขาเดือดร้อน และกล่าวหาว่าตนเป็นเจ้าลัทธิ ต้มตุ๋นหลอกลวงผู้คน
นายประเสริฐศักดิ์ระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับกลุ่มบุคคลใด จึงเชื่อว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการซื้อขายที่ดินกับชายชาวจีนรายหนึ่ง ซึ่งมีภรรยาเป็นคนไทย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พบรถยนต์สีส้มติดป้ายทะเบียนจีนขับผ่านบริเวณใกล้เคียงในลักษณะเร่งรีบภายหลังเกิดเหตุ จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และต้องการให้ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางโดยรอบ เพื่อติดตามรถยนต์ต้องสงสัยและตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือไม่
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าว พร้อมประสานมูลนิธิเพื่อสันติภาพ เพื่อเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาว ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเห็นว่าเป็นการก่อเหตุอุกอาจถึงภายในบ้านพัก และสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัว
ด้านเรืออากาศเอกบุญเทียร ปาลีเรียม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า มูลนิธิพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในด้านกฎหมาย และติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจ สภ.แม่ลาว เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงตรวจสอบรถยนต์สีส้มติดป้ายทะเบียนจีนที่ผู้เสียหายให้ข้อมูลไว้ เพื่อคลี่คลายคดีและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ร่วมแสดงความคิดเห็น