คำสั่งรัฐบาลจีนที่ให้บริษัทนำเที่ยว หยุดจัดทัวร์ออกไปนอกประเทศ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 เพื่อแก้ปัญหาไวรัสโคโรนา นับเป็นคลื่นมรสุมลูกใหญ่ ที่กระหน่ำการท่องเที่ยวไทยปีนี้ ต่อจากปัจจัยลบที่เกิดจากสงครามการค้าสหรัฐอเมริกา-จีน ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้องลุ้นกันตัวโก่ง ว่าธุรกิจท่องเที่ยวของไทย จะต้องเดินไปในทิศทางใดต่อไป
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ประเมินผลกระทบจากการประกาศของรัฐบาลจีน ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 ไทยจะสูญเสียนักท่องเที่ยวจีน ประมาณ 1.89 ล้านคน คาดว่ารายได้จะหดหายไปราว 9.45 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลจีนสามารถควบคุมการระบาดได้เร็วขึ้น ก็อาจจะมีการประเมินผลเสียหายอีกครั้งหนึ่ง

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ต้องขยายตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่เข้ามาทดแทน โดยจะโฟกัสไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจากอาเซียน เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และ ยุโรปตะวันออก
การลดลงของนักท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว เป็นแบบห่วงโซ่ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว จะมีการขาดสภาพคล่อง ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีจะอยู่อย่างลำบาก ทั้งในเรื่องของค่ามัดจำในการจอง ที่อาจจะมีการเรียกร้องขอให้คู่ค้ามีการคืนเงินมัดจำ เรื่องนี้ถือว่าส่งผลกระทบอย่างมากต่อจังหวัดเชียงใหม่ เพราะถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ของนักท่องเที่ยวจากจีน
ทำให้โรงแรมขนาดเล็ก จะอยู่ในฐานะตกที่นั่งลำบาก เมื่อต้องกระโดดเข้าสู่สงครามแย่งกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ อย่างน้อยในประเทศ เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาพักเช่นเดียวกับธุรกิจสายการบิน ที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน การยกเลิกและลดเที่ยวบิน ยิ่งทำให้ธุรกิจสายการบินที่ยํ่าแย่อยู่แล้ว ยิ่งทรุดหนักลงไปอย่างต่อเนื่อง
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้กลุ่มเอกชนด้านการท่องเที่ยว ได้มีการประชุมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ข้อสรุปว่า
1. จะมีการเปิดตลาดใหม่เพื่อมาชดเชยตลาดจีน โดยโฟกัสไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศที่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวจีน ให้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยในช่วงเวลาดังกล่าว
2. จัดทำโปรโมชัน ร่วมกันในธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตั้งแต่ ตั๋วเครื่องบิน, โรงแรม, รถรับส่ง เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในอาเซียนและยุโรป
ทั้งนี้สายการบินและธุรกิจโรงแรม จะไม่มีการยึดมัดจำบริษัทนำเที่ยว ที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นตลาดนักท่องเที่ยวจากเมืองจีน แต่จะใช้การเลื่อนเวลาออกไป จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาไวรัสได้สำเร็จ ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาราว 3 เดือน

ส่วนมาตรการในการเยียวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยว จะมีการขอให้ภาครัฐขอความร่วมมือกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ผ่อนผันให้ธุรกิจท่องเที่ยว สามารถหยุดชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ในช่วง 6 เดือนนี้ โดยไม่เป็นเอ็นพีแอล เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องในช่วงนี้ ทั้งยังขอให้ภาครัฐหาแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยถูก ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี การขอลดค่าภาษีน้ำมันอากาศยาน
แต่สิ่งที่นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) หวั่นเกรง คือ กลัวว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจะยังอยู่ในอาการหวาดกลัว และไม่มีอารมณ์ในการท่องเที่ยวเหมือนที่เคยตั้งใจไว้แต่ต้น
จากการประเมินเบื้องต้น การแพร่ระบาดของเซื้อไวรัสโคโรนา ส่งผลกระทบต่ออัตราเข้าพักของโรงแรม และคาดว่าอัตราเข้าพักในเดือนกุมภาพันธ์ จะเหลือเพียง 30% ซึ่งต้องรีบหาตลาดใหม่มาทดแทน
เรื่องดังกล่าวทำให้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เสนอแนวทางการวางแผนเร่งหาตลาดทดแทนในพื้นที่ ที่มีศักยภาพ (Quick win) เน้นเพิ่มความถี่และวันพัก โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนเมษายน และ ระยะที่ 2 คือ เดือนพฤษภาคม – เดือนกันยายน

ร่วมแสดงความคิดเห็น