ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากผู้ประกอบการร้านค้าขายเนื้อสัตว์ ( หมู-ไก่ ) ย่านเมืองแม่โจ้ว่า ในช่วง 1-2 ปี กิจการขายเนื้อหมู ชำแหละ เนื้อไก่ แทบจะอยู่ไม่รอด ยิ่งช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาสถานการณ์ยิ่งแย่หนัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อในช๊อปของฟาร์มใหญ่ และ โมเดิร์นเทรดของทุนยักษ์ ที่ขยายสาขา เปิดช๊อปนำสินค้ามาลดราคา มีให้เลือกหลากหลายทุกราคา

เจ้าของร้านขายเนื้อหมูและไก่ชำแหละ รายหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย เชียงใหม่ เล่าว่า จากเดิมเคยสั่งหมู 40-50 ตัว ชำแหละเข้ามาแทบไม่พอขาย ทุกวันนี้ 5-10 ตัว เปิดเช้ายันดึกทุกวัน ต้องหาสินค้าอื่น ๆ มาขายเสริม ทั้งเครื่องปรุงชุดหมูกะทะ, น้ำจิ้ม, ไข่, ข้าว พอประคองตัวให้รอดปีนี้แล้วค่อยคิดว่าจะขยับขยายไปทำอะไร
” ยอมรับว่าย่านเมืองแม่โจ้เฉพาะรอบมหาวิทยาลัย มีช๊อป มีจุดขายหมู ไก่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ครบ ทั้งหมูชาบูสไลด์ แบบหนา 7-15 มิล แพคละ 1กก.สันคอ, สันนอก, หรือแม้แต่ สันคอ สันนอกแล่สเต็ก พอร์คช๊อพ ซี่โครงบาร์บีคิว มีราคาชัดเจนว่าจะเลือกหยิบแพกเกจไหน
ในขณะที่ร้านค้า หรือบรรดาเขียงต้องหยิบๆจับๆเลือกให้คนขายชั่งน้ำหนัก คิดราคา ถ้าตามเขียงย่อยก็บอกได้ว่าจะซื้อเท่าไหร่ ช๊อปเหล่านั้นราคาต่ำกว่า 10-20 บาท คนซื้อไปซื้อกันเยอะ ต่างจากซื้อตามเขียงน้อยลงทุกวัน “

จากการตรวจสอบข้อมูลสภาวะตลาดสุกรจากผู้ค้าในพื้นที่เชียงใหม่พบว่า กลไกราคาที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติแจ้งล่าสุด ลูกสุกรขุน เฉลี่ยที่ 66.53 บาท/กก. กรณีผลิตเลี้ยงเอง เฉลี่ยที่ 64.32 บาท/กก.ราคาแต่ละภาคแตกต่างกัน เฉลี่ยอยู่ที่ 71 บาท แต่บางแหล่งขยับไปที่ 78-85 บาท อยู่ที่การตกลงซื้อขาย เป็นราคาหมูมีชีวิต ถ้าส่งห้าง ขายตามเขียงราคาจะต่างกัน
ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย พื้นที่ อ.สันทราย เชียงใหม่ กล่าวว่า ราคาหน้าฟาร์ม กับ หมูบ้านจะแตกต่างกัน โดยราคาที่ประกาศ 70-80 บาทจริง ๆ แล้ว ผู้เลี้ยงรายย่อยตามบ้านขายได้ 65 บาท/กก.ก็เท่าทุน ทั้ง ๆ ที่เลี้ยงมา 4-5 เดือน ค่ายา, อาหาร, ดูแลสารพัด พวกพ่อค้าคนกลาง หรือเขียงใหญ่ ๆ ยังกดราคา หมูเป็น ๆ 75 บาท ไปขายหน้าเขียง ถ้ายึดราคาวันนี้ ขาหมู 67.50 บาท/กก. เนื้อแดง 121.50 บาท/กก. สันนอก 135.50 บาท/กก.เศษหมู99 บาท/กก. เนื้อขาเลาะ หนังหั่นฝอย หนังสันนอกติดมัน ทุกส่วนของหมูขายได้หมด แม้กระทั่งเลือดหมู, ตับไตไส้พุง
การที่พวกพ่อค้า แม่ค้า หมู หน้าเขียง จับมาในลักษณะคนกลาง ไม่ต้องแบกรับต้นทุนอะไรมาก ได้ราคาที่ 60-70 บาท/กก. แต่พอไปขายหน้าเขียงขายกก.140-150บาท คนซื้อก็ต้องเลือก เมื่อช๊อปหรือที่เปิดกัน จะอ้างเป็นสาขาฟาร์มใหญ่ ทุนยักษ์ สามารถทำราคาได้ถูก ผู้บริโภคก็ย่อมแห่ไปซื้อ เป็นธรรมดา
เครือข่ายสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ (เชียงใหม่ ) เล่าว่า การที่ห้างดัง ๆ ขยายสาขา หรือ เจ้าของฟาร์มที่เคยล้ม เคยเจ๊ง หันไปเปิดกิจการ แบบช๊อป เกือบทุกอำเภอในเชียงใหม่ ขาย สินค้า หลากหลายกว่าเขียงขายเนื้อเหล่านี้ตามตลาดสด จนกลายเป็นกิจการมีรายได้เฉลี่ยถึงปีละ 2 พันล้านบาท โด่งดังในพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย และหลายๆจังหวัด คือการปรับตัวให้ทัน
ตลาดที่เปลี่ยนแปลง
ประกอบกับผู้เลี้ยงสุกร เกือบทุกแหล่ง กังวลว่า อาจเกิดการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจุดที่พบการระบาดที่รุนแรงบางส่วนอยู่ที่เวียดนาม ลาว และฟิลิปปินส์ ส่วนไทยถือว่าโชคดีมีมาตรการป้องกัน รับมือเรื่องนี้ได้ แต่ปัญหานี้กระตุ้นให้ผู้บริโภคใส่ใจเรื่องความสอาด ปลอดภัย มาตรฐานการเลี้ยงในแต่ละแหล่ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ กิจการใหญ่ ๆ ในบ้านเราจะเป็นทางเลือกของผู้บริโภค แทบจะควบคุมทุกกลไกตลาด สินค้าเนื้อสัตว์ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเขียงค้าเนื้อสัตว์ ในตลาดเจดีย์แม่ครัว เชียงใหม่ กล่าวว่า ขนาดมีช๊อป มีร้านดังของฟาร์มใหญ่ เปิดติดตลาดสด ใกล้ๆเขียงตนเอง กลุ่มลูกค้าจะแตกต่างกัน ถ้าเป็นชาวบ้านที่ซื้อไม่มาก ก็ยังเลือกที่จะซื้อตามเขียง ส่วนที่หันไปซื้อตามแหล่งค้าเหล่านั้น” ยอมรับว่า เป็นอีกกลุ่ม แต่ก็มีผลทำให้ลูกค้า และรายได้จากที่เคยได้รับ ลดหายไป ไม่รู้ว่าจะหันไปทำอะไร นอกจากเปิดเขียงขายเนื้อ “



ร่วมแสดงความคิดเห็น