วันที่ 22 ก.พ. 2563 ทางตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีระชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 นำกำลังเข้าจับกุมตัว 2 สามีภรรยา ผู้ต้องหาลวงเหยื่อว่าเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง รับเงินค่ามัดจำ แต่ไม่ทำงานตามที่ตกลงไว้ มีผู้เสียหายถูกหลอกหลายราย

ตำรวจภูธรภาค 5 นำหมายศาล จ.ลำพูน เข้าจับกุมตัว นางกวินนา ปัญญาดีมั่งมีสุข อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาคดี “ร่วมกันฉ้อโกง” ได้ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่ง ย่าน ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ระหว่างที่เธอกำลังจะประเมินราคาก่อสร้างบ้าน ให้กับลูกค้ารายหนึ่ง ก่อนจะนำกำลังไปคุมตัวนายหรัณย์ ชัยสาร อายุ 44 ปี สามีของเธอ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่าน อ.หางดง เชียงใหม่ ซึ่งเขากำลังรับเหมาต่อเติมบ้านเช่นกัน

ทั้งคู่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ก่อนคุมตัวไปสอบปากคำ ตำรวจระบุว่าผู้ต้องหา ทั้ง 2 รายนี้ มีพฤติกรรมลวงเหยื่อว่าเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างบ้าน แล้วรับเงินมัดจำ แต่ไม่ทำงานให้กับลูกค้า ซึ่งมีผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์หลายราย ก่อนจะสามารถจับกุมตัวได้วันนี้

นายณัฐวุฒิ ต๊ะน้อย อายุ 41ปี หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เขาโพสต์เฟซบุ๊กในกลุ่มรับเหมาต่อเติมบ้านของ จ.เชียงใหม่ เพื่อตามหาช่างมาต่อเติมบ้านของตัวเอง ซึ่งขณะนั้น นางกวินนา กับนายหรัณย์ ได้ติดต่อมา จึงนัดหมายมาประเมิณราคาก่อสร้าง โดยทั้งคู่สร้างความน่าเชื่อถือ โดยอ้างว่าเปิดเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อ บริษัท ปัญญาดีมั่งมีศรีสุข และประเมินราคาก่อสร้างถูกกว่าผู้รับเหมาทั่วไป และใช้เวลาก่อสร้างไม่นาน เขาจึงหลงเชื่อจนตกลงราคาก่อสร้าง 160,000 บาท โดยนางกวินนา และนายหรัณย์ ให้จ่ายเงินมัดจำก่อน 50,000 บาท หลังจากจ่ายเงินมัดจำทั้งคู่ไม่เข้ามาก่อสร้างตามที่ตกลงไว้ เขาจึงพยายามติดต่อผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้ต้องหาทั้งสองคนติดต่อกลับมาว่า จะมีคนเข้าไปก่อสร้าง

ซึ่งขณะนั้นมีคนเข้าไปขุดหลุมก่อสร้างให้เพียง 6 หลุม แต่หลังจากนั้นไม่มีคนเข้ามาก่อสร้างต่ออีกเลย เขาจึงพยายามติดต่อทั้งคู่ แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงตลอดมา และมาทราบภายหลังว่าคนที่เข้ามาขุดหลุมให้ ก็เป็นผู้รับเหมาที่ถูกทั้ง 2 คน หลอกมาอีกต่อหนึ่งเช่นกัน ก่อนจะมาตรวจสอบชื่อบริษัทที่ทั้งสองคนอ้าง พบว่าไม่มีอยู่จริง จึงมั่นใจว่าถูกหลอก

ตำรวจระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาหลอก เข้าแจ้งความประมาณ 5 ราย เสียหายรวมประมาณ 1 ล้านบาท ตำรวจตรวจสอบประวัตินางกวินนา พบเพิ่งพ้นคดียักยอกทรัพย์ ออกจากคุกเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ส่วนนายหรัณย์ ไม่พบประวัติอาชญากรรม เบื้องต้นแจ้งข้อหาทั้งสองคนฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง” ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย





ร่วมแสดงความคิดเห็น