72442

ผลจากการบังคับใช้กฏหมายห้ามสูบบุหรี่ “เด็ดขาด” ของฮ่องกง

ว่าด้วยทำไมคนฮ่องกงอายุยืน … ซึ่งไม่ใช่เพราะกินไข่ ขอบคุณบทความของคุณพิรัตน์ไปฮ่องกงปีใหม่ที่ผ่านมา เสาข้างโรงแรมมีป้ายห้ามสูบบุหรี่ หลายๆจุด ไม่เห็นคนฝ่าฝืนสูบสิบกว่าปีก่อน เคยพาทีมจากกรมควบคุมโรคและกทม ไปดูการบังคับใช้กฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ที่ฮ่องกงทำได้ดีเป็นต้นแบบเกาะเล็กๆขนาดฮ่องกง เขาตั้งหน่วยงานเพื่อบังคับใช้กฏหมายสุราและยาสูบขึ้นเป็นการเฉพาะเมื่อปีพ.ศ.2544 เรียกว่า Tobacco and Alcohol Control Officeหน่วยงานนี้มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 100 คน มี 80 คนทำหน้าที่บังคับใช้กฏหมาย อีก 20 คนเป็นฝ่ายสนับสนุนเจ้าหน้าที่จะออกตรวจตราสถานที่สาธารณะต่างๆเป็นประจำ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ และลงพื้นที่ทันทีที่มีโทรศัพท์ร้องเรียนการสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ตอนที่ไปดูงาน ค่าปรับ 1,500 เหรียญฮ่องกง หรือราว 6-7,000บาท โดยปรับอัตราเดียวไม่มีลดสถิติในปีพ.ศ.2558 มีการลงพื้นที่ตรวจสอบมากกว่า 27,000 ครั้ง เฉลี่ย 74 ครั้งต่อวัน มีการออกคำสั่งปรับ 7,500 ฉบับ ล่าสุดค่าปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 เหรียญอัตราเดียวอัตราการสูบบุหรี่ในปีพ.ศ.2525 ที่เท่ากับ 23.3% ลดเหลือ 8.5% ในปีพ.ศ.2568 ตำ่ที่สุดในโลก ประเทศไทยกฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะตั้งแต่พ.ศ.2535 แต่การบังคับใช้กฏหมายก็แบบไทยๆอย่างที่เห็น นักการเมือง […]

(มีคลิป)การประชุม ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ นานาชาติครั้งที่ 17 ในมาเก๊า ร่วมถกอนาคตสีเขียว-การพัฒนาดิจิทัล

มาเก๊า, 12 มิ.ย. (ซินหัว) — การประชุมและนิทรรศการด้านการลงทุนและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานนานาชาติ (IIICF) ครั้งที่ 17 ในเขตบริหารพิเศษมาเก๊าทางตอนใต้ของจีน มุ่งเน้นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจัดขึ้นทั้งในรูปแบบเวทีอภิปราย นิทรรศการ และการประชุม ประกอบด้วยกิจกรรมตามหัวข้อและกิจกรรมเสริมกว่า 250 รายการ และพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ 8,000 ตารางเมตร ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมการพาณิชย์และการลงทุนของมาเก๊า และสมาคมผู้รับเหมานานาชาติแห่งประเทศจีน การประชุมฯ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดี-วันศุกร์ (11-12 มิ.ย.) เผยแพร่รายงานดัชนีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ปี 2026 รวมทั้งรายงานดัชนีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกส และผลงานความสำเร็จของมาเก๊าในแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ปี 2026 ถันเหว่ยเหวิน หรือถ่ามไวมาน เลขาธิการฝ่ายคมนาคมและโยธาธิการของมาเก๊า กล่าวในพิธีเปิดเมื่อวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) ว่าการประชุมฯ ที่จัดขึ้นมานานกว่าทศวรรษได้พัฒนาจนกลายเป็นงานอุตสาหกรรมประจำปีที่มีมาตรฐานสูงและทรงอิทธิพลในความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก งานนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การส่งเสริมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียว” โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้และแนวปฏิบัติล่าสุดของเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในภาคโครงสร้างพื้นฐาน ด้านฟิลิป หว่อง ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกของอารัป (Arup) เผยกับสำนักข่าวซินหัวว่าการประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่ช่วยชี้แนะแนวทางแก่ภาคธุรกิจที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานกำลังให้ความสำคัญกับคุณค่าในระยะยาวของโครงการและความยืดหยุ่นของระบบมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่ใช้ระบบดิจิทัลและปล่อยคาร์บอนต่ำ

(มีคลิป)การประชุมอารยธรรมยุคคลาสสิกโลก ครั้งที่ 2 หนุนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม

เอเธนส์, 11 มิ.ย. (ซินหัว) — การประชุมอารยธรรมยุคคลาสสิกโลก (World Conference of Classics) ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดในกรุงเอเธนส์ของกรีซ ระหว่างวันที่ 9-10 มิ.ย. มุ่งแลกเปลี่ยนหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอารยธรรมยุคคลาสสิก ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ และเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันในแวดวงการศึกษาด้านอารยธรรมยุคคลาสสิกโลก โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันที่เกี่ยวข้องของจีนและกรีซ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านการศึกษายุคคลาสสิกและสาขาที่เกี่ยวข้องจากทั่วโลก ตลอดจนนักการทูตและผู้แทนสื่อมวลชนที่ประจำอยู่ในกรีซเข้าร่วมงาน การประชุมจัดขึ้นในหัวข้อ “จากอดีตสู่ปัจจุบัน : แรงบันดาลใจร่วมสมัยจากภูมิปัญญาอารยธรรมยุคคลาสสิก” (Dialogue Between Ancient and Modern: Contemporary Inspiration from Classical Wisdom) โดยผู้เข้าร่วมการประชุมระบุว่าสถาบันวิชาการต่างๆ รวมถึงสถาบันการศึกษาอารยธรรมยุคคลาสสิกของจีนในเอเธนส์ ได้ใช้จุดแข็งของตนสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาอารยธรรมยุคคลาสสิก ซึ่งมีส่วนส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างอารยธรรมและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมผู้เข้าร่วมการประชุมจำนวนมากเห็นพ้องว่าอารยธรรมคลาสสิกได้มอบแรงบันดาลใจและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน ทั้งยังเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองและความก้าวหน้าของชาติและสังคม โดยการส่งเสริมการศึกษาด้านอารยธรรมคลาสสิกและการเสวนาระหว่างอารยธรรมถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอารยธรรม และช่วยผลักดันให้อารยธรรมต่างๆ พัฒนาและปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัย ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดการประชุมคู่ขนานหลายหัวข้อ เช่น คุณธรรมและการศึกษา มิตรภาพและประชาคม สันติภาพและระเบียบ และเทคโนโลยีกับอารยธรรม พร้อมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอีกหลายรายการ การประชุมฯ ครั้งแรกจัดขึ้นในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน […]

ฮ่องกงสั่งฟ้อง 7 ราย 2 บริษัท คดีไฟไหม้ตึกที่พักอาศัย

ฮ่องกง, 11 มิ.ย. (ซินหัว) — กองกำลังตำรวจฮ่องกงและคณะกรรมาธิการอิสระปราบปรามการทุจริตประจำเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน รายงานการสั่งฟ้องดำเนินคดีบุคคล 7 รายและบริษัท 2 แห่ง ใน 25 ข้อหา ซึ่งรวมถึงข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากเหตุไฟไหม้หมู่อาคารที่พักอาศัยในเขตต้าผู่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 หน่วยงานทั้งสองแห่งระบุว่าได้ตั้งข้อหาผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษาซึ่งได้รับว่าจ้างให้ดูแลโครงการซ่อมบำรุงอาคารดังกล่าวขณะเกิดเหตุไฟไหม้ ผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียน และผู้อำนวยการของบริษัทผู้รับเหมาหลักของโครงการซ่อมบำรุง พร้อมกับบริษัทอีก 2 แห่ง ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย นอกจากนี้ จำเลยยังถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดฉ้อโกง ฟอกเงิน พยายามขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และเลี่ยงภาษี คดีดังกล่าวถูกนำขึ้นพิจารณาต่อศาลแขวงเวสต์เกาลูนเมื่อบ่ายวันพุธ (10 มิ.ย.) โดยศาลมีคำสั่งเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปจนถึงวันที่ 2 ก.ย. ตามคำขอของอัยการเพื่อสืบสวนเพิ่มเติม (แฟ้มภาพซินหัว : หมู่อาคารที่พักอาศัยหงฝูย่วนหรือหวั่งฟุกคอร์ตในเขตต้าผู่ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน หลังเกิดเหตุไฟไหม้ วันที่ 28 พ.ย. 2025)

