พระธาตุเจ้าดอยเกิ้ง และนิราศดอยเกิ้งแก้ว มหัศจรรย์แห่งดอยศักดิ์สิทธิ์

สุภสารร้อยแรกเรื่อง รังถวาย ริร่ำฉลมฉลักฉลาย เลิศหล้า บางพลัดนิรมย์ฉลาย ดงเนต นุชเอย ยามม่อนเมือน้อมหน้า ธาตุเจ้าจอมคีรีฯ ปางปีสักราชเบื้อง พันปลาย คอมเปี่ยงเจ็ดสิบหมาย เหมียดได้ คลองทนระร่ำคร่าวถวาย เถิงธาตุ พระเอย นามชื่อดอยเกิ้งแก้ว เกสพระชินมาน นี่เป็นบางส่วนของโครงนิราศดอยเกิ้ง ที่ปริวรรตโดย หนานปวงคำ ตุ้ยเขียว ซึ่งเป็นผู้ชำนาญในด้านภาษาล้านนาไทยและเป็นหนึ่งในคณะกรรมพจนานุกรมแม่ฟ้าหลวง โคลงนิราศดอยเกิ้ง ต้นฉบับเรียก “กั่นโลงดอยเกิ้งแก้ว” เกิดขึ้นบนแผ่นดินล้านนาไทยสันนิษฐานว่าผู้แต่งคงจะเป็นพระภิกษุรูปหนึ่งมีความรู้มากแตกฉานในการแต่งกาพย์ โคลง กลอนและอักษรศาสตร์ ภาษาบาลี ภาษาท้องถิ่นเป็นเลิศ

บทความของศาสตราจารย์ ดร.อุดม รุ่งเรืองศรี อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเขียนในหนังสือล้านนาไทยอนุสรณ์พระราชพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์เชียงใหม่ 2526-2527 ระบุว่า “โคลงนิราศดอยเกิ้ง โคลงสี่สุภาพจำนวน 96 บท (ในต้นฉบับใบลาน อักษรขอมเมืองมีมากกว่า 97 บท) โคลงนิราศดอยเกิ้งนี้เขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2251 (ปีชวด สัมฤทธิ์ศฺก) โดยผู้เขียนคงจะเป็นพระภิกษุที่อยู่วัดสบแค่ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง เดินทางไปนมัสการพระธาตุดอยเกิ้งซึ่งอยู่ที่อำเภอฮอด ผู้เขียนได้บรรยายการเดินทางไปตามลำดับจนถึงพระธาตุดอยเกิ้ง ที่น่าสังเกต คือ ในโคลงนิราศดอยเกิ้งนี้ โคลงบางบทมีลักษณะคล้ายโคลงนิราศหริภุญชัย ตลอดจนการพรรณาเทียบตัวละครในวรรณคดีในนิราศดอยเกิ้ง ก็คล้ายกับที่ปรากฏในโคลงนิราศหริภุญชัยด้วย”

โคลงนิราศดอยเกิ้งเป็นวรรณกรรมประเภทลายลักษณ์ที่ถ่ายทอดระบายความรู้สึก ความในใจเป็นตัวอักษร อักษรที่จารโคลงนิราศฉบับนี้ มิใช่อักษรเมืองหรืออักษรไทยยวนธรรมดาที่ใช้กันทั่วไป แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดเรียกว่าเป็นอักษรประเภทใด แต่คงเป็นอักษรผสมสระใช้แบบไทยยวน พยัญชนะใช้แบบไทยกลางโบราณสมัยกรุงธนบุรี มักเรียกกันว่า “อักษรขอมเมือง”

วัดพระธาตุดอยเกิ้ง ตั้งอยู่บนภูเขาติดทะเลสาปแม่น้ำปิงในเขต ต.ท่าเดื่อ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ พระบุญศรี อภิปุณฺโณ ซึ่งเป็นผู้อุปัฏฐากวัดพระธาตุดอยเกิ้ง เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ท่านได้บวชและปฏิบัติกัมมัฏฐานอยู่ที่วัดร่ำเปิงตะโปทารามแล้ว เมื่อออกพรรษาก็ได้เดินธุดงค์ไปอยู่ตามถ้ำหลายแห่งจนได้นิมิตรพบพระธาตุเจ้าดอยเกิ้งแห่งนี้ จึงเดินออกจากถ้ำหม้อขึ้นมาที่วัดพระธาตุเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2529 เมื่อขึ้นมาปฏิบัติก็ได้นิมิตรเห็นครูบาเจ้าศรีวิชัยนำจอบกับเสียมมามอบให้และสั่งไว้ว่า “ท่านจงบุกเบิกที่นี่” จากนั้นก็นิมิตรเห็นพระสงฆ์และอุสาสกอุบาสิกาในชุกขาวนำพานดอกไม้มานิมนต์ให้นั่งบนแท่นแก้วแล้วอาราธนาให้อยู่ที่นี่ อีกสองวันต่อมา หลวงพ่อทอง สิริมงฺคโล ได้นำคณะศิษยานุศิษย์ขึ้นมาแนิมนต์ให้พระบุญศรีอยู่ที่นี่และได้สร้างให้เป็นสำนักวิปัสสนากัมมัฏฐานต่อไปให้สมดังพระพุทธทำนายที่ว่า “เมื่อศาสนาพระตถาคตล่วงไปได้ 2567 ปี 7 เดือน กับ 25 วัน สถานที่นี้ก็จะเจริญรุ่งเรืองเป็นมหาอารามและเป็นที่หลั่งไหลมาแห่งเวไนยสัตว์ผู้กลัวภัยในวัฏฏะสงสารทั้งหลาย”

หลังจากที่พระบุญศรี อภิปุณฺโณ ได้ขึ้นมาบุกเบิกเมื่อปี 2529 ปัจจุบันวัดพระธาตุดอยเกิ้งได้มีการพัฒนาก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยมีการสร้างทางขึ้นวัดพระธาตุเป็นบันไดพญานาค 263 ขั้น นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถวัดพระธาตดอยเกิ้ง พระเจดีย์แก้วและพระพุทธเมตตาไชยยาปราบชมพู ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2543 และยังมีปัญจศิลาเจดีย์ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุพระอรหันต์และพระเกษาครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งรวมเจดีย์ห้าดวงมาก่อรวมกันใหม่ ที่บริเวณบนพระธาตุดอยเกิ้งยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลสาปแม่ปิงเบื้องล่างได้อย่างสวยงาม

การเดินทางไปยังวัดพระธาตุดอยเกิ้ง จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด หรือจะนั่งรถโดยสารประจำทางจากประตูเชียงใหม่ มาลงที่อำเภอฮอด แล้วนั่งรถสองแถวจากบ้านวังลุงแม่ป่าไผ่มาลงที่บ้านห้วยหินดำ จากบ้านห้วยหินดำขึ้นไปสู่พระธาตุอีกประมาณ 14 กม. ระหว่างทางในช่วงนี้ไม่มีรถประจำทางไม่มีหมู่บ้าน ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าเขา

บทความโดย
จักรพงษ์ คำบุญเรือง

ร่วมแสดงความคิดเห็น