“…มันเป็นอัตลักษณ์ของบ้านเราอยู่แล้ว มันเต็มอิ่มมาก ต้นทุนเรามีเยอะ จะเล่าเรื่องแบบไหน ได้ทุกมิติ แล้วมันจะมีความยั่งยืน ในคำว่า Soft Power …” – คุณ ละเอียด บุ้งศรีทอง – สายน้ำปิง ไม่ได้เป็นเพียงเส้นเลือดใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตของนครเชียงใหม่ แต่ยังเป็นเส้นทางแห่งกาลเวลา นำพาผู้คนภายในให้ออกไปทำความรู้จักกับโลกภายนอก และนำพาคนภายนอกให้เดินทางเข้ามาสู่ดินแดนแห่งนี้ ก่อเกิดความเจริญรุ่งเรือง มิตรภาพไมตรีทั้งการค้าขาย และการแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรม ซึ่งการเดินทางเข้า-ออกนั้น กระทำผ่านเรือที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคสมัยนั้น คือ เรือหางแมงป่อง ในยุคสมัยที่ถนนหนทางไม่อาจเข้าถึงได้ นับร้อยปี ที่เรือหางแมงป่องแล่นอยู่บนลำน้ำปิง เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเมืองเหนือ เรือหางแมงป่อง หรือที่คนเชียงใหม่เรียกว่า เรือสีดอ เป็นเรือแบบชนิดเรือขุด สร้างขึ้นจากไม้ขนาดใหญ่ ที่สามารถลอยน้ำได้ ส่วนท้ายมีรูปทรงที่โค้งงอนขึ้น จนคล้ายหางของแมงป่อง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสวยงาม แต่เอกลักษณ์นี้ยังได้สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมทางน้ำ ในส่วนของหัวเรือมีการต่อให้ยาวยื่นออกมา เพื่อให้ลูกเรือขึ้นไปยืนถ่อเรือได้ ประทุนที่ค่อนไปด้านหลัง มีไว้สำหรับบรรทุกสินค้า มีหลังคากันแดดกันฝน ซึ่งบทบาทของเรือหางแมงป่อง ในอดีตชาวล้านนาใช้เป็นเรือสำหรับขนส่งสินค้าจากเชียงใหม่ส่งไปถึงกรุงเทพฯ แล้วขนสินค้าจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาขายที่เชียงใหม่ สลับกันไปมา ทางอาจารย์ เสรินทร์ จิรคุปต์ […]
ร่วมแสดงความคิดเห็น