บทความคิดเห็น : สืบสานมิตรภาพดั้งเดิม ‘จีน-DPRK’ ร่วมมือเพื่อประโยชน์ของประชาชน

สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และประธานาธิบดีจีน ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย. ตามคำเชิญจากคิมจองอึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีและประธานกิจการแห่งรัฐของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี.การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในปี 2026 และการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 7 ปีของสีจิ้นผิง ทำให้มีนัยสำคัญต่อการเดินหน้าความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี และเพิ่มแรงกระตุ้นใหม่ๆ สู่มิตรภาพดั้งเดิมระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะยืนหยัดผ่านกาลเวลาและทุกความท้าทาย.การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตของสองประเทศในปี 1949 ได้เปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยทั้งสองประเทศลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ ความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีในปี 1961 ซึ่งวางรากฐานสำคัญทางการเมืองและกฎหมายสำหรับความร่วมมือฉันมิตรระยะยาว.จีนและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีต่างไว้วางใจและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้เป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรที่ดี และสหายที่ดี ซึ่งร่วมทุกข์ร่วมสุขและช่วยเหลือกันในยามยาก ตั้งแต่ร่วมต้านทานการรุกรานจากต่างชาติ พยายามแสวงหาเอกราชและอิสรภาพของชาติ จนถึงเดินหน้าการปฏิวัติและการก่อสร้างสังคมนิยมอย่างเคียงข้างกัน.หลายปีที่ผ่านมา สีจิ้นผิงและคิมจองอึนได้พบปะกันในหลายโอกาสและติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกัน โดยสีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าการธำรงรักษา เสริมสร้างความแข็งแกร่ง และพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเป็นนโยบายอันมั่นคงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีน ด้านคิมจองอึนแสดงความพร้อมทำงานร่วมกับสีจิ้นผิงเพื่อสานต่อและพัฒนามิตรภาพดั้งเดิมระหว่างสองประเทศ.เมื่อเดือนกันยายน 2025 ผู้นำทั้งสองได้จัดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ ณ กรุงปักกิ่ง และบรรลุฉันทามติสำคัญในประเด็นโดยรวมเชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดทิศทางอันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ซึ่งเปิดบทใหม่ของการแลกเปลี่ยนฉันมิตรระหว่างสองประเทศ โดยความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีภายใต้การชี้นำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำสูงสุดจากสองฝ่ายได้เดินหน้าด้วยทิศทางที่ชัดเจนและความเข้มแข็ง.ขณะเดียวกันความร่วมมือจีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้แรงหนุนจากการแลกเปลี่ยนและการทำงานร่วมกันเพิ่มขึ้นในทุกระดับและทุกภาคส่วน โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี และทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนร่วมมือด้านวัฒนธรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กีฬา และอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง.ทั้งสองฝ่ายยังบรรลุข้อตกลงและสนธิสัญญาหลายฉบับ ทั้งที่เกี่ยวกับการค้าและการเดินเรือ การขนส่งทางอากาศ […]

หลี่เฉียง : จีนพร้อมเดินหน้าร่วมมือกับลาว สร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน

