(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 18 : มรดกแห่งการเดินทาง : เรื่องเล่าผ่านสามล้อถีบ

“…ทอง 1 บาท ได้สามล้อ 1 คัน แต่ 1 บาท มันมีค่าน้อยมาก ถ้าเทียบกับสามล้อ 1 คัน มันมีค่าสูงมาก ซึ่งในภายภาคหน้าไปแล้ว มันจะหาดูไม่ได้ …”

– คุณ รัชกฤช ใช้ไม่หมด –

Youtube video

ภายใต้จังหวะชีวิตที่เร่งรีบของโลกยุคใหม่ นวัตกรรม เทคโนโลยี ที่ได้เข้ามาสร้างความสะดวกสบาย เพิ่มความว่องไวให้กับวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบัน แต่ท่ามกลางจังหวะเร่งรีบเหล่านั้น ยังมียานพาหนะชนิดหนึ่ง ที่ยังคงหมุนล้อไปอย่างเชื่องช้า นำพาผู้คนซึมซับความสวยงามของเมืองเก่าในทุกซอกทุกมุม นั่นก็คือ “สามล้อถีบ”

สามล้อถีบ คือ เอกลักษณ์คู่เมืองเชียงใหม่มาอย่างยาวนานกว่าหลายสิบปี เป็นดั่งมรดกแห่งการเดินทาง ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวล้านนา และคนไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ยานพาหนะที่นำพาผู้คนเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยอดีต จวบจนปัจจุบัน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน บทบาทย่อมเปลี่ยนตาม จากที่เป็นยาพาหนะในชีวิตประจำวัน กลายมาเป็นยานพาหนะนำเที่ยว ที่ทุกวันนี้เหลือคนปั่นเพียงหลักสิบคน แทบจะไม่มีคนรุ่นใหม่สืบทอดต่ออาชีพนี้ ยิ่งจำนวนคนปั่นลดลงมากเท่าใด ยิ่งเป็นสัญญาณให้เห็นว่า สามล้อถีบ ภูมิปัญญาด้านการเดินทางนี้ อีกไม่นานคงจะกลายเป็นตำนานที่อยู่เพียงในสมุดบันทึก

“…คนที่มาเช่าสามล้อ เขาสามารถเลี้ยงลูกหลานของเขาได้ เข้ามหาวิทยาลัย จบการศึกษาสูงได้ มันไม่ได้หมายถึงว่า อาชีพสามล้อถีบจะต่ำต้อย …”

– คุณ รัชกฤช ใช้ไม่หมด –

ย้อนต้นกำเนิดภูมิปัญญา…“สามล้อถีบ”

รถสามล้อถีบ หรือรถจักรยานสามล้อที่ใช้แรงคนถีบนั้น ดั้งเดิมไม่ได้สร้างมาเพื่อให้มีผู้โดยสารตั้งแต่แรก แต่เกิดจากการประยุกต์ใช้เพื่อการขนส่งสินค้า ก่อนที่ภายหลังจะถูกต่อยอดให้กลายมาเป็นยานพาหนะที่ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของผู้คน ซึ่งยานพาหนะนี้ แรกเริ่มไม่ได้มีแค่ที่ภาคเหนือ แต่ถือเป็นการเดินทางในอดีตของคนในประเทศไทย ที่มีการริเริ่มทดลองใช้ในปีพ.ศ. 2476 เป็นการนำรถจักรยานสองล้อมาดัดแปลงผสมผสานกับ รถลาก หรือ รถเจ๊ก จากนั้นถึงเริ่มแพร่ขยายใช้ไปทั่วประเทศ จนถึงปีพ.ศ. 2510 เมื่อจำนวนรถยนต์ในตัวเมืองที่มากขึ้น จึงมีการประกาศห้ามไม่ให้สามล้อวิ่งในถนนสายต่าง ๆ ปัจจุบันนี้จึงเหลือสามล้อถีบวิ่งให้เห็นแค่ตามต่างจังหวัดเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ จังหวัดเชียงใหม่

