กรมควบคุมโรค แนะ 6 วิธีเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือพายุ “มู่หลาน” แนะ 6 วิธีเตรียมพร้อมก่อนน้ำท่วม อาทิ เตรียมน้ำ อาหารแห้ง ยาสามัญประจำบ้าน ยาโรคประจำตัว สามารถยังชีพได้อย่างน้อย 3-5 วัน พร้อมจดเบอร์โทรหมายเลข 1669 กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน, หมายเลข 1784 ด้านสาธารณภัย และ 1422 สายด่วนกรมควบคุมโรคปรึกษากรณีเจ็บป่วย เพื่อความปลอดภัยของชีวิต และลดการสูญเสีย นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุม กล่าวว่า จากที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเรื่องพายุดีเปรสชัน “มู่หลาน” ทำให้ช่วงนี้ในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีฝนตกตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมหรือน้ำป่า ไหลหลาก ประชาชนจึงควรมีการเตรียมความพร้อมก่อนน้ำท่วมจากฝนตกหนัก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วมมาก่อน ซึ่งการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้เราสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ดี โดยวิธีเตรียมพร้อมก่อนน้ำท่วม 6 ประการ ดังนี้ ติดตามข่าวและสถานการณ์น้ำท่วมจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานในพื้นที่ รวมทั้งสัญญาณเตือนความผิดปกติต่างๆ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน อย่างสม่ำเสมอ จัดเตรียมน้ำสะอาด อาหารกระป๋องหรืออาหารแห้ง ยาที่จำเป็นต่างๆ เช่น ยาแก้ปวดลดไข้ ยาหยอดตา ยาใส่แผล […]

เตือน! กินเนื้อวัวสดๆ ดิบ ๆ เสี่ยงโรคพยาธิตัวตืด

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนรับประทานกินเนื้อวัว ควายสดๆ ดิบ ๆ เสี่ยงโรคพยาธิ เช่น ตืดวัวควาย โรคโปรโตซัวในลำไส้ซาร์โคซิสติส นอกจากนี้มีโรคแบคทีเรียอื่นๆ เช่น โรคแอนแทรกซ์ ซาลโมเนลลา แคมไพโลแบคเตอร์ อีโคไล ฯลฯ แถมท้ายด้วยโรคที่เป็นเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าได้ด้วย  วันนี้ (4 สิงหาคม 2565 ) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกระแสสังคมบนโลกโซเชียลมีเดีย ได้รีวิวการกินและวิธีการทำที่ชวนให้น่าลิ้มลอง เมนูนิยม ในการรับประทานอาหารประเภทเนื้อวัว-ควายสดๆ อาทิเช่น เนื้อวัวดิบ จิ้มแจ่ว ซอยจุ๊ ลาบดิบ ก้อย ซอยห่าง แหนมดิบ (อาหารอีสาน) ลาบดิบ ส้า จิ้นส้ม (อาหารเหนือ) มีการกล่าวอ้างว่าเป็นมรดกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นวัฒนธรรมการกินอันยิ่งใหญ่ระดับโลก อย่างไรก็ตามกรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลเพื่อการเตือนภัยโรค สำหรับคนที่คิดอยากลองหรือคนที่ชอบความหวานของการกินลาบวัว-ควายดิบ ข้อมูลเตือนภัยโรคพยาธิที่พบบ่อย โรคพยาธิตัวตืดวัว-ควาย เกิดจากการกินตัวอ่อนพยาธิเรียกว่า เม็ดสาคูในเนื้อ ตัวอ่อนเจริญเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้ รูปร่างคล้ายก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ยาว 5-10 […]

ด่วน! ไทยพบฝีดาษลิงรายที่ 3 ในประเทศ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อฝีดาษลิง เป็นรายที่ 3 โดยเป็นชายชาวเยอรมัน อายุ 25 ปี เดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต แจ้งว่าเดินทางมาท่องเที่ยว พบมีอาการไม่นานเมื่อเข้าไทย คาดว่า เป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ เนื่องจากระยะฟักเชื้อของโรคคือ 21 วัน ขณะนี้กำลังติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด ซึ่งชายคนดังกล่าวว่า พบมีอาการไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ผื่นขึ้นที่อวัยวะเพศก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ขึ้นตามตัว ก็สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลกที่ระบุว่า มักพบตุ่มผื่นขึ้นที่อวัยวะเพศ 98% และมักพบในกลุ่มชายรักชาย สถานการณ์ล่าสุด ไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อฝีดาษลิง รวม 3 คน โดย 2 คนแรกเป็นชายต่างประเทศ อีก 1 คนเป็นคนไทย โดยทั้ง 2 รายแรก อาการดีขึ้นโดยไม่ต้องกินยาต้านไวรัส ส่วนรายละเอียดของชายติดเชื้อรายที่ 3 ทางภูเก็ตจะมีการแถลงรายละเอียด สำหรับเรื่องของวัคซีน มีการประสานกับ อภ.สั่งซื้อเข้ามาไทย […]

กรมควบคุมโรคแนะลดมี SEX คนแปลกหน้าเลี่ยงฝีดาษลิง

วันนี้ (30 กรกฎาคม 2565) นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคฝีดาษวานรพบการระบาดในยุโรปส่วนใหญ่เกิดในกลุ่มชายรักชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่นอนหลายคน ซึ่งหากมีการป้องกันที่ถูกต้องและปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงโดยการไม่สัมผัสใกล้ชิดและมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรได้  สถานการณ์โรคฝีดาษวานรทั่วโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 65) มีผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก 22,485 ราย พบเพิ่มขึ้นเป็น 79 ประเทศ โดยพื้นที่การแพร่ระบาดส่วนใหญ่พบอยู่ในแถบทวีปยุโรป ประเทศที่มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 4,906 ราย สเปน 4,298 ราย เยอรมัน 2,595 ราย สหราชอาณาจักร 2,546 ราย ฝรั่งเศส 1955 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย อยู่ในแอฟริกาทั้งหมดซึ่งเป็นผู้ที่มีโรคร่วม ​          สำหรับสถานการณ์ฝีดาษวานรในประเทศไทย ผู้ป่วยรายที่ 1 เป็นชายชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี เริ่มป่วย […]

ข่าวปลอม! ไทยพบสายพันธุ์ BA4.5

กรมควบคุมโรคย้ำ!! ข่าวปลอมอย่าแชร์ ลือ!! พบ Omicron สายพันธุ์ BA4.5 ในไทยจากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข