“สถานการณ์ PM2.5” กระจายตัวปกคลุมพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และเศรษฐกิจเมืองเชียงใหม่ ทำให้พ่อเมือง เชียงใหม่ “นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์” ได้ออกประกาศกำหนดเขตควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิด และมาตรการทางกฎหมายในการควบคุม
สภาพอากาศของเชียงใหม่ เริ่มขั้นวิกฤติ และได้ส่งผลกระทบต่อ การใช้จ่าย ความเชื่อมั่น และกิจกรรมท่องเที่ยว ซ้ำเติมเศรษฐกิจของเชียงใหม่ ที่กำลังซบเซา จากเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย

โดยในปี 2562 “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” สำรวจผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจพุ่งสูงถึง 6,600 ล้านบาท ในประเด็นสุขภาพ การเสียโอกาสการใช้จ่ายและการท่องเที่ยว นับรวมไปถึงผู้ที่ป่วยโรคภูมิแพ้ ที่ต้องเดินไปพบแพทย์ และจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ
ผลกระทบจากปัญหา PM2.5 ยังเป็นประเด็นในการ สร้างผลกระทบต่อ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ และเอกชนที่กำลังดำเนินการ ภายในจังหวัดเชียงใหม่ และการหยุดทำงานของโรงงานอุตสาหกรรม ในพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อลดการปล่อยมลพิษ รวมทั้งการแก้ปัญหาจราจรภายในตัวเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทั้งหมดส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของเชียงใหม่ในระยะยาว

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พยายามหาวิธีการแก้ไขปัญหาแต่ดูเหมือนว่ามันอาจจะช้าเกินไป เพราะปัญหาดังกล่าวได้เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว และส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เปลี่ยนไปอย่างมาก และยิ่งไปกว่านั้นยังกระทบไปถึง “เศรษฐกิจฐานราก” ของเชียงใหม่
ในพื้นที่เขตเมือง หัวใจของการขับเคลื่อน ที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง เรื่องนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อ ร้านค้าริมถนน ร้านอาหาร แม้กระทั่งธุรกิจที่พัก ทั้งขนาดเล็กและ ขนาดใหญ่ ซึ่งมันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในปี 2562 ฉุดรั้งธุรกิจภาพรวมของเมืองเชียงใหม่ ไปอยู่ถึงปากเหว จนต้องประกาศบังคับใช้กฎหมาย และรณรงค์จากภาครัฐ สู่ประชาชนอย่างจริงจังถึงครึ่งปี กว่าเชียงใหม่จะพื้นตัว
ในขณะที่วันนี้เรายังไม่สามารถหาทางออกที่ชัดเจนว่าจะผ่านพ้น “วิกฤติ PM2.5” นี้ไปได้อย่างไร เศรษฐกิจภาพรวมของเขตภาคเหนือ ของประเทศไทย จะต้องได้รับผลกระทบ เป็นมูลค่ากี่หมื่นล้าน ไม่ว่าจะเป็น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน และผลกระทบต่อรายได้ของผู้ค้าอาหารข้างทางและห้างร้านต่าง ๆ
หากสถานการณ์ฝุ่นขนาดจิ๋วยังไม่คลี่คลาย เราอาจจะได้เห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคส่วนต่าง ๆ อย่างแน่นอน และหากในอนาคตภาครัฐหรือรัฐบาล ยังคงหาแนวทางแก้ไขปัญหาไม่ได้ เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ อาจจะกลายเป็นโดมิโน่ที่ค่อย ๆ ล้มลงทีละตัวจนหมดกระดาน
นั้นเพราะรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักของประเทศจะหดหายไป และกระทบต่อระบบประกันสุขภาพของประเทศ เพราะประชาชนล้มป่วยและเข้ารับการรักษามากขึ้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น