เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ คณะกรรมการอนุรักษ์พัฒนาเมืองเก่าเชียงใหม่และปริมณฑลภาคประชาชน เปิดเผยแนวคิดที่จะรักษาพื้นที่เมืองเก่า ซึ่งเป็นพื้นที่ทางสังคมอันทรงคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น แต่ปรากฎว่า พลวัตของเมืองถูกเปลี่ยนแปลงไป เพราะกลุ่มทุนที่มุ่งแสวงหามูลค่าทางการตลาด จากมรดกของเมืองหลากรูปแบบ
สำหรับย่านท่าแพ ตั้งแต่แยกหน้าพุทธสถานจรดหน้าลานท่าแพ 2 ฝั่งถนนจะมีสถาปัตยกรรม ที่สะท้อนถึงภูมิทัศน์ของเมือง ตั้งแต่แรกมีถนนสายนี้และพัฒนาการตามยุคสมัย ตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2427 จนถึงช่วงเริ่มมีรถไฟเข้ามา ราว ๆ ปี 2464 กระทั่งปัจจุบัน ที่กำลังมีแผนรื้ออาคารห้างสรรพสินค้าดังในอดีตออกไป เพื่อสร้างโรงแรมทันสมัย

“ถนนท่าแพ มีวัดเก่าแก่คู่นครเชียงใหม่มากมาย ตั้งแต่วัดอุปคุต ซึ่งเป็นวัดเงี้ยวแห่งแรกในเชียงใหม่ เยื้องกันก็จะเป็นบ้านตึก อาคารที่หลวงอนุสารสุนทรสร้างขึ้น ช่วงปี 2443 อาคารแบงค์สยามกัมมาจล (ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาแรกในเชียงใหม่) ไล่เรียงมายังตึกอาคารกิติพานิช อาคารไม้รูปทรงสวยงาม วัดแสนฝางแยกยุโรป (แยกขับสวนทางซ้าย) ซึ่งวัดแสนฝาง ขึ้นชื่อว่าเป็น ชเวดากองแห่งเมืองเชียงใหม่ ซึ่งพญาแสนภู (กษัตริย์องค์ที่ 3) ทรงสร้างขึ้น มีอาคารเก่าแก่ที่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ให้รื้อที่ประทับของพระเจ้ากาวิโรรสสุริวงศ์ (เจ้าชีวิตอ้าว) สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2420 วัดบุพพารามเยื้องกับวัดแสนฝาง วัดที่พญาแก้วโปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2039 ในชุมชนชาวมอญแห่งแรกในเชียงใหม่ เป็นต้น 2 ฟากฝั่งถนนท่าแพ มีเรื่องราวบอกเล่าที่น่าสนใจทั้งประวัติศาสตร์ วัด วิถีชุมชนชาวพม่า จีน มอญ เงี้ยว ไทใหญ่และคนเมือง”

ดังนั้น แนวคิดที่เคยมีการนำเสนอโครงการภูมิสถาปัตย์ นครเชียงใหม่ สู่การเปิดพื้นที่ถนนท่าแพ ให้เป็น “พิพิธภัณฑ์ย่านท่าแพ” พิพิธภัณฑืที่มีชีวิตคู่เมืองโบราณ ไม่ต้องไปจัดวาง สร้างองค์ประกอบใด ๆ เพิ่มเติม เพียงรักษารูปรอยอดีต 2 ฟากฝั่ง ที่ดำรงคงอยู่มาตามยุคสมัย ไม่ให้ถูกรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเก่า ๆ ออกไป ที่ละช่วงตึก เพื่อสร้างอาคารทรงแปลกใหม่ตอบสนองเศรษฐกิจ สังคมเมืองตามที่นักลงทุนคาดหวัง ที่ผ่าน ๆ มา กระแสโครงการ “พิพิธภัณฑ์ย่านท่าแพ” เป็นองค์ความรู้ ที่น่าสนใจ ด้วยแนวคิดที่จะรวบรวมประเด็นทาง
ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นย่านท่าแพ ตั้งแต่ยุคตั้งถิ่นฐาน ยุคที่อำนาจจากส่วนกลางเริ่มเข้ามาเชียงใหม่ ยุคพ่อค้าชาวจีนย้ายข้ามมาจากฝั่งวัดเกตการาม มายังถนนวิชยานนท์ และขยายตัวมายังถนนท่าแพ

นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนชาวเชียงใหม่ ล้วนตระหนักดี เมื่อมีโอกาสเดินทอดน่องชมบรรยากาศย่านท่าแพ จะพบว่ามีสถาปัตยกรรมเชิงพาณิชย์ที่สวยงามละลานตา ทั้งอาคารไม้ฉลุลวดลายขนมปังขิงที่เก่าแก่ อาคารผสมระหว่างทรงยุโรปกับลวดลายปูนปั้นฝีมือช่างจีน คล้ายรูปแบบ ชิโน-โปรตุกีส ของภูเก็ต รวมทั้งร้านค้าเรือนไม้สองชั้นประเภทเรือนฝ้าเฟี้ยม เรือนฝาไหลที่หาดูได้ยาก
ถนนท่าแพ จะเป็นเส้นทางสายหลัก ที่ใช้จัดกิจกรรม งานประเพณีสำคัญ ๆ ของเมือง ทั้งงานสงกรานต์ (ปี๋ใหม่เมือง), งานลอยกระทง (งานยี่เป็ง), งานไม้ดอกไม้ประดับ โดยจะมีการตั้งต้นขบวนแห่เริ่มจากสะพานนวรัฐยาวไปจนถึงประตูท่าแพ ก่อนเคลื่อนเข้าสู่คูเวียงเชียงใหม่ เพื่อไปสุดปลายทางที่วัดพระสิงห์

คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า จ.เชียงใหม่ ภาคประชาสังคม ระบุว่า จากการประชุมหารือร่วมกันกับหลายภาคส่วนที่ตระหนักถึงคุณค่าพื้นที่ทางสังคมเมืองโบราณอันเก่าแก่ ควรต้องหาทางเร่งรัดให้ หน่วยงานราชการ กำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนมากกว่านี้
“พื้นที่ใดต้องประกาศเป็นเมืองเก่า ในขณะที่ถนนท่าแพอยู่นอกเขตคูเมือง ทำให้ไม่ได้รับความคุ้มครองจากแผนแม่บทเมืองเก่าเชียงใหม่ ควรมีการสร้างความเข้าใจนิยามของคำว่าเมืองเก่า ไม่เช่นนั้นชุมชนย่านท่าแพ ที่ซึ่งมีโครงสร้างทางกายภาพชุมชนที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม อาคารบ้านเรือน มรดกทางสถาปัตยกรรมที่ทับซ้อนกันหลายยุคสมัยหลากสไตล์ศิลปะ จะถูกทำลาย โดยข้ออ้างต่าง ๆ และกลไกผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ที่กำลังปรับปรุงต้องให้ความสำคัญทุนทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของเมืองเก่าแผนการจัดการและการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก ต้องมีความเป็นสากล เพราะการตั้งธงที่เป้าหมายเศรษฐกิจชุมชนด้านเดียว คงไม่มีความหมายอะไร หากจิตวิญญานของเมืองล่มสลาย เสน่ห์เมืองสิ้นสูญ ด้วยการลบรอยอดีต แล้วปลูกสร้างสิ่งที่ทันสมัย สิ่งที่อ้างว่าเป็นการ “พัฒนาความเจริญ” สู่นครเชียงใหม่


ร่วมแสดงความคิดเห็น