ปักกิ่ง, 6 มิ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (5 มิ.ย.) หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่าจีนพร้อมยกระดับการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือกับลาว พร้อมผลักดันการสร้างประชาคมจีน-ลาวที่มีอนาคตร่วมกันให้ก้าวสู่ระดับสูงยิ่งขึ้น ระหว่างการพบปะหารือกับทองลุน สีสุลิด เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (LPRP) และประธานประเทศลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ หลี่กล่าวว่าปีนี้เป็นวาระครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและลาว ทั้งสองประเทศได้พึ่งพาและให้ความช่วยเหลือกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยความสัมพันธ์ได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาดีที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ภายใต้การชี้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้นำสูงสุดของทั้งสองพรรคและสองประเทศ หลี่เผยว่าจีนพร้อมเสริมสร้างความสอดคล้องยุทธศาสตร์การพัฒนากับลาว และใช้ประโยชน์จากนโยบายภาษีเป็นศูนย์ของจีนอย่างเต็มที่ โดยจีนจะเดินหน้าขยายการค้าทวิภาคี ส่งเสริมความร่วมมือทางรถไฟจีน-ลาว เร่งผลักดันการสร้างระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว รวมถึงขยายความร่วมมือในด้านพลังงาน ทรัพยากรแร่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เศรษฐกิจดิจิทัล และสาขาอื่นๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ จีนพร้อมนำเข้าสินค้าคุณภาพจากลาวเพิ่มขึ้น และสนับสนุนให้ภาคธุรกิจจีนเข้าไปลงทุนในลาวมากขึ้น โดยหวังว่าลาวจะสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการดำเนินงานของบริษัทจีนยิ่งขึ้น หลี่กล่าวด้วยว่าปีนี้เป็นปีแห่งมิตรภาพจีน-ลาว จีนพร้อมทำงานร่วมกับลาวเพื่อจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองหลายรายการ พร้อมทั้งกระชับความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว การศึกษา สาธารณสุข และสาขาอื่นๆ รวมถึงสานต่อมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างสองประเทศ โดยหลี่ยังเรียกร้องให้จีนและลาวประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในระบบการค้าพหุภาคีที่อิงตามกฎเกณฑ์ ตลอดจนปกป้องการค้าเสรีและโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ ด้านทองลุนแสดงความขอบคุณจีนสำหรับการสนับสนุนและความช่วยเหลือที่มอบให้ลาวมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าลาวจะยึดมั่นในหลักการจีนเดียวอย่างแน่วแน่ และสนับสนุนผลประโยชน์หลักของจีนในหลายประเด็น […]

เคสเด็กอายุ 12 ปี ป่วยจากสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ขอบคุณคุณหมอแพม ที่เผยแพร่เคสเด็กอายุ 12 ปีป่วยจากสูบบุหรี่ไฟฟ้านายแพทย์ Tom Friden ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในการรณรงค์ควบคุมสินค้าที่ทำลายสุขภาพ สรุปบทเรียนว่า การรณรงค์ที่ดีที่สุดคือการนำเรื่องราว(story)ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสินค้านั้นออกมาเผยแพร่ คุณหมอแพมเขียนว่าเรื่อง ทอยพอด “ toy pod”สาเหตุที่หมออยากออกมาเตือนอีกครั้งเพราะปลายเดือนที่แล้ว หมอไปประชุมใหญ่ของหมอโรคปอดเด็กค่ะพวกเราพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน แล้วพบว่า “ในโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์ ในทุกภาคของประเทศ มีเคสปอดอักเสบรุนแรงในเด็กโตและวัยรุ่น(severe ARDS) ที่มีประวัติสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น”.เคสที่เป็นตัวอย่าง อายุ 12 ปี สูบพอดมา 4 เดือน ก่อนหน้านี้ คนที่ติดตามข่าว ก็คงจะรู้ว่า คนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นโรคปอด ที่เฉพาะเจาะจง เรียกว่า Popcorn lung สาเหตุเป็นเพราะ ในบุหรี่ไฟฟ้ามีสารให้ความหอม ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ระคายเคืองรุนแรง (เช่น สารไดอะซีทิล) ซึ่งสารเหล่านี้มีไขมันเป็นส่วนประกอบ เมื่อควันที่มีสารเคมีก่อฤทธิ์ระคายเคืองรุนแรงเข้าไปในปอด เมื่อเกิดการซ่อมแซม บริเวณหลอดลมฝอยและถุงลม กลายเป็นผังผืด ให้นึกว่าท่อเล็ก และถุงลมเล็กๆที่เอาไว้แลกเปลี่ยนแก๊ส กลายเป็นท่อตันแข็งๆ ทำให้คนไข้หายใจเหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรงได้หลังจากสูบไม่ถึงสัปดาห์และอาการก็รุนแรงมาก บางเคสต้องใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดพิเศษ เหมือนในรายนี้บางเคสต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (เครื่อง ECMO)ความเห็นจากตัวหมอเองที่ทำให้บุหรี่ไฟฟ้า มีอันตรายมากและอาการแสดงหลากหลาย […]

