ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ พระราชทานสัมภาษณ์แก่นิตยสารสกุลไทย

เมื่อมีผู้กราบบังคมทูลฯ ถามว่าในฐานะพระราชบิดา
ทรงมีวิธีเลี้ยงดูพระราชธิดาองค์แรกอย่างไร
ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า

“ก็รู้สึกว่ามีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ตอนแรกก็ไม่รู้ว่า
จะปฏิบัติอย่างไร แต่ตอนหลังก็ดูจากที่ตัวเองเป็นลูกมาแล้ว
ก็พ่อแม่ทำอย่างไร ก็พยายามเอาความรู้สึกอันนั้นมาใส่

ก็จากประสบการณ์และจากคำที่พ่อแม่สั่งสอนมาว่า
ควรจะเลี้ยงลูกอย่างไร ก็ถ่ายทอดมาว่าพ่อแม่มีความรู้สึก
ยังไง จากประสบการณ์ที่ได้ในฐานะเป็นเด็กว่าเป็นเด็ก
มีความรู้สึกอย่างไร พี่เลี้ยงคนไหนปฏิบัติถูกต้อง
หรือไม่ถูกต้อง หรือมีวิธีต่างๆ อย่างไร แล้วดูจากลูกคนอื่น
และดูจากลูกของตัวเอง”

“ในการเป็นพ่อ เราก็อยากให้ลูกเค้าสมใจในสิ่งที่
เค้าปรารถนา อยากให้เค้ามีโอกาสหรือมีความพร้อม
ที่จะดำรงชีวิตในวิถีทางที่เค้าเลือกในทางที่ดี อยากให้เค้า
มีความพร้อมและโตขึ้นมาด้วยความมั่นใจสบายใจ
ก็สรุปได้ว่าเค้าพร้อมที่จะเลือกชีวิตของเค้าในทางที่ถูกต้อง
แล้วก็อยากให้เค้ามีความสุขตามที่เค้าเลือก”

ทรงเป็นพระราชบิดาที่มีแนวพระราชดำริทันสมัย
และเพียบพร้อมไปด้วยความหวังดี

“ส่วนมากเข้มงวดเรื่องทางด้านสุขภาพ กินเป็นเวลา
นอนเป็นเวลา ลูกต้องทานของที่เป็นประโยชน์ทางด้าน
ร่างกายและสุขภาพ มีความสะอาดของร่างกาย
สุขภาพอนามัย การออกกำลังกาย หรือการพัฒนาตามวัย
ทางด้านจิตใจ ส่วนมากก็เรื่องกิริยามารยาทใดๆ
ที่เด็กควรจะรู้ ก็พยายามติดตาม”

ทรงกำกับดูแลความเป็นอยู่ของพระราชธิดาอย่างเข้มงวด
เพื่อให้เติบใหญ่ขึ้นโดยสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

“คนเรานี่เติบโตขึ้นมาเร็วมาก วันเวลาก็ผ่านมาเร็วมาก
ฉะนั้นเวลาที่อยู่ในวัยเรียนก็ควรจะอุทิศเวลาให้แก่การศึกษา
และการพัฒนาตนเองให้มากที่สุด การศึกษาทั้งในห้องเรียน
และกิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น เล่นกีฬา ดนตรี

ตลอดจนปูพื้นฐานในการสร้างทักษะด้านงานอดิเรก
ความรู้รอบตัวทั้งหลาย เคยบอกลูกว่าเวลาเที่ยวเตร่
สนุกสนานมันไม่หนีไปไหนหรอก แต่เวลาที่เราจะมีโอกาส
ฝึกตนมีน้อย

ดังนั้นก็ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมในขณะที่การงาน
ต่างๆยังไม่มี ความรับผิดชอบก็ยังไม่มี ร่างกายก็ยังแข็งแรง
สมองสดใส ถ้าเผื่อตักตวงศึกษาทั้งในด้านวิชาการ
และในด้านความสามารถอื่นๆแล้ว เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะได้
ผลจากที่เราลงทุนเอาไว้ ไม่ต้องมาคิดเสียดายว่าสายเกิน
ไป”

ทรงให้ความสำคัญอย่างมากกับการเตรียมความพร้อม
และวางรากฐานทางความคิดให้แก่พระราชธิดา

“อย่างลูกก็ใช้ชีวิตอย่างเด็กสามัญอยู่แล้ว ต่างกันที่ว่า
เป็นลูกสมเด็จพระบรมฯ เป็นลูกเจ้าฟ้า ไม่ใช่เป็นลูกพระเจ้า
แผ่นดิน เพราะฉะนั้นการพลีส หรือการใช้ชีวิตก็ใกล้กัน
กับบุคคลธรรมดามากกว่า

เค้าก็ถูกสั่งสอนอบรมให้มีคุณภาพ มีกิริยามารยาท
เป็นผู้ดี ให้เหมาะสมกับการเป็นลูกผู้ลากมากดี
แต่ความอดทนการเรียนรู้ต่างๆ นี่เค้าจะต้องเรียนรู้
เหมือนเด็กสามัญทั่วๆไป

เพราะจากประสบการณ์ด้วยตัวเอง การเตรียมเด็กนี่
ถ้าเผื่อเราให้เค้ารู้การพึ่งตัวเองได้มากเท่าไหร่
การป้องกันตัวเองได้มากเท่าไหร่ การรู้จักเข้ากับเพื่อน
คือมีน้ำใจมีความอดทน มีกีฟว์แอนด์เทก คือรู้จักให้
และรับ เค้าก็จะมีพื้นฐานในการคบเพื่อนสังคมเป็น
คบเพื่อนทำอะไรเป็น และรู้ว่าอุปสรรคความลำบากต่างๆ
นั้นไม่ใช่สิ่งแปลก เป็นของธรรมดา

เพราะในชีวิตที่บุคคลจะต้องเผชิญต่อความลำบาก
ความไม่สมหวัง การโดนกลั่นแกล้งกีดกันต่างๆ
เป็นของธรรมดา ไม่ว่าจะเกิดเป็นใคร ชาติไหน ภาษาไหน
ก็เหมือนกัน ถ้าเกิดเค้ารู้จักอดทน รู้จักแก้ปัญหาตั้งแต่เด็ก
ชีวิตมันก็จะเบาขึ้น”

ที่มา
“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
คือรอยยิ้มและความภูมิใจของพ่อ”
ในเว็บไซต์ : thairath
และที่มา : https://www.facebook.com/share/p/18fSqQiTnU/?mibextid=wwXIfr

ร่วมแสดงความคิดเห็น