“…จากรถจักรยานมาเป็นรถพ่วง แม่ค้าจะเอารถพ่วงไปซื้อของ แล้วขายตามบ้าน จากรถพ่วงมาบรรทุกของ แต่มันไม่ได้บรรทุกคน เขาเลยพัฒนาบรรทุกคนเข้ามาเป็นสามล้อ ก็มีคนถีบสามล้อ เราก็นั่งได้ 2 คน 3 คน นั่งข้างหลัง ก็เกิดสามล้อขึ้นมา…”

– อาจารย์ เสรินทร์ จิรคุปต์ –

ทำความรู้จัก จงเจริญทัวร์…ผู้สานต่อลมหายใจให้กับวงการสามล้อถีบ 

ท่ามกลางลมหายใจที่รวยรินของวงการสามล้อถีบ ยังมีบุคคลหนึ่ง ที่ยังคงยืนหยัดจะรักษาสามล้อถีบนี้ ให้มรดกอยู่คู่เชียงใหม่ให้นานที่สุด นั่นก็คือ คุณ รัชกฤช ใช้ไม่หมด กรรมการผู้จัดการ บริษัท จงเจริญทัวร์ แหล่งที่เป็นอู่ซ่อม และจำหน่ายสามล้อถีบระดับตำนาน เป็นธุรกิจส่งต่อจากรุ่นอากง ผู้ริเริ่มธุรกิจสามล้อถีบ และมีการส่งต่อมาสู่รุ่นปัจจุบัน

คุณ รัชกฤช ใช้ไม่หมด ได้บอกเล่าตั้งแต่สมัยอากง ในการริเริ่ม เข้ามาสู่วงการสามล้อถีบว่า “สามล้อนี้ มันเริ่มมาจากโคราช หาซื้อมา มาลองปั่นดู 1 คัน พอปั่นได้สักระยะหนึ่ง ก็มีคนมาขอเช่า เตี่ยเขาเลยเพิ่มจำนวน” โดยคุณค่าของสามล้อถีบนั้น ไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่อยู่ที่ความประณีตของชิ้นส่วนทุกชิ้น ที่ประกอบร่างขึ้นมาด้วยความมุ่งมานะ ความตั้งใจ และใส่ใจ ของช่างฝีมือ และสำหรับทายาทผู้สานต่อมรดกล้ำค่านี้ จึงไม่ได้มองว่าสามล้อถีบเป็นเพียงแค่เศษเหล็กเก่า ๆ แต่คือสมบัติอันประเมินค่าไม่ได้ คู่ควรแก่การเชิดชู เพื่อสืบทอดจิตวิญญาณแห่งล้านนา ให้อยู่รอดในยุคดิจิทัล

“…ในส่วนของรถแต่ละคัน ทั้งหมดจะมีอยู่ 132 ชิ้น ทุกอันมีความสำคัญหมด มันคือสมบัติที่เตี่ยเขาสร้างไว้ ช่วยกันผลักดันให้สามล้อมีมูลค่า…”

– คุณ รัชกฤช ใช้ไม่หมด –


กงล้อของเวลาไม่เคยหยุดหมุน แต่เราสามารถเลือกที่จะชะลอความเร็ว เพื่อสัมผัสกับความละเมียดละไมของเมืองนั้นได้ ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามาเบียดบัง ความคลาสสิคถูกแทนที่ด้วยความเร็ว จากยานพาหนะที่เป็นดั่งสายเลือดหลักของเมือง กลายเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ ถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์ มาร่วมกันต่อลมหายใจ ให้มรดกแห่งการเดินทางนี้ ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในนครเชียงใหม่ ตราบนานเท่านาน

“…เรื่องราวสามล้อถีบปัจจุบัน ก็จะเหลือที่ล้านนาของเรา และก็จะลดลงไปตามลำดับ เดี๋ยวนี้จำนวนสามล้อถีบ เกือบจะสูญสลายไปแล้ว…”

– อาจารย์ เสรินทร์ จิรคุปต์ –

ร่วมแสดงความคิดเห็น