เมียนมาประหารนักกิจกรรมทางการเมือง

วันที่ 25 ก.ค. สำนักข่าวแห่งชาติเมียนมา รายงานว่ากระทรวงข่าวสาร ได้ออกมายืนยันการประหารชีวิต 4 นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ด้วยวิธีการแขวนคอ โดยนักกิจกรรมที่ถูกประหารครั้งนี้รวมไปถึง นายเพียว เซยาร์ ตอ สมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) และนายจ่อ มิน ยู หรือ “จิมมี่” นักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวทางการเมืองนับตั้งแต่การลุกฮือ 8888 เมื่อปี 2531 เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลทหารเมียนมาออกมายืนยันการประหารชีวิตอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ปี 2533 แม้ก่อนหน้านี้หลังเกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 จะมีการพิพากษาประหารชีวิตนักโทษทางการเมืองและผู้กระทำความผิดตามกฎหมายอาญา ทว่ายังไม่มีการออกมายืนยันอย่างเป็นทางการอย่างครั้งนี้ ที่มา : เดลินิวส์ , สำนักข่าวอิระวดี , DVB_English

แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา ขนาด 4.7 ลึก 5 กม.

แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา ขนาด 4.7 ลึก 5 กม. แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา(21.22°N,99.96°E) ขนาด 4.7 ลึก 5 กม. วันที่ 24 ก.ค. 2565 เวลา 20:11 น. [TMD] ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 87 กม. ได้รับแจ้งรู้สึกสั่นไหวบริเวณ จ.เชียงราย.https://earthquake.tmd.go.th/inside-info.html?earthquake=9390

ห้ามวีน ห้ามเหวี่ยง!! นโยบายใหม่จากฟิลิปปินส์

วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย Aristotle “Aris” L Aguirre นายกเทศมนตรีเมือง Mulanay จังหวัดเกซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ได้ออกนโยบายใหม่ที่มีชื่อว่า “Smile Policy” เพื่อแก้ปัญหากำลังใจในการทำงานของข้าราชการที่ลดต่ำลง โดยนายกเทศมนตรีได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของผู้นำท้องถิ่น ต้องปฏิบัติงานด้วยร้อยยิ้ม ให้บริการประชาชนอย่างเป็นมิตร และสร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกสงบ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการทรัพยากรมนุษย์ คอยให้รายละเอียดข้อมูล รวมทั้งตรวจสอบการทำงานของข้าราชการ นอกจากเมือง Mulanay แล้ว ที่เมือง Silang ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา นาย Kevin Anarna ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีของเมืองนี้ได้ออกนโยบายที่คล้ายๆกัน โดยให้ข้าราชการในเมืองดังกล่าวห้ามทำหน้าบึ้งขณะให้บริการ รวมทั้งให้สวมชุดแต่งกายสีขาว เพื่อสร้างความรู้สึกเท่าเทียมกับประชาชน ที่มา : Brandinside , The Guardian

สถานการณ์แผ่นดินไหว ในช่วงวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2565

สถานการณ์แผ่นดินไหว ในช่วงวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2565 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา 73 ครั้ง สำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหวในช่วงวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2565 ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา 73 ครั้ง โดยมี ขนาด 1.0-1.9 จำนวน 4 ครั้ง 2.0-2.9 จำนวน 47 ครั้ง ขนาด 3.0-3.9 จำนวน 21 ครั้ง ขนาด 4.0-4.9 จำนวน 1 ครั้ง ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด

เมียนมายังมีแผ่นดินไหวต่อเนื่อง

เมียนมายังมีแผ่นดินไหวต่อเนื่อง ล่าสุดเช้ามืดเขย่าอีก 5.3 ห่างแม่สายแค่ 82 กม. วันที่ 22 ก.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศเมียนมา ยังประสบเหตุแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเว็บไซต์กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา นับตั้งแต่เวลา 00.06 น. – 07.10 น. ของวันที่ 22 ก.ค. 65 มีเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นรวม 47 ครั้ง ความรุนแรงตั้งแต่ 2.4 ริกเตอร์ ไปจนถึงแรงสุดถึง 6.4 เมื่อเวลา 00.07 น. จุดศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ห่างชายแดนแม่สายแค่ 87 กม. เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงติดต่อกัน 2 ครั้ง โดยเหตุแผ่นดินไหวทั้งหมดมีจุดศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ห่างชายแดนแม่สายไม่ถึง 90 กม. สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ถึง จ.เชียงราย จ.พะเยา และ จ.เชียงใหม่ และล่าสุด ในเวลา […]

วันนี้เมื่อ 53 ปีที่แล้ว ยานอะพอลโล11 นำมนุษย์เหยียบดวงจันทร์

วันนี้เมื่อ 53 ปีที่แล้ว ยานอะพอลโล 11 นำมนุษย์เหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 ดวงจันทร์ ดาวบริวารเพียงดวงเดียวของโลก เป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์เดินทางไปเยือนตั้งแต่อดีต สะท้อนให้เห็นผ่านนิยายเชิงวิทยาศาสตร์ที่มีมานับร้อยปี เช่น นิยายเรื่อง De la terre à la lune (From the Earth to the Moon) ในปี ค.ศ. 1865 ของ Jules Verne นักเขียนชาวฝรั่งเศส กล่าวถึงการเดินทางไปดวงจันทร์ของมนุษย์สามคน ด้วยยานลักษณะเหมือนลูกกระสุนที่ถูกส่งขึ้นไปด้วยปืนใหญ่ขนาดยักษ์ เมื่อมนุษย์ส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1957 ตามด้วยการส่งมนุษย์เข้าสู่วงโคจรรอบโลกในปี ค.ศ. 1961 สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างโซเวียตกับสหรัฐฯ ในช่วงสงครามเย็นกระตุ้นการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ดวงจันทร์จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ และเกิดโครงการอวกาศต่าง ๆ เพื่อปูพื้นฐานสู่การส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ ได้แก่ 1) การพัฒนาจรวดขนาดใหญ่ (จรวด Saturn V […]

หางโจวเกมส์ กำหนด จัด 23 ก.ย.-8 ต.ค. 2023 หลังจากเลื่อนหนีโควิด

เอเชียนเกมส์ 2022 จีน ประกาศจัดแล้ว ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.- 8 ต.ค. ปี 2023 หลังจากเลื่อนหนีโควิด มาเมื่อปีที่ผ่านมา เวลานี้ สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทางเจ้าภาพ เอเซี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 หางโจวเกมส์ ก็กำหนดแข่งขัน หลังจากที่ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 หรือ “หางโจวเกมส์” ซึ่งเดิมทีจะจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 10-25 ก.ย.นี้ แต่ต้องถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่สู้ดีนัก และยังไม่มีการประกาศกำหนดวันที่แน่นอนออกมา ล่าสุดมีรายงานว่า สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) และฝ่ายจัดการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ 2022 ได้กำหนดการณ์ใหม่ออกมาแล้ว โดยจะจัดระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 8 ตุลาคม ในปี 2023 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีนเหมือนเดิม ทั้งนี้เมื่อเดือน เมษายน ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ออกมายืนยันแล้วว่า สนามแข่งขันกีฬาทั้ง […]

