จ.เชียงใหม่ เร่งระดมความช่วยเหลือ พื้นที่ประสบภัย และเส้นทางสัญจรที่ถูกตัดขาด คาด 4 ส.ค. นี้ เปิดสัญจรได้ปกติ

วันที่ 3 ส.ค. 63 นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเส้นทางถนนที่ถูกตัดขาด พบว่า ถนนบริเวณจุดก่อสร้างสะพาน กม. 32 มีความเสียหายจากการถูกกัดเซาะเสียหายเป็นระยะทางกว่า 15 เมตร และน้ำไหลเชี่ยวทำให้ไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ประสานขอรับการสนับสนุนสะพานเหล็กเบลี่ย์ (Bailey) จากจังหวัดพิจิตร มาติดตั้งภายในช่วงเย็นวันนี้ และคาดว่าจะสามารถเปิดการสัญจรไป-มา ได้ในช่วงค่ำของวันที่ 4 ส.ค. 63

สำหรับนักท่องเที่ยว และผู้สัญจร เส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ที่ติดค้างไม่สามารถเดินทางต่อได้ ตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ จำนวน 70 คน ทางจังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และป้องกันบรรเทาสาธารณสุข ร่วมกันดูแล จัดที่พัก พร้อมอาหาร น้ำดื่ม ให้บริการตลอดช่วงพักพิง

นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้นายอำเภอทุกพื้นที่ประสบอุทกภัย ดำเนินการตามแผนบรรเทาสาธารณภัย โดยให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งการดูแลพื้นที่ และการเตือนภัย ซึ่งหากมีปริมาณฝนตกเกิน 80 มิลลิเมตรต่อวัน ให้เตรียมแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ราบลุ่มไปอยู่ในที่ปลอดภัย และหากมีปริมาณฝนเกิน 100 มิลลิเมตร ให้เตรียมพร้อมป้องกันน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่เชิงเขา และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เช่นกัน

ด้าน พล.ต.สืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้กล่าวถึงการทำงานของฝ่ายทหารในพื้นที่ขณะนี้ ว่า ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ นำกำลังพลออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอสันทราย และจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ พร้อมให้การสนับสนุนกับทางจังหวัด อย่างเต็มที่ และได้มีการประสานกับทางกองทัพภาคที่ 3 เพื่อร่วมสนับสนุน สะพานเบลี่ย์ (Bailay) จากจังหวัดพิษณุโลกเพิ่มเติม หากทางจังหวัดเชียงใหม่มีความจำเป็น

ทั้งนี้จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ได้ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในเขื่อนทั้ง 2 แห่งของจังหวัดเชียงใหม่ คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากขึ้นกว่า 25%

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

ร่วมแสดงความคิดเห็น