เร่งปกป้อง “คอนผีหลง” บ้านหลังสุดท้ายของปลากระเบนแม่น้ำโขง

เร่งปกป้อง “คอนผีหลง” บ้านหลังสุดท้ายของปลากระเบนแม่น้ำโขง เครือข่ายวิจัยชาวบ้านผนึกกำลังเขตอนุรักษ์ยั่งยืน
สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ร่วมกับ 6 ชุมชนลุ่มน้ำโขงจังหวัดเชียงราย ศึกษาวิจัยไทบ้าน พบ “คอนผีหลง” ต.ริมโขง อ.เชียงของ คือปราการธรรมชาติและแหล่งพำนักสุดท้ายของ “ปลากระเบนแม่น้ำโขง” สัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมชุมชนจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา หวังสร้างกลไกข้อบัญญัติท้องถิ่นรับมือ 6 ภัยคุกคามข้ามพรมแดน

ตามข่าวปลากระเบนที่ปรากฏใน 2-3วันที่ผ่าน สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ได้ลงพื้นที่ศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติต่างๆ ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัยชาวบ้านในพื้นที่ 6 ชุมชนลุ่มน้ำโขง จังหวัดเชียงราย เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ท้องถิ่นเกี่ยวกับสถานการณ์ของ “ปลากระเบนแม่น้ำโขง” (Mekong Freshwater Stingray) หรือที่ชาวบ้านในท้องถิ่นรู้จักกันในชื่อ “ปลาฝาไม” โดยการสำรวจครั้งนี้นอกจากจะเป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงระบบนิเวศแล้ว ยังมุ่งเน้นการหาแนวทางและมาตรการร่วมกับชุมชนในการจัดตั้ง “เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลากระเบน” ที่บริหารจัดการโดยภาคประชาชนอย่างแท้จริง

ระหว่างการศึกษาทดลองในพื้นที่ นักวิจัยชาวบ้านได้พบปลากระเบนน้ำจืดขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 0.2 กิโลกรัม ซึ่งบังเอิญติดตาข่ายหาปลาของชาวประมง ทางสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตจึงได้ประสานงานส่งมอบตัวอย่างปลากระเบนดังกล่าวให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมง เพื่อทำการตรวจหาสารพิษและสารเคมีตกค้างในเนื้อปลา ตามที่เคยปรากฏเป็นประเด็นความกังวลในข่าวช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของแม่น้ำสายสากลแห่งนี้
“คอนผีหลง” ปราการแก่งหิน 1.6 กิโลเมตร หัวใจแห่งระบบนิเวศแม่น้ำโขง
จากการสำรวจพบว่า พื้นที่ “คอนผีหลง” ตั้งอยู่ในเขตตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีลักษณะเป็นกลุ่มแก่งหินขนาดใหญ่ทอดตัวยาวกว่า 1.6 กิโลเมตร ถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในลุ่มน้ำโขงตอนบน และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของพันธุ์พืชและสัตว์น้ำหายาก โดยเฉพาะกลุ่มปลาในบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List) ซึ่งพบในพื้นที่นี้มากถึง 15 ชนิด ได้แก่ ปลากระโห้, ปลายี่สกทอง, ปลาบึก, ปลากระเบนแม่น้ำโขง, ปลาแดง, ปลานวลจันทร์, ปลาไน, ปลาหว้าหน้านอ, ตะพาบน้ำ, ปลาจีน, ปลากดเหลือง, ปลาเค้าขาว, ปลาเค้าดำ, ปลาดุกอุย และปลาแค้เหลือง
ที่น่าสนใจคือ ในบรรดาพื้นที่ 8 จังหวัดของประเทศไทยที่ติดกับแม่น้ำโขง บริเวณแก่งคอนผีหลงแห่งนี้ ถือเป็นจุดเดียวในประเทศไทยที่ยังคงมีรายงานการจับและพบเห็นปลากระเบนแม่น้ำโขงได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างทางธรณีวิทยาและกระแสน้ำบริเวณนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติที่ช่วยรักษาถิ่นที่อยู่อาศัยสุดท้ายของพวกมันเอาไว้ได้

ในการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยในลุ่มน้ำโขงตอนบนของประเทศไทยโดยการนำของชุมชนท้องถิ่น มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายภาคประชาชนในระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดกลไกการคุ้มครองระบบนิเวศที่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นรองรับอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการผลักดันให้ “องค์ความรู้ท้องถิ่น” (Local Knowledge) ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อใช้เป็นฐานในการปกป้องแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน และพร้อมขยายผลไปสู่การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายข้ามพรมแดนในอนาคต
รู้จัก “ปลาฝาไม” ยักษ์ใหญ่ใต้ผืนน้ำ และนิเวศเฉพาะถิ่น “คก”

ปลากระเบนแม่น้ำโขง หรือ ปลากระเบนลาว ชื่อสามัญ Mekong stingray / Mekong freshwater stingray ชื่อวิทยาศาสตร์ Hemitrygon laosensis เป็นปลากระเบนน้ำจืดในวงศ์ปลากระเบนธง จัดเป็น 1 ในพันธุ์ปลาแม่น้ำโขงหายากที่สุดจากจำนวนพันธุ์ปลาที่ชาวบ้านสำรวจพบมากกว่า 96 ชนิดที่กำลังเผชิญวิกฤตจากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง ในทางนิเวศวิทยา ปลากระเบนชนิดนี้เป็นสัตว์กินเนื้อ หากินตามพื้นท้องน้ำในระบบนิเวศเฉพาะที่มีลักษณะเป็น “แอ่งน้ำวน” มีความลึก พื้นน้ำเป็นโคลนปนทราย น้ำไหลหมุนเวียนแต่ไม่เชี่ยวกราด อาหารหลัก ได้แก่ ไส้เดือนดิน, ตัวอ่อนแมลงชีปะขาว, กุ้งฝอย, สัตว์หน้าดิน, หอยชนิดต่างๆ และปลาขนาดเล็ก โดยมีพฤติกรรมใช้ขอบพัดขุดดินเป็นหลุมเพื่อหาแมลงใต้น้ำ และบางครั้งจะว่ายขึ้นมาหากินบริเวณผิวน้ำเป็นบางครั้ง

จากการศึกษาวิจัยไทบ้าน พบว่าระบบนิเวศสำคัญที่เป็นหัวใจในการดำรงอยู่ของปลากระเบนคือพื้นที่ที่ชาวบ้านเรียกว่า “คก” ซึ่งหมายถึงบริเวณหลุมลึกริมฝั่งแม่น้ำโขงที่มีน้ำไหลวน คกเกิดจากการที่กระแสน้ำไหลปะทะกับผาหินหรือแก่งหิน แล้วเปลี่ยนทิศทางหมุนวนเข้าหาฝั่งจนกัดเซาะเกิดเป็นแอ่งลึก ปรากฏการณ์นี้จะพัดพาเอาตะกอนและเศษวัชพืชเข้ามาสะสม กลายเป็นแหล่งอาหารของกุ้ง หอย และปลาเล็ก ซึ่งกลายเป็นห่วงโซ่อาหารของปลากระเบนอีกทอดหนึ่ง
นอกจากนี้ ริมฝั่งของคกมักมีพันธุ์ไม้ริมน้ำขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น เช่น ต้นเดื่อ, ไคร้น้ำ, ไคร้นุ่น, ต้นอ้อ และต้นแขม ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่บดบังและอนุบาลสัตว์น้ำ จากการสำรวจของนักวิจัยชาวบ้านในจังหวัดเชียงราย สามารถระบุพิกัด “คก” ที่เคยมีการจับปลากระเบนได้ถึง 18 แห่ง ได้แก่ คกผาซาง, คกปากห้วยปลาฝา, คกท่าวัดบ้านห่าง, คกหัวดอนมะเต้า, คกปากน้ำเกิ๋งลาว, คกลุงชม, คกผายาง, คกเงือก, คกซึ้ง, หลงผาถ่าน, คกผาด้ง, คกผางัว, คกแจมป๋องน้อย, คกปากน้ำงาว, คกสละ, คกปากน้ำทีนลาว, คกสองห้อง และคกผาได โดยชาวประมงยืนยันว่า “คก” เหล่านี้คือจุดที่พบปลากระเบนหากินตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งอาศัยหลักที่เปรียบเสมือนบ้านของพวกมัน