รัสเซียสั่งปรับกูเกิล ฐานไม่ลบเนื้อหาต้องห้าม

เมื่อวันจันทร์ (18 ก.ค.) ศาลในกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย มีคำสั่งปรับเงินบริษัท กูเกิล จำกัด (Google LLC) จำนวน 2.1 หมื่นล้านรูเบิล (ราว 1.33 หมื่นล้านบาท) ฐานไม่ลบเนื้อหาต้องห้ามในรัสเซีย ค่าปรับทางปกครองข้างต้นคิดเป็นรายได้หนึ่งในสิบของกูเกิลและบริษัทในเครือที่จดทะเบียนกับหน่วยงานภาษีในรัสเซีย โดยคำตัดสินดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้และสามารถอุทธรณ์ได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด แถลงการณ์จากรอสคอมนัดซอร์ (Roskomnadzor) หน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมของรัสเซีย เมื่อเดือนมิถุนายน ระบุว่าแพลตฟอร์มยูทูบ (Youtube) ของกูเกิล “มีส่วนสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลอันไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความคืบหน้าของปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียในยูเครน อาทิ เนื้อหาที่ส่งเสริมแนวคิดสุดโต่งและอุดมการณ์ขององค์การก่อการร้าย” ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคม ศาลในมอสโกมีคำสั่งปรับกูเกิลเป็นครั้งแรก จำนวน 7.2 พันล้านรูเบิล (ราว 4.57 พันล้านบาท) ฐานไม่ลบข้อมูลต้องห้าม นอกจากนั้นกูเกิลยังถูกปรับเงิน จำนวน 15 ล้านรูเบิล (ราว 9.52 ล้านบาท) เมื่อเดือนมิถุนายน ฐานปฏิเสธจำกัดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ชาวรัสเซีย

เมียนมาวิกฤต!! สั่งห้ามชำระหนี้ ตปท.

วันที่ 19 ก.ค. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า วันนี้นายวิน ทอ รองผู้ว่าการธนาคารกลางเมียนมา ได้ส่งจดหมายแจ้งไปยังธนาคารทุกแห่ง ที่รับซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศ ให้ระงับการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นที่กู้มาจากต่างประเทศ และให้ลูกค้าธุรกิจที่กู้ยืมเงินปรับแผนการชำระเงิน หลังปริมาณเงินทุนสำรองลดต่ำลงเรื่อยๆ โดยบริษัทเอกชนของเมียนมาในขณะนี้ มีหนี้สินจากต่างประเทศเป็นจำนวนเงิน 1.2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม หลังกองทัพเมียนมาทำรัฐประหารเมื่อ 1 ปีที่แล้ว ได้คุมเข้มการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากค่าเงินจ๊าตเมียนมาอ่อนค่าลงถึง 1 ใน 3 ตั้งแต่ปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการระงับการเบิกถอนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่เก็บไว้ในสหรัฐฯ และการระงับมาตรการช่วยเหลือจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนกับเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ สำหรับผู้ที่รับรายได้จากต่างประเทศ เพื่อป้องกันความผันผวนของสกุลเงินท้องถิ่น รวมทั้งออกคำสั่งห้ามนำเข้ารถยนต์ สินค้าฟุ่มเฟือย จำกัดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันปรุงอาหาร แต่ยังคงอนุญาตให้มีการใช้เงินหยวนและเงินบาท บริเวณชายแดนที่ติดกับไทยและจีน ที่มา : Bloomberg , ฐานเศรษฐกิจ

