ชื่นชม จนท.ทำงานหนัก หลัง ปชช.แห่เดินทางกลับภูมิลำเนา ตามมาตรการล็อคดาวน์โควิด-19 เฝ้าประจำการตรวจคนเดินทางละเอียด 24 ชม.

Youtube video

 

วันที่ 23 มี.ค.63 รายงานข่าวแจ้งว่า บรรยากาศที่บริเวณสถานีขนส่งอาเขต เชียงใหม่ พบว่ามีประชาชนจำนวนมากที่ทยอยเดินทางมาจากกรุงเทพ และที่จะเดินทางออกจากจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งที่จะซื้อตั๋วต่อรถเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาต่างอำเภอและต่างจังหวัด กันเป็นจำนวนมาก ภายหลังจากที่ทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อได้มีการออกประกาศฉบับที่ 2 ให้มีคำสั่งปิดสถานที่ ห้างสรรพสินค้า และสถานที่อื่น หลายแห่ง ที่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นเวลา 22 วัน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลทำให้สถานที่หลายแห่งทั้งของกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ต้องหยุดกิจการ และ ปชช.ไม่มีงานทำ ต่างพากันหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระ มารอขึ้นรถโดยสาร โดยเฉพาะที่บริเวณชานชาลาสายเหนือและสายไปภาคอีสานจะมีผู้โดยสารจำนวนมากมารอขึ้นรถกันตลอดทั้งวัน ส่งผลทำให้ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องมีการดำเนินการจัดเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าดูแล ตรวจสอบ และคัดกรองผู้โดยสาร และประชาชนที่เดินทางเข้าและออกพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชม. และต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักในการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่

ทั้งนี้จากการสอบถามทางด้าน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่คอยเฝ้าดูแลบริเวณจุดคัดกรองผู้โดยสาร สถานีขนส่งอาเขตแห่งที่ 3 ทราบว่า ได้มีการจัดชุดเจ้าหน้าที่ในการดูแลและคัดกรองผู้โดยสารมาตั้งแต่ช่วงค่ำของวานนี้ภายหลังจากที่ได้มีการประกาศให้กรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่ รวมไปถึงหลายๆ จังหวัดสีการล็อคดาวน์ ปิดสถานที่หลายแห่ง ทำให้ประชาชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เดินทางเข้าและออก ในบริเวณขนส่งอาเขตเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการจัดตั้งจุดคัดกรองเพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น โดยตลอดทั้งวันตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมาทีประชาชนเดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างไม่จากสาย ทำให้ต้องมีการจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ช่วง เพื่อผลัดเปลี่ยนให้ได้พักบ้าง เนื่องจากจะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่อีกหลายวัน จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ หรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงอื่นๆ สำหรับมาตรการคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่ของสถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่ จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและ เจลแอลกอฮอล์เพื่อให้ล้างมือก่อนจะเข้ามา รวมถึงการประชาสัมพันธ์เสียงตามสายของสถานีขนส่งอาเขตเรื่องของมาตรการและการดูแลตัวเอง เพื่อไม่ให้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในส่วนของประชาชนหรือผู้โดยสารที่มารอขึ้นรถต่างสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันตนเองอีกทางหนึ่ง

ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์บริเวณจุดตรวจคัดกรอง กล่าวว่า เมื่อทางผู้โดยสารเดินทางมาถึงยังบริเวณจุดตรวจทางเจ้าหน้าที่จะให้ทำการเข้าตรวจเป็นรายบุคคลโดยมีการใช้เครื่องตรวจวัดไข้ และหากตรวจพบว่ามีอาการป่วยหรือมีไข้ก็จะมีมาตรการรองรับเพิ่มเติม และมีการตรวจสอบอาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง รวมทั้งมีการตรวจสอบว่าผู้ป่วยมาจากที่ไหน รวมไปถึงสถานที่สุ่มเสี่ยงหรือไม่ หลังจากนั้นก็จะมีการประสานติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค จากนั้นก็จะมีการส่งตัวผู้ป่วยหรือผู้เข้าข่ายเพื่อไปดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน จากการสอบถามทางประชาชนผู้โดยสาร ที่กำลังจะเดินทาง ระบุว่า ได้มาทำงานที่เชียงใหม่หลายปี แต่หลังจากมีการออกประกาศคำสั่งปิดป้องกันเชื้อระบาดโควิด-19 ชั่วคราวนั้น ส่งผลทำให้ในขณะนี้ไม่มีงานทำแล้ว เนื่องจากนายจ้างบอกให้หยุดทำงานและไม่รู้จะทำอะไรต่อ ประกอบกับมีการให้หยุดพักงาน และทำให้ไม่มีรายได้ ตนจึงขอกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อนแล้วค่อยหาทางกลับมาทำงานต่อจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ หรือมีคำสั่งยกเลิกการปิดพื่นที่ของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ แต่อย่างไรก็ตามก็คาดว่ายังคงอีกหลายวัน อย่างที่นายจ้างแจ้งมาว่ามีการปิดยาวตั้งแต่ 23 มี.ค.63 ไปจนถึงวันที่ 13 เม.ย.63 โดยช่วงนี้ก็คงต้องหาอะไรทำไปก่อนที่บ้านเกิด เพื่อให้มีรายได้จุนเจือครอบครัว ดีกว่าอยู่ไปไม่มีไรทำที่เชียงใหม่ ประกอบกับรายจ่ายในแต่ละวัน
ทางด้าน นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับกองงานสาธารณสุขเทศบาลนครเชียงใหม่ จัดดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารทุกคนที่เดินกลับมาจาก กทม.และปริมณฑล รวมทั้งผู้ที่จะเดินทางออกจากเชียงใหม่ ที่สถานีอาเขตสองและอาเขตสาม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยทางเทศบาลนครเชียงใหม่ส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจร่วมทำหน้าที่ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ ทำประวัติ ผู้ที่เดินทางกลับมาจากกทม. และปริมณฑล เข้ามาที่ จ.เชียงใหม่ ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ประสานผู้ประกอบการเรื่องข้อมูลของผู้โดยสารทุกคน เพื่อนำเสนอเจ้าหน้าที่ราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินงานต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น