ที่สถานพยาบาลช้าง ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้มีทีมงานของสถาบันวิจัยและตรวจสุขภาพช้างแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ จ.สุรินทร์ และสถานบันคชบาลแห่งชาติ ลำปาง และมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย ได้ทำการตรวจสุขภาพช้างประจำปี โดยมีบรรดาช้างน้อยใหญ่ของปางช้างแม่สา ได้เข้าแถวมารอการตรวจซึ่งการตรวจแต่ละตัวจะต้องใช้น้ำเกลือฉีดลงในงวง ซึ่งปกติช้างจะหวงงวงมาก จึงต้องให้ควาญช้างมาดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ช้างบางตัวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช้างน้อยจะชูงวงให้ตรวจอย่างง่ายดาย ส่วนช้างมีอายุจะไม่ยินยอมให้ตรวจต้องใช้ภาคบังคับโดยควาญช้าง

สำหรับการตรวจน้ำในงวงช้าง เพื่อเป็นการตรวจสอบโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะวัณโรคที่พบเชื้อวัณโรคจากคนสามารถติดต่อสู่ช้างได้ โดยเฉพาะช้างเลี้ยง หรือช้างในปางช้าง หากควาญช้างเป็นวัณโรค เชื้อจะสามารถแพร่สู่ช้างได้นั่นเอง และเชื้อวัณโรคจากช้างยังสามารถติดต่อสู่คนได้ผ่านทางการพ่นน้ำ เพราะเชื้อวัณโรคอยู่ในสารคัดหลั่งในโพรงจมูกและงวงช้าง หากช้างตัวที่ติดเชื้อพ่นน้ำใส่คนที่เสี่ยงต่อการติดโรคนี้แล้ว ก็จะมีโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อไปได้ง่ายนั่นเอง

ซึ่งการตรวจในครั้งนี้ จากเป็นการตรวจประจำปีสำหรับที่ปางช้างที่มีการรับรองมาตรฐาน และทางปางช้างแม่สาก็ขอความร่วมมือ เนื่องจากในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก และมีกระแสเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา จึงต้องทำการเฝ้าระวังถึงแม้กลุ่มทีมงานที่มาระบุว่าจะเน้นเรื่องวัณโรคและโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจของช้าง

นายกมล อุบลหน่อ อาสาสมัครมูลนิธิช้าง ได้เผยว่าในการตรวจน้ำในงวงช้าง เพื่อตรวจหาโรคโดยเฉพาะวัณโรคโดยใช้น้ำเกลือใส่ลงในงวงช้าง เพื่อให้ช้างเป่าน้ำในงวงออกมาจากระบบการหายใจ เพราะหากมีเชื้ออะไรอยู่ภายในหรือสิ่งแปลกปลอมจะได้ไหลออกมา โดยช้างเป่าแรงเท่าไหร่มีเชื้ออะไรก็จะออกมาหมด แต่หากจะหาเชื้อไวรัสโคโรนา ก็มีอีกวิธีหนึ่งส่วนในครั้งนี้จะเน้นเชื้อวัณโรค โดยปีหนึ่งจะตรวจสักครั้งหนึ่ง โดยทีมงานจากสถาบันวิจัยและตรวจสุขภาพช้างแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ จ.สุรินทร์ และสถานบันคชบาลแห่งชาติ ลำปาง และมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย


ร่วมแสดงความคิดเห็น