เฮตินองเลือด!! แก๊งโจรรบกันกลางกรุง

วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ได้เกิดการประทะกันระหว่างกลุ่มอาชญากรสองกลุ่ม ในประเทศเฮติ โดยเป็นความขัดแย้งระหว่างแก๊ง G9 และแก๊ง G-Pèp ซึ่งเริ่มประทุขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สถานการณ์ในเฮติ ตกอยู่ในภาวะ “มิคสัญญี” ตั้งแต่เกิดการลอบสังหารประธานาธิบดี Jovenel Moïse  เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งส่งผลให้ทั้งประเทศไร้เสถียรภาพทางการเมือง และปัญหาอาชญากรรมพุ่งสูงขึ้น โดยการประทะกันล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 89 คน สูญหาย 16 คน ตามรายงานของ RNDDH ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ประชาชนหลายพันคนที่ติดอยู่ในพื้นที่ใจกลางสมรภูมิรบระหว่างแก๊งอาชญากร กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และน้ำมัน โดยเฉพาะย่าน Brooklyn ในชุมชน Cité Soleil มีการพบศพผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก บางคนถูกยิงขณะพยายามหนีออกจากชุมชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ออกคำสั่งคว่ำบาตรแก๊งอาชญากรในเฮติ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้มีมติเอกฉันท์ ให้ผ่านร่างคำสั่งสหประชาชาติเพื่อเริ่มภารกิจรักษาสันติภาพในเฮติ เพื่อยุติความรุนแรงในปีถัดไป ที่มา : BBC , Aljazeera

ครอบครัวอังกฤษสุดงง!! หมาที่เลี้ยงไว้กลับมาบ้านพร้อมรางวัล

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา นิตยสาร People ได้รายงานว่า ครอบครัวชาวอังกฤษครอบครัวหนึ่ง ซึ่งกำลังกังวลอย่างหนัก หลังจากที่สุนัขบีเกิลผสมพันธ์ทางที่เลี้ยงไว้ หนีออกจากบ้านไป ก่อนที่จะกลับมาพร้อมรางวัลประกวดสุนัข !! นาย Peter และนาง Paula Closier สองสามีภรรยา ซึ่งอาศัยอยู่ในเวสต์ซัสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ ได้เผลอปล่อย “บอนนี่” สุนัขอายุ 5 ปีที่เลี้ยงไว้ หนีออกจากบ้านเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสองกังวลใจอย่างหนัก ก่อนจะขอความช่วยเหลือจากตำรวจ อาสาสมัคร และญาติ ในการช่วยตามหาสุนัขตัวดังกล่าว ระหว่างนั้นเอง เจ้าบอนนี่ซึ่งกำลังนอนอยู่ข้างถนน ถูกนาย John Wilmer นำตัวขึ้นรถไป ขณะกำลังนำลูกสุนัขของตัวเอง 2 ตัว เดินทางไปประกวดสุนัขที่เซอร์รีย์  ก่อนที่ต่อมา John จะเห็นโพสต์ประกาศหาเจ้าบอนนี่บนเว็ปไซต์ Facebook ทำให้ John ติดต่อไปยัง Peter และ Paula เพื่อคืนบอนนี่ให้แก่เจ้าของตัวจริง โดยระหว่างนั้น John เกิดปิ๊งไอเดีย ขอเจ้าบอนนี่เข้าร่วมประกวดสุนัขด้วย […]

จีนเผยไตรมาส 2 GDP โตแค่ร้อยละ 0.4

วันที่ 15 ก.ค. ทางการจีนได้ออกมารายงานเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ของปีนี้ โดย GDP ขยายตัว 0.4 % ในขณะที่ภาคการผลิต ขยายตัวเพียง 3.9 % พบว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในขณะที่ตัวเลขการค้าปลีกกลับยังคงขยายตัวอยู่ที่ 3.1 % ซึ่งสถานบันการเงินหลายแห่งได้วิเคราะห์ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น มาจากมาตรการโควิดเป็นศูนย์ของรัฐบาล และการล็อคดาวน์ในหลายพื้นที่ รวมทั้งเขตเมืองใหญ่และเขตเศรษฐกิจ จนกระทบต่อหลายห่วงโซ่อุปทาน ยกเว้นธุรกิจการค้าปลีกที่ยังคงเติบโต เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทอีคอมเมิร์ซหลายแห่งต่างเร่งจัดทำโปรโมชั่นกระตุ้นการขาย แม้ว่าขณะที่ทางการจะเริ่มผ่อนปรนมาตรการแล้ว แต่ยังคงมีการระบาดของโรคโควิด-19 ในหลายเมือง ทำให้คาดการณ์กันว่า เศรษฐกิจจีนปีนี้จะเติบโตเพียง 3.4 % ต่ำกว่าที่ภาครัฐตั้งเป้าไว้ 5.5 % ที่มา : The Standard Wealth

1 142 143 144 145 146 147