ปัจจุบัน องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้จัดสถานภาพของปลากระเบนแม่น้ำโขงไว้ในกลุ่ม สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ (Endangered – EN) ซึ่งหากไม่มีมาตรการคุ้มครองที่ทันท่วงที ปลากระเบนชนิดนี้อาจสูญพันธุ์ไปจากแม่น้ำโขงสายนี้ในอนาคตอันใกล้
เผย 6 มรสุมภัยคุกคาม เร่งสร้างเขตอนุรักษ์โดยชุมชนเพื่อความยั่งยืน
จากข้อมูลวิจัยไทบ้านได้ประมวลและสรุป 6 ปัจจัยภัยคุกคามหลัก ที่กำลังเข้ามากดดันและทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของปลากระเบนแม่น้ำโขงอย่างหนัก ได้แก่
1.สารพิษปนเปื้อนจากการทำเหมืองแร่ ก่อให้เกิดการสะสมของตะกอนพิษที่เข้าทำลายระบบนิเวศคก ผา หาดหิน และหาดทราย ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งหาอาหาร
2.การบริหารจัดการน้ำของเขื่อน ทำให้ระดับน้ำโขงขึ้น-ลงอย่างผิดธรรมชาติ ส่งผลให้ตลิ่งพังทลาย พื้นที่ริมฝั่งที่เป็นทรัพย์สินของชุมชนและที่อยู่อาศัยของปลาเสียหาย
3.การสร้างพนังป้องกันตลิ่งพัง การขุดลอก ถมดิน และเรียงหิน ทำให้พื้นที่ริมฝั่งธรรมชาติซึ่งเคยเป็นแหล่งพืชน้ำและสัตว์น้ำขนาดเล็กสูญหายไปอย่างถาวร
4.การพัฒนาท่าเรือพาณิชย์แห่งที่ 2 เชียงราย ทำลายพื้นที่แอ่งน้ำลึกและพื้นที่ปงกกบริเวณปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของระบบนิเวศน้ำจืด
5.การใช้สารเคมีทางการเกษตร สารเคมีที่ไหลลงสู่ลำน้ำส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ แมลงผิวดิน และหอยริมฝั่ง ซึ่งเป็นอาหารหลักของปลากระเบน
และ6.การเครื่องมือหาปลาผิดประเภท การใช้ระเบิดปลา และการใช้กระแสไฟฟ้าช็อตปลา ซึ่งเป็นการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างถอนรากถอนโคน

จากมรสุมปัญหาดังกล่าว สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตและเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำโขง 6 ชุมชน จึงเห็นพ้องต้องกันว่า การเร่งผลักดันให้เกิด “เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลากระเบนและพันธุ์ปลาชนิดอื่นๆด้วยในแม่น้ำโขง” โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน คือทางออกเดียวที่จะหยุดยั้งวิกฤตนี้ได้ โดยจะใช้ข้อมูลวิจัยไทบ้านเป็นฐานในการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น การเฝ้าระวังพื้นที่อนุรักษ์ร่วมกัน และการสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อให้แม่น้ำโขงยังคงเป็นบ้านที่ปลอดภัยของปลากระเบนแม่น้ำโขงและมรดกทางชีวภาพของคนรุ่นหลังต่อไป.

ร่วมแสดงความคิดเห็น